ตอนที่แล้วบทที่ 44: การควบคุมสถานการณ์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 46 : ชมรมที่แข็งแกร่งที่สุด 

บทที่ 45: เฮาเหรินผู้รอบรู้


บทที่ 45: เฮาเหรินผู้รอบรู้

หญิงสาวสวมแว่นตาตกตะลึงกับคำพูดของโม่ซิ่ว แต่ไม่นานหลังจากนั้นเธอก็เริ่มตะโกนใส่เฉาเฟิงหลินอีกครั้ง

“อาจารย์ หนูไม่เห็นด้วยกับผลการต่อสู้ครั้งนี้ โม่ซิ่ว กับ ตงฟาง นั้นไม่ได้มีพลังสนับสนุนเลย”

"อย่าเสียเวลาอีกเลยน่า" โม่ซิ่วถอนหายใจ

หญิงสาวใส่แว่นจ้องไปที่โม่ซิ่วด้วยความโกรธ

เฉาเฟิงหลินมีสีหน้าจริงจัง “เธอไม่ได้ยินกฎที่ฉันอธิบายในตอนต้นเหรอ? ว่ามีแค่สี่คนเท่านั้นที่จะผ่านน่ะ?!”

เมื่อเห็นว่าอาจารย์เริ่มโกรธเล็กน้อย หญิงสาวสวมแว่นตาจึงหยุดพูด

เฉาเฟิงหลินเรียกรวมตัวและพูดว่า "การคัดเลือกในชั้นเรียนสิ้นสุดลงแล้ว และชื่อของทั้งสี่คนก็ได้รับการยืนยันแล้วเช่นกัน จากนี้ไปจะไม่มีการเรียนการสอนเป็นเวลาครึ่งเดือน”

“อาจารย์ นั่นหมายความว่าพวกเราที่ไม่มีโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้นเลยเหรอครับ?” นักศึกษาอีกคนถามขึ้น

"พวกเธอไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดในพิธีเปิดเหรอ" เฉาเฟิงหลินถาม "การศึกษาในมหาวิทยาลัยหยานจิ่งมีพื้นฐานมาจากการต่อสู้ซึ่งทำให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน”

“นอกจากนี้จะมีการต่อสู้ในคาบเรียนทุกเดือน ผู้ชนะเพียงสี่คนเท่านั้นที่สามารถท้าสู้กับคนที่ผ่านไปแล้วก่อหน้านี้ได้ ถ้าหากเธอชนะพวกเขาได้ พวกเธอก็จะเข้ามาแทนที่สี่คนก่อนได้เช่นกัน”

“เนื่องจากสถานการณ์ในตอนนี้ จึงอาจมีบางคนที่มีพลังโดดเด่นอาจได้รับการคัดเลือกโดยตรงจากอาจารย์ เพราะฉะนั้นทุกคนอย่าได้ขาดการฝึกซ้อมโดยเด็ดขาด เพราะทุกคนมีโอกาสเท่ากันและในขณะเดียวกันก็อาจตามหลังคนอื่นได้หากไม่ฝึกให้มากเพียงพอ”

หลังจากที่ได้ยินแบบนี้ โม่ซิ่วจึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจกับวิธีการสอนของมหาวิทยาลัยหยานจิ่ง

ดูเหมือนว่าจะไม่มีข้อจำกัด แต่ในความเป็นจริงมีการต่อสู้อยู่ทุกที่ซึ่งทำให้ทุกคนไม่สามารถขาดซ้อมได้เลย

เฉาเฟิงหลินกล่าวต่อ “อีกครึ่งเดือนข้างหน้า สี่คนที่ผ่านในครั้งนี้จะต้องไปคัดเลือกเพื่อเป็นตัวแทนของวิชาเอก ส่วนคนอื่นๆที่เหลือจะต้องมาที่นี่เพื่อการต่อสู้ในคาบ เอาล่ะวันนี้จบเพียงเท่านี้!”

สำหรับคนส่วนใหญ่ ชีวิตในวิทยาลัยของพวกเขาเริ่มต้นอย่างโหดร้าย

"โม่ซิ่ว เดี๋ยวก่อน!"

เฉาเฟิงหลินเรียกโม่ซิ่ว โม่ซิ่วจึงบอกตงฟางให้ไปกินข้าวก่อน

"อาจารย์มีอะไรหรือเปล่าครับ?"

เฉาเฟิงหลินมองไปที่โทรศัพท์ของเขาและพูดว่า "เธอเป็นผู้ทำคะแนนสูงสุดในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ใช่ไหม?"

