ตอนที่ 6 หลินไป๋
ตอนที่ 6 หลินไป๋
การคัดเลือกศิษย์ดำเนินไปอย่างเข้มข้น ผู้ที่ถูกคัดออกพากันเดินคอตกออกมา บางคนถึงขั้นแหงนหน้าตะโกนลั่น
“เจ็บปวดนัก! ช่างน่าเจ็บปวดเหลือเกินยิ่งนัก!”
“ข้านี่นะว่าที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ กลับมาพ่ายแพ้ในงานคัดเลือกศิษย์นี้ ข้ารับไม่ได้!”
“หมอนี่เสียสติไปแล้วหรือ?”
“นั่นน่ะสิ อายุยี่สิบห้าปี แต่พลังยังแค่ขอบเขตหลอมรวมขั้นกลางยังกล้าเรียกตัวเองว่าว่าที่จักรพรรดิสุดแกร่ง ข้าไม่เชื่อหรอก!”
ชายคนหนึ่งพูดจบก็ก้าวเข้าไปเตะชายหนุ่มคนนั้นเบาๆอย่างสมเพช เจ้านี่อวดตัวเกินไปแล้ว! ข้าในฐานะราชาแห่งการอวดดี ยังทนดูไม่ได้เลย!
…
อีกฟากหนึ่ง
“พี่หลินไป๋ ไม่ต้องเสียใจไปหรอก หากที่นี่ไม่ยอมรับท่าน ยังมีที่อื่นรอท่านอยู่นะ”
“ข้าเชื่อว่าพี่หลินไป๋ จะต้องมีวันหนึ่งที่บินทะยานไปได้ไกลอย่างแน่นอน!”
“เฮ้อ… คงไม่ไหวจริงๆหรอก” เสียงนี้มาจากชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดขาว ใบหน้าคมดั่งแกะสลัก คิ้วดั่งดาบ ดวงตาเปล่งประกายดั่งดารา
เขามีรูปลักษณ์ดั่งพระเอกในนิยาย แต่ชะตากรรมกลับไม่เป็นเช่นนั้น
เขาคือ หลินไป๋ บุตรชายคนโตของตระกูลหลินแห่งราชวงศ์ต้าโจว และเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลในอนาคตอย่างเป็นทางการ
ชะตาของเขาช่างรุ่งโรจน์มาแต่กำเนิด
หลินไป๋เริ่มบ่มเพาะพลังตั้งแต่อายุแปดปี และบรรลุขอบเขตหลอมรวมขั้นต้น ทำให้เขาเป็นที่เลื่องลือทั่วเมือง
ทว่าฟ้าลิขิตไม่เป็นใจ ขอบเขตหลอมหลอมรวมขั้นต้นนี้ติดอยู่กับเขามานานถึงสิบปี จนกลายเป็นเรื่องตลกในที่สุด
ตลอดสิบปีมานี้ พลังบ่มเพาะของเขาไม่มีความก้าวหน้าแม้แต่น้อย ยังคงติดอยู่ที่ขอบเขตหลอมรวมขั้นต้น
ครั้งนี้เขารู้สึกมีแรงบันดาลใจ จึงมาลองเสี่ยงโชคเผื่อจะเจอวิธีบ่มเพาะที่ได้ผลบ้าง
“อืม ขอบใจเจ้า ชิงเอ๋อร์ ข้าคงอยู่ไม่ได้หากไม่มีเจ้าคอยอยู่เคียงข้างในช่วงสิบปีนี้”
ข้างกายหลินไป๋มีหญิงสาวนามว่า เนี่ยนชิง คู่หมั้นของเขา
พวกเขาหมั้นหมายกันตั้งแต่อายุแปดขวบ เป็นคู่หมั้นหมายกันมาตั้งแต่วัยเยาว์
“พี่หลินไป๋ ข้าผ่านการทดสอบรอบแรกแล้ว อีกไม่นานจะเริ่มรอบที่สองแล้ว”
“ข้าจะไปเตรียมตัวก่อนนะ”
“อืม ระวังตัวด้วยนะ ชิงเอ๋อร์”
เมื่อมองแผ่นหลังของเนี่ยนชิงที่จากไป หลินไป๋ค่อยๆเก็บซ่อนความอิจฉาในดวงตาของเขา
“ทำไมกัน! มันเพราะอะไรกันแน่!”
