Chapter 930 ยอดฝีมือมากมาย
จงซานที่จ้องมองไปยังเหล่ายอดฝีมือมากมาย แม้ว่าส่วนมากจะไม่รู้จัก ทว่าก็มีหลายคนเช่นกันที่คุ้นเคยดี.
รับรู้ว่าหลาย ๆ คนที่เดินทางมานั้น แม้ว่าจะรู้ว่าทำอะไรไม่ได้มากนัก ทว่าก็ยังคาดหวังว่าจะพบอะไรบางอย่างที่คาดไม่ถึงอยู่ด้วยเช่นกัน.
ในเวลาเดียวกันนั้น ทันใดนั้นจงซานต้องขมวดคิ้วไปมา มีอำนาจวิเศษบางอย่างที่ปกคลุมทั่วร่างในทันที.
สัมผัสนี้ไม่สามารถที่จะบอกกับคนอื่นได้หากว่าไม่ได้สัมผัสกับตัวเอง เป็นความรู้สึกที่ทำให้คนที่ได้รับอึดอัดเล็กน้อย.
ส่วนจงซานนั้นได้รับแผนผังสวรรค์ลี้ลับมาจากหยิง ในเวลานี้เขาสามารถรับรู้ได้ในทันที การพยากรณ์? มีบางคนกำลังพยากรณ์พวกเขาอยู่.
ด้วยแผนผังสวรรค์ลี้ลับ หลายปีมานี้นอกจากพลังฝึกตนแล้ว ทักษะดังกล่าวของเขาได้ก้าวมาถึงชั้นที่ห้าแล้ว สามปีที่แล้วเขาสามารถทะลวงผ่านจากขั้นสี่มายังขั้นห้า กล่าวให้ถูกล่ะก็ ตราบเท่าที่ไม่ใช่ปราชญ์เทพพยากรณ์ เขาสามารถสัมผัสได้ในทันที.
มีใครบางคนกำลังพยากรณ์เขา? นอกจากนี้ด้วยสัมผัสของทักษะสวรรค์ลี้ลับแล้ว คนดังกล่าวยังอยู่ไม่ไกลอีกด้วย.
ที่นี่?
ขณะที่ภายในใจของจงซานบริกรรมคาถาวิถีสวรรค์ลี้ลับ ร่างกายที่สั่นไหวไปมา ชะตาวิถีที่ขยับไปมาเล็กน้อย รอบ ๆ ร่างกายของจงซานปรากฎหมอกสีขาวผุดออกมาในทันที วิชาลับสวรรค์ลี้ลับที่รบกวนวิถีสวรรค์ในทันที!
จงซานที่ชำเลืองมองไปยังยอดเขาสูงแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป.
บนยอดเขาสูงนั้น มีชายในชุดสีขาวมากมายยืนอยู่ บนเสื้อของพวกเขามีรูปดอกเหมยปักอยู่รอบ ๆ ที่ใจกลางมีชายชราผู้หนึ่ง ที่รูปร่างดูเหมือนกับบัณฑิตผู้คงแก่เรียน ขณะที่มือของเขาที่กำลังทำมุทราชี้ตรงออกไป ทำไมไม่รู้นิ้วของเขานั้นได้ชี้มายังทิศทางของพวกเขา.
ชายชราผลขาวเล็กน้อยเผยท่าทางอัศจรรย์ใจ จดจ้องมองมายังทิศทางจงซาน.
"ชายชราคนนั้นเป็นใครกันที่สวมชุดสีขาวลายดอกเหมย?"จงซานที่จ้องมองไปยังกงจูจิวเหว่ย.
"บรรพชนชราเสวี๋ยเหม่ย ที่ตำหนักดาราของเหนียงเหนียงนวีหวาเขาได้ชักนำเหล่าเซียนโบราณมากมายไป เขาเป็นคนที่เผยข้อมูลต่าง ๆ ให้กับเซียนโบราณ บรรพชนชราเสวี๋ยเหม่ยนั้นเป็นผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตา เขามีวิชาพยากรณ์ที่ร้ายกาจและแม่นยำมาก!"กงจูจิวเหว่ยกล่าว.
"บรรพชนชราเสวี๋ยเหม่ย?"จงซานที่ขมวดคิ้วไปมาเล็กน้อย จ้องมองออกมาด้วยสายตาเย็นชา.