"ครับอาจารย์" โม่ซิ่วพยักหน้า

“ด้วยพลังของนาย นายน่าจะเก่งที่สุดและควรเข้าเรียกวิชาเอกด้านการจู่โจมแท้ๆ ทำไมนายถึงได้เลือกวิชาเอกด้านการสนับสนุนล่ะ?”

“เรื่องผู้หญิงครับ!”

“นี่เธอกวนประสาทครู่งั้นเรอะ?!”

"เอ่อ…คือผมเลือกไปแบบสุ่มๆน่ะครับ"

“จะบ้าเรอะ! เด็กทั่วไปที่เข้ามหาวิทยาลัยหยานจิ่งได้ล้วนผ่านการฝึกฝนอย่างหนักมาทั้งนั้น แล้วทำไมนายถึงได้เลือกลงเรียนแบบสุ่มได้ล่ะ?!”

โม่ซิ่วส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดอย่างจริงจังว่า "ผมแค่ต้องการจัดตั้งทีมครับ!"

แววตาของเฉาเฟิงหลินเบิกกว้าง "ทีมแบบไหนเรอะ?”

โม่ซิ่วยืดหน้าอกขึ้นและพูดอย่างจริงจัง “ทีมที่แข็งแกร่งจนสามารถกวาดล้างทุกสิ่งในโลกได้ครับ”

เฉาเฟิงหลินหรี่ตาลงและไม่พูดอะไร

โม่ซิ่วคิดว่าเฉาเฟิงหลินอาจจะยังสงสัยเขาจึงพูดต่อ “ด้วยเหตุผลนี้ ผมจึงเลือกเข้าเรียนวิชาเอกด้านการสนับสนุน เพราะการสนับสนุนทีมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ผมยังต้องการเรียนรู้วิธีการสนับสนุนทีมและเป็นผู้นำทีมที่ดีครับ!”

เฉาเฟิงหลินผายมือและพูดว่า “เอาล่ะๆ ฉันเข้าใจแล้ว นายไปได้แล้วล่ะ”

โม่ซิ่วเดินออกมาจากสนามฝึกซ้อมหมายเลข 3 ด้วยความรู้สึกโล่งใจ ในที่สุดเขาก็สามารถผ่อนคลายลงมาก

อันที่จริง สิ่งที่โม่ซิ่วพูดเมื่อครู่นี้ไม่ได้ตอบแบบส่งๆ แต่โม่ซิ่วคิดเรื่องนี้เอาไว้ทั้งหมดแล้ว

"ริ๊งงง ริ๊งงง..."

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หลังจากนั้นโม่ซิ่วก็หยิบมันขึ้นมาซึ่งคนที่โทรมาก็คือหลิวซี่หยาง

“โม่ซิ่ว นายอยู่ที่ไหนน่ะ? นายกินข้าวหรือยัง? ฉันเพิ่งเรียนเสร็จจะออกมากินข้าวด้วยกันไหม?”

โม่ซิ่วและหลิวซี่หยางตกลงที่จะมาเจอกันในโรงอาหาร ซึ่งคราวนี้มีคนไม่มากนักดังนั้นทั้งสองคนจึงหาที่นั่งได้อย่างสบายใจ

"โม่ซิ่ว มหาวิทยาลัยหยานจิ่งนี่เรียนหนักจริงๆ นายไม่เหนื่อยบ้างเหรอ" หลิวซี่หยางพูดด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้า

“เหนื่อยเหรอ? นายเหนื่อยอะไรของนายน่ะ?”

“คาบเรียนของฉันมีอยู่ 60 คน นอกจากนี้ฉันยังต้องสู้กับคนในชั้นเรียนอีกด้วย” หลิวซี่หยางพูดอย่างอ่อนแรง

“ฉันก็เหมือนกันด้วย แต่ว่าของฉันน่ะได้รายชื่อคนที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแล้ว”

“จริงเหรอ? ทำไมเร็วจังล่ะ?”

"พวกฉันสู้กันเองจนเหลือสี่คนสุดท้ายน่ะ"

หลิวซี่หยางยกนิ้วโป้งให้และพยักหน้าเข้าใจ “ยอดไปเลยนะนายเนี่ย”

“อ้อจริงสิ ช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประกาศชมรมด้วยล่ะ นายเลือกได้รึยังว่าจะเข้าชมรมไหน?” หลิวซี่หยางถามโม่ซิ่ว

โม่ซิ่วมองไปที่หลิวซี่หยางแล้วเท้าคาง เพราะเฉาเฟิงหลินไม่ได้พูดถึงเรื่องชมรมเลยแม้แต่น้อย

“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมีชมรมอะไรบ้าง?”