ภาพเหตุการณ์ที่ชายคนนั้นตะโกนขึ้นมาส่งเสียงดังสนั่น เขาเห็นชัดเจน และภาพสุดท้ายที่ชายคนนั้นถูกเตะล้มลงไปนั้นก็ทำให้ใจของหลินไป๋เจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง
ชายคนนั้นอายุยี่สิบห้าปี พลังบ่มเพาะเพียงขอบเขตหลอมรวมขั้นกลาง ไม่มีพรสวรรค์ก็จริง แต่ตัวเขาเองล่ะ? สิบปีที่ผ่านมายังไม่สามารถทะลวงไปขึ้นขั้นเดียว หากยังหาวิธีไม่ได้ ก็ยังคงจะติดอยู่ที่ขอบเขตหลอมรวมขั้นต้น เมื่อถึงอายุยี่สิบห้าปีแล้วยังอยู่ไม่กล้าวหน้า เขายังจะช่างน่าสงสารกว่าชายคนนั้นเสียอีก!
หลินไป๋เดินไปโดยไม่มีจุดหมายในใจ ขณะคิดถึงเรื่องราวต่างๆ
ครั้งนี้เขามาเพื่อลองเสี่ยงโชค และก็มาเป็นเพื่อนเนี่ยนชิงด้วย เนี่ยนชิงผ่านการทดสอบรอบแรกก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ เพราะนางเองก็เป็นสาวน้อยที่มีชื่อเสียงในเมือง เนี่ยนชิงบรรลุขอบเขตหลอมรวมตอนอายุสิบขวบ และตอนนี้อายุสิบแปดปีแล้วก็ได้บรรลุถึงขอบเขตแก่นทองคำขั้นต้น
พวกเขาเคยเป็นคู่หมั้นหมายกันแต่ดันกลายเป็นเรื่องตลกไปแล้ว
“พลังบ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำขั้นต้นในวัยสิบแปดปี คงจะโดดเด่นได้ไม่ยากหรอกนะ
มีเรื่องอะไรที่คับข้องใจไหม? สำนักของเราเป็นที่รู้จักในเรื่องช่วยเหลือผู้คน หากไม่รังเกียจ เรามีความยินดีที่จะช่วยเหลือ”
หลินไป๋ที่เดินอยู่ในสภาพไม่สนใจโลก ได้ยินเสียงเรียกจึงหยุดเท้า หันไปมองสามคนที่ยืนอยู่ข้างหน้า
นี่คือกลุ่มของเฟิงชิงหยางสามคน
สามคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าหลินไป๋ คือชายหนุ่มในชุดคลุมดำที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าสำนัก เส้นผมสีดำยาวเหมือนน้ำตก โดยเฉพาะดวงตาสีม่วงที่เปล่งประกายแปลกประหลาด
เด็กหนุ่มข้างๆ เขามีกลิ่นอายของพลังที่ไม่ธรรมดา สูงถึงสองเมตร ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกกดดันอย่างมาก
อีกทั้งยังมีชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งก็ไม่สามารถมองออกได้เช่นกัน
“ไม่ทราบท่านคือผู้บ่มเพาะแห่งที่ใดหรือ?” หลินไป๋ถามด้วยความสงสัย ด้วยความที่เขากลัวว่านี่จะเป็นคนที่ได้ยินชื่อเสียงของเขาในฐานะขยะของตระกูลหลินแล้วมาหัวเราะเยาะเขา
“ข้าคือเจ้าสำนักชิงหยุน” เฟิงชิงหยางกล่าว
“เห็นกระดูกของเจ้ามีความพิเศษ เจ้ามีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา สนใจเข้าร่วมสำนักชิงหยุนหรือไม่?”
คำพูดของเฟิงชิงหยางเหมือนฟ้าผ่ากลางใจหลินไป๋
“สิบปีแล้ว!”
“สิบปีที่รอคอย!”
“สิบปีแล้วที่ข้ารอคอยโอกาสนี้! รอคอยคนที่เห็นคุณค่าในตัวข้า!”
“สำนักชิงหยุน? ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่ไม่ว่าอะไร มันเป็นสำนักก็พอแล้ว” หลินไป๋คิดในใจ เพราะตลอดสิบปีที่ผ่านมาไม่มีสำนักใดเลยที่มาหาเขา
“ข้า? ท่านไม่ผิดคนใช่หรือไม่?” หลินไป๋ถามอย่างระมัดระวัง เขากลัวว่าอาจจะมีการเข้าใจผิด
“เจ้าสงสัยหรือ?” เฟิงชิงหยางยิ้มเล็กน้อย
“ไม่ขอรับ ข้าไม่กล้า… ข้าต้องการเข้าร่วมสำนักชิงหยุน”
เมื่อมั่นใจแล้ว หลินไป๋จึงรีบตอบกลับ
“ดีมาก! เจ้าจะต้องขอบคุณการตัดสินใจในวันนี้ในภายหน้าภาคหน้า”
【“ติ้ง! ขอแสดงความยินดีแก่นายท่านที่รับศิษย์อัจฉริยะได้สำเร็จเป็นคนที่สอง ภารกิจเสร็จสิ้น”】
【“กำลังมอบรางวัล… ขอแสดงความยินดีแก่เจ้านายท่านที่ได้รับบัตรอัญเชิญสีเงิน 1 ใบ”】
【“ขอแสดงความยินดีแก่นายท่านที่ได้รับสุสานหมื่นกระบี่ ซึ่งจะปรากฏขึ้นที่หลังเขาของสำนักชิงหยุน”】
【“ขอแสดงความยินดีแก่นายท่านที่ได้รับเคล็ดวิชา กระบี่บัวมรกต”】
ยังคงเป็นเหมือนเดิม ข้างๆมีการระบุถึงการใช้งาน:
บัตรอัญเชิญสีเงิน: สามารถอัญเชิญผู้บ่มเพาะจากขอบเขตสร้างวิญญาณถึงขอบเขตปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ได้
สุสานหมื่นกระบี่: ฝังกระบี่หมื่นเล่มจากทั่วทุกมุมโลก คนที่มีโชคจึงจะได้มันไป
เคล็ดวิชากระบี่บัวมรกต: วิชามหากระบวนท่าเซียนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับกายาบัวมรกต
เมื่อได้ยินเสียงของระบบ เฟิงชิงหยางก็เปิดหน้าจอของหลินไป๋
【หลินไป๋: ขอบเขตการบ่มเพาะ: หลอมรวมขั้นต้น, ร่างกาย: กายาบัวมรกต, ตระกูลหลินแห่งราชวงศ์ต้าโจว】
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่เด็กคนนี้ถึงติดอยู่แค่ขอบเขตหลอมรวมขั้นต้น เพราะร่างกายของเขาดูดซับพลังจิตไว้ แต่เนื่องจากไม่มีวิธีฝึกที่เหมาะสม เขาจึงไม่สามารถเลื่อนขั้นไปได้”
หลังจากรับศิษย์แล้ว เฟิงชิงหยางรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ในงานนี้อีกแล้ว เมื่อสำนักชิงหยุนเริ่มมีชื่อเสียงในภาคตะวันออก ย่อมจะมีผู้มีพรสวรรค์มากมายเดินทางมาหามากมายเพื่อขอเข้าเป็นศิษย์
“ไปกันเถิด กลับสำนักกัน”
“อา… ท่านเจ้าสำนัก” หลินไป๋ตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่าง เขาอยากจะรอให้เนี่ยนชิงมา และบอกข่าวดีเรื่องการเข้าร่วมสำนักให้กับนาง
แต่ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น ก็มีบางคนมาขัดจังหวะเขา
“โอ้? นี่ไม่ใช่คุณชายหลินจากตระกูลหลินเหรอ?
อันใด? ท่านอัจฉริยะหลินไม่ไปเข้าร่วมการทดสอบรอบที่สองเหรอ?”
“จะเป็นไปได้หรือ? หรือว่ามีหมูตัวหนึ่งที่ไม่สามารถผ่านการทดสอบรอบแรกได้?”
“ฮ่าๆ นายน้อย พูดก็พูดไป ทำไมต้องไปดูถูกหมูล่ะ?”
“ฮ่าๆ ขำจริงๆนะ ไอ้เด็กนั่นยังไม่เท่าหมูเลย”
คนที่ยังไม่ผ่านการทดสอบรอบแรกก็แสดงความโกรธแต่กลับไม่กล้าพูดออกมา
เพราะคนที่พูดนี้คือนายน้อยจากตระกูลที่มีชื่อเสียงสูงสุดของราชวงศ์ต้าโจว—หวังเทียน