ที่ไกลออกไปนั้น บรรพชนชราเสวี๋ยเหม่ยที่จ้องมองมายังจงซาน ขมวดคิ้วไปมาเล็กน้อย พร้อมกับเผยยิ้มอย่างมีเลิศนัย.
แสดงท่าทางเป็นมิตรรึ? จงซานไม่เชื่อว่าบรรพชนชราเสวี๋ยเหม่ยที่จะเป็นมิตร ไม่เช่นนั้นคงจะไม่พยากรณ์เขา รุกล้ำความเป็นส่วนตัว นี่มันเป็นเรื่องที่ไร้มารยาทเป็นอย่างมาก.
จงซานที่จ้องมองไปยังทิศทางของบรรพชนชราเสวี๋ยเหม่ย แม้ว่าจะรู้สึกโกรธเกรี้ยว ทว่าก็ต้องพยักหน้ารับอย่างสุภาพเช่นกัน.
"บรรพชนชราเสวี๋ยเหม่ย? ดูเหมือนว่าจะจ้องมองมายังเจ้านะ!"หยิงที่กล่าวออกมาอย่างเฉยเมย.
"อืม!"จงซานพยักหน้ารับ.
แน่นอนว่าจงซานรู้ดีว่าเรื่องนี้คงจะไม่จบง่าย ๆ แน่.
จงซานที่ทำการตรวจสอบเหล่ากลุ่มอิทธิพล พวกเขาเองต่างก็จ้องมองมายังจงซานเช่นกัน ต้องไม่ลืมว่าการเคลื่อนไหวของไป๋ฉีก่อนหน้านี้ดูไม่ธรรมดา แม้แต่เฟิงซิงอวิ๋นยังจดจ้องมองมา.
เหล่าเซียนโบราณย่อมไม่กล้าเร่งรีบพุ่งเข้าไปอีกอย่างแน่นอน ต้องไม่ลืมว่าเฟิงซิงอวิ๋นที่ขวางทางอยู่นั้น มีแต่จะเป็นการสร้างความอับอายให้กับตัวเอง ไม่มีใครต้องการสร้างความอับอายให้กับตัวเอง นอกจากนี้ประมุขนิกายเสอโห่วที่แข็งแกร่งที่สุดยังไม่ได้ออกมาด้วยซ้ำ.
ใครกันคือประมุขนิกายเสอโห่ว มีน้อยคนนักที่เคยเห็น แม้แต่จงซานที่หลายปีมานี้คอยค้นหาข้อมูลของประมุขนิกายเสอโห่วโดยเฉพาะ ทว่ากลับไม่สามารถค้นหาข้อมูลได้เลยสักนิด คนผู้นี้ลึกล้ำมาก.
นี่คืองานชุมนุมใหญ่ที่น่าเกรงขาม เหล่าตัวตนที่น่าหวาดกลัวต่างก็กระจายไปทั่วทุกสารทิศ ทุกคนต่างก็รอคอยสิ่งที่เรียกว่า โลกนวีหวา เปิดออกมา.
หนึ่งเดือน ผู้คนมากมายต่างก็รุมล้อมรอบ ๆ วิหารเสอโห่วอย่างคับคั่ง และดูเหมือนว่าจะหลั่งไหลมาไม่หยุดเช่นกัน.
กับผู้ฝึกตนมากมายมหาศาลเช่นนี้ มีเซียนโบราณปนอยู่เป็นจำนวนมาก ครั้งนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าจะมีใครได้รับสมบัติตกทอดของนวีหวา ผู้คนมากมายต่างก็เต็มไปด้วยความสับสน มีการต่อสู้เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน เพื่อแย่งยอดเขาสูงที่อยู่พื้นที่รอบ ๆ .
"เฟิงซิงอวิ๋น หนึ่งเดือนมาถึงแล้ว ไม่ใช่ว่าโลกนวีหวาเปิดออกมาแล้วรึ?"หนึ่งในกลุ่มคนที่เอ่ยออกมาในทันที.
ทุกคนเวลานี้ราวกับว่ารอคอยสัญญาณอยู่ ทุกคนที่หยุดนิ่ง จดจ้องมองเป็นสายตาเดียวกันไปยังยอดเขาที่สูงที่สุด.
เฟิงซิงอวิ๋นที่ไม่สนใจแต่อย่างใด ทว่าในเวลาเดียวกันตำหนักที่อยู่ด้านหลังของเขา.
"ครืนนนนน!"ประตูตำหนักที่ค่อย ๆ เปิดออกมา.
ทุกคนรับรู้ในทันทีว่าประมุขนิกายเสอโห่วกำลังจะออกมา.
ออกมาแล้ว ประมุขนิกายเสอโห่วออกมาแล้ว ทุก ๆ ก้าวปรากฎพลังอ่อนนุ่มหมุนวน นี่คือประมุขเสอโห่วดูลึกลับทรงพลัง.
ประมุขนิกายเสอโห่วที่สวมชุดสีดำ ไม่มีใครสามารถมองเห็นใบหน้าได้ บนชุดสีดำนั้น ได้ปักอสรพิษหลากสีอยู่บนชุด เป็นอสูรที่แตกต่างกัน และตรงกลางนั้นมีอสรพิษตัวใหญ่ที่ดูราวกับว่ามีชีวิต.
"นี่มัน?"ซูอาโฝที่เผยท่าทางประหลาดใจ.
"เป็นนางอย่างแน่นอน!"กงจูจิวเหว่ยที่กล่าวยืนยันอย่างหนักแน่น.
จงซานที่จับจ้องมองตาเขม็ง ประมุขนิกายเสอโห่ว? แท้จริงแล้วก็คือ หม่ากู๋?
เมื่อครั้งที่ทะเลอ้าวไล หม่ากู๋ที่นับว่าเป็นคนที่โดดเด่นผู้หนึ่ง? เป็นผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตา นอกจากนี้ยังมีวิชาของเผ่าจิ้งจอกด้วย.
หม่ากู๋ที่ก้าวออกมา ไม่มีใครสามารถมองเห็นใบหน้าของนางได้ ทว่าทุกคนที่สามารถมองเห็นรูปร่างของมากที่ดูร้อนแรงมาก ดึงดูดจึงทำให้ดวงตากลมโตได้เลย.
"ประมุข!"เฟิงซิงอวิ๋นที่กล่าวออกมาด้วยความเคารพ.
"ต้องรบกวนเจ้าแล้ว!"หม่ากู๋ที่กล่าวออกมาเบา ๆ .
"เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว!"เฟิงซิงอวิ๋นกล่าว.
หม่ากู๋พยักหน้ารับ กวาดตามองทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ทันใดนั้น ก็ยกมือขึ้นเล็กน้อย ฝ่ามือที่งดงามของนางที่ยื่นออกไป พร้อมกับส่องประกายแสงออกไปบนอากาศ อสุรพิษหลากสีที่กำลังเคลื่อนออกไปจากลายปักเสื้อของนาง ส่องประกายแสงระยิบระยับอยู่บนนิ้ว.
หลังจากที่ส่องประกายแสงอยู่ราว ๆ หนึ่งก้านธูป ฝ่ามือของนางที่ชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า แสงหลากสีที่พวยพุ่งขึ้นไป กระแทกไปยังกรรมวาสนาที่มากมายมหาศาล.
กรรมวาสนรามากมายในเวลานี้กำลังไหลมารวมกันในทันที.
กรรมวาสนามากมายที่เกิดเสียงดังสนั่นหลอมรวมตัวกัน หมุนวนไปมาอย่างบ้าคลั่ง.
"นางกำลังทำอะไร? หม่ากู๋กำลังจะทำลายกรรมวาสนาบนท้องฟ้าอย่างงั้นรึ?"ซูอาโฝที่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ.
ไม่ใช่แค่ซูอาโฝ ทุกคนเองต่างก็เผยท่าทางประหลาดใจด้วยกันทั้งนั้น.
กรรมวาสนามากมายที่กำลังหมุนวนโคจรไปรอบ ๆ จากนั้นก็รวมตัวกันเป็นเกลียวแสง หมุนวนอะไรบางอย่างอยู่ตรงกลาง ที่ใจกลางอากาศที่ว่างเปล่ากำลังปรากฎอะไรบางอย่างขึ้น ทุกคนที่เผยท่าทางตื่นเต้นดีใจขึ้นมา.
"โลกนวีหวา โลกนวีหวากำลังปรากฎ มันซ่อนอยู่ในกลุ่มเมฆวาสนาอย่างงั้นรึ?"ผู้คนมากมายที่กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น.
"ครืนน ~~~~~~~~~~~~~~!”
บนท้องฟ้าที่เสียงดังสนั่น เมฆวาสนาที่ระเบิดออกมา เปิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ขึ้นที่กลางอากาศ หลุมขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังโลกเขตแดนแห่งหนึ่ง.
"ตูมมมม~~~~~~~~~~~~~~!”
สายฟ้าจากเมฆวาสนามากมายที่รวมตัวกัน ก่อนที่จะฟาดลงไปยังที่ปากถ้ำ.
ไม่มีใครเร่งรีบไป ทว่ายังคงมองไปยังหม่ากู๋.
หม่ากู๋จ้องมองไปยังอุโมงค์ขนาดใหญ่บนท้องฟ้า จากนั้นก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า "นิกายเสอโห่วนับจากนี้ไม่มีอีกต่อไป เหนียงเหนียงจงเจริญ!"
ได้ยินคำพูดทั้งหมด ดวงตาของจงซานที่ส่ายไปมา แม้นว่าคำพูดของหม่ากู๋จะดูคลุมเคลือ ทว่าก็ไม่ยากจะคาดเดา ภารกิจของนิกายเสอโห่วได้จบสิ้นแล้ว การปกป้องสุสานของเหนียงเหนียงนวีหวา นี่คือวันสุดท้ายแล้วอย่างงั้นรึ?
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นแผนการของเหนียงเหนียงนวีหวาแทบทั้งสิ้น?
"ฟิ้ว!"ร่างในชุดสีขาวที่พุ่งออกไป พร้อมกับกลุ่มผู้ฝึกตนในชุดสีขาวบินตามไปด้วยเช่นกัน.
เป็นบรรพชนเสวี๋ยเหม่ย ได้นำเหล่าศิษย์ของเขา เข้าไปในโลกนวีหวาเข้าไปเป็นกลุ่มแรก.
หลังจากมีคนเข้าไปทดสอบกลุ่มแรกแล้ว หลังจากนั้นก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้นดีใจ เร่งรีบตามเข้าไปในทันที.
ศาลเทพไท่ชู ศาลเทพไท่อี้ นิกายจื่อเซียว นิกายหลั่นเติ้ง เหยี่ยนหุย ที่พุ่งตรงเข้าไปในโลกของนวีหวาอย่างพร้อมหน้าเช่นกัน.
ผู้คนมากมายที่บินขึ้นไปบนท้องฟ้า เข้าไปในโลกของนวีหวา พวกเขาต่างก็ต้องการเข้าไปเสี่ยงโชคในสุสานของนวีหวากันทั้งนั้น.
หยิง ไป๋ฉี กุยกูซือและคนอื่น ๆ เองก็บินขึ้นไปในทันทีเช่นกัน.
"จงซาน พวกเราไปกันเถอะ!"กงจูจิวเหวิ่ยที่เอ่ยออกมา.
"รอก่อน!"จงซานที่ส่ายหน้าไปมา.
ทุกคนต้องการค้นหาสมบัติปราชญ์เทพที่หายไปอย่างงั้นรึ? หากเพียงแค่นั้น คงไม่ง่ายที่จะครอบครอง
เวลานี้ควรจะรอให้หม่ากู๋และคนอื่น ๆ กล่าวอะไรออกมาอีกครั้ง.
หม่ากู๋และคนอื่น ๆ ต่างก็รอคอยอย่างใจเย็น กระแสของผู้คนที่เคลื่อนที่เข้าไปกว่าหนึ่งชั่วยาม เหล่าผู้ฝึกตนรอบ ๆ เหลืออยู่ไม่มากแล้ว.
คนของนิกายเสอโห่วเวลานี้ได้บินออกไปเช่นกัน.
ขณะที่บินขึ้นไปบนท้องฟ้า ร่างของหม่ากู๋สั่นไหวไปมาเล็กน้อย ก่อนที่จะจ้องมองลงมายังยอดเขาด้านล่าง ทว่าเพียงแค่มองเล็กน้อย ก่อนที่จะเข้าไปในโลกนวีหวาพร้อมกับศิษย์ของนาง.
จงซานที่จ้องมองไปยังยอดเขาดังกล่าว ที่ยอดเขานั้นมีผู้เยาว์คนหนึ่งในชุดสีขาว ผู้เยาว์ในชุดสีขาวนั้นไม่ได้คิดที่จะเข้าไปในโลกนวีหวา ทว่าจับจ้องมองไปยังกลุ่มคนของนิกายเสอโห่ว ใบหน้าที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย.
จงซานที่จับจ้องมองไปยังผู้เยาว์ในชุดสีขาวในทันที ทันใดนั้นราวกับว่าสัมผัสได้ถึงบางอย่าง ดูร้ายกาจเกินไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะใช้วิชาลับสวรรค์ลี้ลับออกมาแต่ก็ไม่สามารถหยุดการจ้องมองของคนผู้นี้ได้ เขาเป็นใคร?
กงจูจิวเหว่ยที่อยู่ข้าง ๆ จงซานทันใดนั้นก็สั่นไปมา.
"อย่างไร?"จงซานสอบถาม.
"ผู้เยาว์ ผู้เยาว์? ข้าไม่สามารถพูดได้!"กงจูจิวเหว่ยที่เอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ.
"อย่างไร?"ซูอาโฝที่กล่าวออกมาด้วยความสงสัย.
"นั่น?เอ๊ะ คน?"กงจูจิวเหว่ยที่กล่าวออกมาด้วยความสงสัย.
ผู้เยาว์ในชุดสีขาว หายไป หายไปแปลก ๆ .
"เขามีรูปร่างอย่างไร?"ซูอาโฝสอบถามออกมา.
"รูปร่าง? รูปร่างอย่างงั้นรึ? ข้าจำไม่ได้?"กงจูจิวเหว่ยที่ขมวดคิ้วไปมา.
จงซานเองก็รู้สึกแปลกประหลาดเช่นกัน ตัวเขาเองก็ไม่สามารถจดจำรูปร่างของผู้เยาว์ก่อนหน้านี้ได้ เป็นอะไรที่แปลกประหลาด ทำไมถึงไม่สามารถจดจำได้?
ภายในใจของจงซานที่สั่นไหวไปมา มีผู้ฝึกตนมากมายขนาดใหนที่แปลกประหลาด เข้าไปในโลกนวีหวา?
จงซานที่จ้องมองไปยังหลุมขนาดใหญ่ บัวหงหลวนที่หน้าผากที่กระพริบเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน นิมิตร้าย!
จากนั้น จากสีน้ำเงินเปลี่ยนเป็นสีแดงในทันทีด้วยเช่นกัน นิมิตดี!
บัวหงหลวนที่เดี๋ยวเป็นสีน้ำเงิน เดี๋ยวเปลี่ยนเป็นสีแดง เปลี่ยนไปมา เป็นอะไรที่ลำล้ำมาก.
มีทั้งนิมิตโชคร้ายและนิมิตโชคดีอย่างงั้นรึ? เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงจริง ๆ .
"จงซาน พวกเราไม่ไปรึ? คนอื่น ๆ ไปกันหมดแล้ว!"ซูอาโฝเอ่ย.
"ไป!"
คนทั้งสามที่บินต้องขึ้นไปบนท้องฟ้า ก่อนที่จะผ่านเข้าไปในอุโมงค์ขนาดใหญ่ แล้วมาปรากฎยังโลกใบเล็กอีกใบ.
โลกเขตแดนที่ปราชญ์เทพสร้างขึ้น แม้แต่จงซานหรือคนอื่นก็ตาม ก็ไม่สามารถใช้สัมผัสเทวะตรวจสอบพื้นที่โดยรอบได้ทั้งหมด.
เป็นโลกเขตแดนที่เต็มไปด้วยป่าไม้ที่กว้างใหญ่ไพศาล เหล่าผู้ฝึกตนที่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ ทั้งผู้ฝึกตนที่มีระดับต่ำหรือสูง ต่างก็บินออกไปรอบ ๆ กระจายไปทั่ว.
"จงซาน พวกเราจะไปทางใหน?"กงจูจิวเหว่ยที่เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น.
"พวกเรา จะต้องหาใครบางคน!"จงซานทีกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.
"หาใคร?"
"หากลุ่มคนที่เป็นศิษย์ของกงจือ หรือผู้ใต้บังคับบัญชาของเหยี่ยนฮุย!"จงซานกล่าว
"เหยี่ยนฮุย?เซียนโบราณ?"กงจูจิวเหว่ยที่สอบถามออกไปทันที.
"ไป!"
ทั้งสามที่พุ่งตรงไปยังทิศทางหนึ่ง คลื่นลมที่รุนแรงโบกพัดแยกอากาศออกเป็นสองฝั่งในทันที.