หลิวซี่หยางรีบกินข้าวในชามของเขาและลุกขึ้นยืน “ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปดูกันตอนนี้เลยมั้ย?”

โม่ซิ่วเองก็อยากรู้เรื่องชมรมเหมือนกัน นอกจากนี้กว่าที่เขาจะได้เข้าเรียนอีกครั้งก็คืออีกครึ่งเดือนข้างหน้า ดังนั้นคนอื่นๆจึงต้องใช้เวลาอีกครึ่งเดือนนี้เพื่อพัฒนาตัวเองซึ่งทำให้เขาไม่มีอะไรทำ

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เดินมาที่ด้านหน้าของอาคารแห่งหนึ่งซึ่งตอนนี้รายล้อมไปด้วยผู้คน

โม่ซิ่วแทรกตัวของเขาเข้าไปด้วยความยากลำบากและเห็นว่ามีโต๊ะกับเก้าอี้ตั้งเป็นแถวอยู่ข้างใน ซึ่งมีคนนั่งอยู่ด้านหน้าโต๊ะแต่ละโต๊ะ ซึ่งน่าจะเป็นจุดลงทะเบียนรับสมัครของชมรม

เมื่อมองไปรอบๆโม่ซิ่วและหลิวซี่หยางก็ยังเลือกไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเดินวนดูว่ามีชมรมอะไรบ้าง

ในขณะเดียวกัน คนที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าโม่ซิ่วขณะที่กำลังเดินผ่านเขาไป

สายตาของโม่ซิ่วนั้นไวมาก ดังนั้นเขาจึงหันไปคว้าแขนของคนๆนั้นทันที

"เฮาเหริน!"

เมื่อเห็นว่าเป็นโม่ซิ่ว เฮาเหรินจึงพูดอย่างตื่นเต้นว่า "โม่ซิ่วเองเหรอ?! ฉันน่ะไปหาข้อมูลมาและได้รู้ว่านายน่ะเป็นคนที่ทำคะแนนสูงสุดในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย นายนี่สุดยอดไปเลยนะ!!”

"นายนี่รอบรู้จริงๆเลยนะ" โม่ซิ่วตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง

เฮาเหรินยกนิ้วโป้งมือขวาขึ้นและชี้ไปที่ตัวเอง “แน่นอน ใครๆก็รู้จักฉันในฉายาะผู้รอบรู้เฮาเหรินเชียวนะ”

หลังจากนั้นรู้เฮาเหรินก็เห็นหลิวซี่หยางที่อยู่ข้างๆโม่ซิ่วและถามว่า "คนๆนี้คือ?"

โม่ซิ่วเหลือบไปมองหลิวซี่หยางและพูดว่า "นี่คือเพื่อนของฉันเองชื่อหลิวซี่หยางน่ะ"

“หรือว่าจะเป็น?! ลูกชายของตระกูลหลิว หลิวซี่หยางคนนั้นงั้นเหรอ?”

หลิวซี่หยางยิ้มและพูดว่า “นายนี่เหมาะกับฉายาผู้รอบรู้จริงๆนะ”

เฮาเหรินจับมือกับหลิวซี่หยางอย่างรวดเร็วและพูดว่า "แน่นอน เพราะฉันต้องรู้อยู่แล้วว่าใครบ้างที่จะเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยหยานจิ่งบ้าง ซึ่งนายเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย”

หลิวซี่หยางพูดอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอน นายนี่ฉลาดไม่เบานะถ้าหากมีอะไรให้ช่วยก็บอกฉันได้เลยนะเพื่อน”

เฮาเหรินดีใจมากและจับมือเขาอีกครั้ง “ขอบคุณมากนะหลิวซี่หยาง”

จากนั้นเขาก็พูดกับโม่ซิ่วว่า "พวกนายสองคนมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมชมรมสินะ?" โม่ซิ่วและหลิวซี่หยางพยักหน้าพร้อมกัน

เฮาเหรินมองไปที่นาฬิกาและพูดว่า "เดี๋ยวฉันแนะนำพวกนายเอง"

นี่คือเป้าหมายของโม่ซิ่ว ดังนั้นเขาจึงพูดทันทีว่า "กำลังต้องการอยู่พอดีเลย"

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด