ตอนที่ 186 ผู้สืบทอด
ตอนที่ 186 ผู้สืบทอด
---
ขอข้ามตอนที่ 185 ตามต้นฉบับภาษาอังกฤษนะคะ
---
ดอกนาซีสซัสโผล่ออกมาจากเสื้อผ้าของธยาน์
ทำไมเซอเผิ่นถึงมาที่นี่ในเวลานี้
แผนการหลบหนีของพวกเขาถูกขัดจังหวะ
ธยาน์สัมผัสกลีบดอกไม้แล้วยัดเธอกลับลงไปในเสื้อผ้าของเขา จากนั้นเขาก็หันกลับไปและเห็นเซอเผิ่นยืนอยู่หน้าแจกัน
เซอเผิ่นถามว่า “ข้าจำได้ว่าเคยมีกิ่งไม้แห้งอยู่ตรงนี้ เหตุใดถึงหายไป”
ธยาน์พูดอย่างเฉยเมย “มันน่าเกลียดเกินไป ข้าโยนทิ้งไปแล้ว”
เซอเผิ่นพยักหน้า “มันค่อนข้างน่าเกลียดจริง ๆ ข้าควรทิ้งมันไปนานแล้ว”
ไอร่าซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเสื้อผ้าของธยาน์ พูดไม่ออก
อย่างที่คาดไว้ เขาและท่านลุงของเขา ช่างตื้นเขินเฉกเช่นเดียวกัน
เซอเผิ่นไม่สนใจต้นไม้เหี่ยวเฉาอีกต่อไป เขามุ่งความสนใจไปที่ธยาน์อีกครั้งและพูดด้วยความโล่งใจว่า “ครั้งสุดท้ายที่ข้าได้พบเจ้า เจ้ายังเป็นเพียงลูกงูที่ไม่มีร่างมนุษย์ด้วยซ้ำ ไม่คาดหวังเลยว่าจะเติบโตในพริบตาเช่นนี้”
ทว่า ธยาน์ดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย
เขาเคยพบเซอเผิ่นเพียงครั้งเดียว ชายคนนี้เป็นคนทำลายครอบครัวของเขาและทำให้เขากลายเป็นเด็กกำพร้า
ความทรงจำอันน่าเศร้า เขาไม่อยากคิดถึงเรื่องนี้อีกเลย
ธยาน์พูดอย่างไร้ความรู้สึก “มีอะไรจะพูดก็พูดออกมาเถอะขอรับ”
เมื่อเห็นว่าเขาเย็นชา เซอเผิ่นก็ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด “ก่อนที่แม่ของเจ้าจะตาย นางได้สั่งให้ข้าพาเจ้ากลับเมืองปีศาจ หากสายเลือดปีศาจในตัวเจ้าถูกปลุกให้ตื่น”
ธยาน์พูดไม่ออก
เซอเผิ่นกล่าวต่อ “ข้ารู้ว่าเจ้ายังคงคิดถึงผู้หญิงตัวน้อยคนนั้น และไม่ต้องการอยู่ในเผ่า แต่ตอนนี้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเจ้า เจ้าต้องอยู่ที่นี่เท่านั้น เพื่อที่เจ้าจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าของวิหาร”
จู่ ๆ ธยาน์ก็ถามขึ้น “ท่านรู้จักกับเซฟาโล่ใช่หรือไม่”
เซอเผิ่นพูด “อะไรนะ”
“เซฟาโล่เป็นผู้กระตุ้นสายเลือดปีศาจในกายของข้าในตอนนั้น” ธยาน์มองดูเขาอย่างมั่นคง “เซฟาโล่จัดฉากข้าและบังคับให้ข้าออกจากวิหาร ข้าคิดว่าเขาทำไปเพื่อตำแหน่งมหาปุโรหิต แต่หากเป็นเช่นนั้น เหตุใดเขาต้องปลุกสายเลือดปีศาจในตัวข้าให้ตื่นขึ้นมาด้วย มันไม่เป็นผลดีอันใดต่อเขา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขารู้ได้อย่างไรวิธีปลุกสายเลือดปีศาจได้อย่างไร ผู้ใดเป็นคนบอกเขา”
ถึงตาที่เซอเผิ่นจะต้องเงียบ
การจ้องมองของธยาน์เย็นชา “ผู้เดียวที่รู้วิธีปลุกสายเลือดปีศาจก็คือตัวปีศาจเอง เหตุใดท่านถึงบอกข้อมูลสำคัญเช่นนี้กับเซฟาโล่ พวกท่านร่วมมือกันใช่หรือไม่”
เซอเผิ่น “...”
“เซฟาโล่ตายไปแล้ว แต่ท่านยังมีเบี้ยอีกมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ในวิหารนั่น ท่านกำลังวางแผนอะไรกันแน่”
จู่ ๆ เซอเผิ่นก็ยิ้มออกมา “ถ้าอยากรู้ก็ต้องอยู่ที่นี่ต่อ เข้าร่วมกองกำลังปีศาจ และเป็นหนึ่งในพวกเรา แล้วข้าจะบอกเจ้าทุกอย่างที่เจ้าอยากรู้”
“หากข้าไม่ต้องการเล่า”
เซอเผิ่นหยุดยิ้ม “เจ้าควรรู้ตั้งแต่วินาทีที่เจ้าก้าวเข้ามาในดินแดนปีศาจ เข้าไม่มีทางเลือกอื่น เจ้าสามารถอยู่และรับใช้ปีศาจได้เท่านั้น”
อย่างไรก็ตาม ธยาน์กล่าวว่า “คนที่เลี้ยงดูข้ามาคือปู่ของข้า ข้าเติบโตในวิหาร แม้ว่าเข้าจะต้องการรับใช้ ข้าก็ควรเลือกรับใช้วิหาร”
“แต่คนจากวิหารต้องการจะฆ่าเจ้า”
“ข้าไม่สามารถเข้าร่วมกองทัพปีศาจได้เช่นกัน ข้าไม่สามารถทำให้ท่านปู่ผิดหวัง”
เซอเผิ่นขมวดคิ้วและพูดว่า “อย่าพูดถึงตาแก่นั้นให้ข้าได้ยิน หากมันไม่เข้ามายุ่ง ในตอนนั้นแม่ของเจ้าคงไม่ตายอย่างอนาถ มันเป็นศัตรูของเรา”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ ธยาน์ก็หุบปากทันที แต่เขาไม่เห็นด้วยกับลุงของเขา
แม้ว่าเขาจะยังเด็กมากตอนที่แม่ของเขาเสียชีวิต แต่เขาก็ได้สืบหาความจริงในตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาค่อย ๆ เรียนรู้บางสิ่ง การตายของแม่ของเขาเกี่ยวข้องกับวิหารจริง ๆ แต่ท้ายที่สุด คนที่ผลักให้เธอไปสู่การสาปแช่งชั่วนิรันดร์ก็คือปีศาจ
เมื่อเห็นว่าธยาน์ยังคงเฉยเมย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คิดถึงสิ่งที่เขาพูด เซอเผิ่นไม่พอใจ และพูดต่อไป
เขากล่าวว่า “เจ้ามีคุณสมบัติที่ดี แค่ขัดเกลาเพียงเล็กน้อย เจ้าก็จะกลายเป็นแม่ทัพที่ยอดเยี่ยม ในอนาคตหากข้าแก่ เจ้าสามารถรับช่วงต่อจากข้าและกลายเป็นผู้บัญชาการคนใหม่ของกองทัพปีศาจได้”
“ข้าไม่สนใจที่จะนำกองทหารเข้าสู่สนามรบ ท่านควรหาผู้อื่นมาสืบทอดท่านเถิด” ธยาน์ปฏิเสธเขาอย่างตรงไปตรงมา
“เจ้าเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ เจ้าเป็นเพียงผู้เดียวที่เหมาะสมกับการเป็นผู้สืบทอด หากจะยกให้ผู้อื่น ข้าคงไม่สบายใจ”
ไม่ว่าเซอเผิ่นจะพยายามโน้มน้าวเขาอย่างไร ธยาน์ก็ปฏิเสธที่จะอยู่และทำงานให้กับเผ่าพันธุ์ปีศาจ
การเจรจาก็หยุดชะงัก
เซอเผิ่นกล่าวว่า “ข้าจะให้เวลาเจ้าคิดเรื่องนี้ต่ออีกสักวัน หากพรุ่งนี้ไม่สามารถให้คำตอบที่น่าพอใจกับข้าได้ ข้าจะต้องใช้วิธีที่ยากลำบากกับเจ้า”
หลังจากที่เขาจากไปแล้ว ไอร่าก็คลายออกมาจากกระเป๋าและยกดอกไม้สีขาวของเธอขึ้นเพื่อมองดูธยาน์
“เราจะยังออกไปได้หรือไม่”
ธยาน์สัมผัสกลีบดอกไม้ของเธอ “ได้สิ เราต้องไป”
คงจะดีถ้าเขาอยู่ลำพัง ไม่สำคัญว่าลุงของเขาจะทำอะไรกับเขา แต่สาวน้อยก็อยู่ที่นี่ด้วย ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาต้องพาเธอออกไปจากสถานที่อันตรายแห่งนี้
ไอร่าต้องการถามธยาน์เรื่องแม่ของเขา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการออกจากที่นี่ ส่วนเรื่องอื่น รอจนกว่าถึงบ้านค่อยว่ากัน
ยังมีเวลาอีกมาก ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
ธยาน์เดินออกไปพร้อมกับดอกนาซีสซัส แต่เขาตระหนักว่าประตูถูกล็อกจากด้านนอกและไม่สามารถเปิดออกได้
ดอกนาซีสซัสโผล่ออกมาจากเสื้ออีกครั้งแล้วพูดว่า “เจ้าปีนออกไปนอกหน้าต่างได้หรือไม่”
มีลูกกรงอยู่ที่หน้าต่าง แต่ไม่มีอะไรเลยสำหรับธยาน์ เขาบังคับลูกกรงให้เปิดและปีนออกมาอย่างราบรื่น
ธยาน์รีบลงไปชั้นล่างในขณะที่ฟังไอร่าอธิบายภูมิประเทศภายนอก
ในตอนแรก เมื่อเขาได้ยินไอร่าอธิบายว่าแมงกะพรุนตัวใหญ่ขนาดไหน เขาก็สงสัยเล็กน้อย แต่เมื่อเขาเดินออกจากประภาคารและเห็นแมงกะพรุนตัวใหญ่ด้วยตาของเขาเอง เขาก็ตระหนักว่าคำอธิบายของไอร่านั้นไม่ได้พูดเกินจริงเลย
แมงกะพรุนตัวนี้ใหญ่มากจริง ๆ
แมงกะพรุนตัวใหญ่ราวกับมอนิเตอร์ที่เฝ้าดูอาณาเขตทั้งหมดของเมืองปีศาจ เมื่อธยาน์ปรากฏตัว มันก็สังเกตเห็นเขาทันที
หนวดยาวและบางของมันยื่นออกไปต่อหน้าธยาน์เพื่อต้องการตรวจสอบตัวตนของเขา
ธยาน์ยืนอยู่ตรงที่เขาอยู่และปล่อยให้มันตรวจสอบ
ทหารลาดตระเวนเดินผ่านไป แต่ไม่มีใครสนใจธยาน์
แมงกะพรุนตัวใหญ่รู้สึกถึงกลิ่นอายของปีศาจบนตัวธยาน์ เขาน่าจะเป็นปีศาจ แต่รัศมีของเขาจางเกินไป นั่นหมายความว่าเขาไม่ใช่ปีศาจสายเลือดบริสุทธิ์
มีปีศาจที่ไม่ใช่สายเลือดบริสุทธิ์มากมาย แต่คนที่อยู่เบื้องหน้านั้นพิเศษ
แมงกะพรุนตัวใหญ่จำได้ว่าเขาถูกเซอเผิ่นพากลับมา ว่ากันว่าเขาเป็นหลานชายของเซอเผิ่น
หนวดล้อมรอบธยาน์และถอยกลับหลังจากยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ
นี่ควรเป็นจุดสิ้นสุดของการตรวจสอบ ธยาน์กำลังจะเดินเข้าไปในป่า เขาถูกหยุดโดยอสูรที่วิ่งมาจากอีกทางหนึ่ง
“ท่านธยาน์ รอสักครู่”