บทที่ 28 หมัดเดียวก็พอ!
หลินเซียวยืนอ้าปากค้างราวกับว่าเขาถูกตบหน้าอยู่กลางจัตุรัส เขาสูดหายใจลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ จากนั้นเหลือบมองโอสถผลึกทับทิมด้วยแววตาโลภ แล้วกล่าวกับหลัวเฉิง
“เช่นนั้นก็ดี! ข้ายอมรับเดิมพันของเจ้า หากเจ้าสามารถรับหมัดทั้งสามของข้าได้โดยไม่ล้มลง หนี้ของหลัวฉีถือว่าจบกัน! แต่หากเจ้าไม่สามารถรับมันได้ โอสถสองเม็ดนี้จะเป็นของข้า!”
ตราบใดที่เขาได้โอสถระดับสามดาวสองเม็ดนี้ เขาก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาระดับ แปดได้อย่างรวดเร็ว!
เมื่อได้รู้เช่นนี้ ไหนเลยเขาจะยอมปล่อยให้โอสถดีๆ ที่มาส่งถึงหน้าประตูบ้านหลุดไปได้แล้ว!
“คุณชายหลัวเฉิง!” พ่อบ้านฉินรีบกล่าวขึ้นด้วยสีหน้ากังวล
ครั้นเขาเห็นว่าหลัวเฉิงกำลังจะตกลง พ่อบ้านฉินจึงกล่าวว่า “ข้าคิดว่า เราควรพิจารณาเรื่องนี้ให้ถี่ถ้วนก่อนดีหรือไม่…”
ด้วยมูลค่าของโอสถระดับสามดาวสองเม็ด มันมากพอที่จะใช้หนี้พนันของหลัวฉีได้อย่างง่ายดาย
แม้นหลัวเฉิงจะมีความก้าวหน้าของระดับพลังยุทธ์ที่รวดเร็ว แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าหลัวเฉิงจะสามารถรับหมัดทั้งสามของหลินเซียวได้ เมื่อเรื่องทั้งหมดนี้สามารถคลี่คลายได้โดยง่าย แล้วไยต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงด้วยเล่า
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลินเซียวก็กังวลว่าหลัวเฉิงจะเปลี่ยนใจ ดังนั้นเขาจึงรีบเดินไปยังพื้นที่โล่งแล้วกล่าวยั่วยุทันที “ทำไมหลัวเฉิง เจ้าเดิมพันแล้วเกิดกลัวขึ้นมากระนั้นหรือ”
“ฮ่าฮ่า เจ้าไม่จำเป็นต้องยั่วยุข้า ข้าจะไม่มีทางปฏิเสธในสิ่งที่ข้าเป็นคนริเริ่มอยู่แล้ว” หลัวเฉิงหัวร่อแล้ว เพราะรู้ดีว่าหลินเซียวกำลังคิดอะไรอยู่
หลังกล่าวจบ หลัวเฉิงเดินตรงไปยังพื้นที่เปิดโล่งทันที ก่อนยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหลินเซียว
ฉากที่ผู้คนโดยรอบเห็นนี้ ทำให้พวกเขาอดมิได้ที่จะพร่ำบ่น
วาจาส่วนใหญ่ล้วนกล่าวว่า “ไฉนหลัวเฉิงจึงกล้ายอมรับการเดิมพันนี้ ทั้งที่รู้ว่าตนเองนั้นจะต้องแพ้อยู่แล้ว ต้องเป็นคนไร้หัวคิดขนาดไหนกัน”
บ้างก็มีความคิดที่อิจฉาริษยายิ่ง ว่าเหตุใดคนที่เดิมพันกับหลัวเฉิงในครานี้กลับมิใช่เขา
“หลินเซียว สั่งสอนให้เขาได้รู้สำนึกเสียบ้าง!” ฉีตงตะโกนดังลั่น
คนที่มีท่าทางตื่นเต้นมากสุดในตอนนี้คือเขา ดูเหมือนเขาต้องการจะเห็นฉากที่หลัวเฉิงถูกหลินเซียวทุบตีราวกับสุนัขข้างทาง
หลินเซียวมองไปยังหลัวเฉิงแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มมาดมั่น “หลัวเฉิง หากเจ้าจะรู้สึกเสียใจในตอนนี้ จงรับรู้ไว้ว่ามันสายเกินไปแล้ว!”
หลัวเฉิงเหลือบมองเขาแล้วกล่าวอย่างใจเย็น “ไยข้าต้องเสียใจด้วยเล่า”
น้ำเสียงราบเรียบที่หลัวเฉิงเปล่งออกมา พานให้หลินเซียวรู้สึกไม่พอใจ แล้วกล่าวเยาะเย้ย
“ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ไฉนเจ้าซึ่งเป็นคนไร้ค่าที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะขึ้นมา กลับมีความมั่นใจได้มากถึงเพียงนี้ เจ้าคิดว่าตัวเองจะสามารถรับหมัดของข้าได้จริงน่ะหรือ”
สีหน้าของหลัวเฉิงยังคงมิเปลี่ยนแปลง จากนั้นเขาตั้งท่าต่อสู้แล้วกล่าวว่า “เจ้าจะรู้ได้อย่างไรหากไม่ลงมือ!”
“ฮึ่ม! กับคนเช่นเจ้าข้าไม่จำเป็นต้องใช้ถึงสามหมัดหรอก แค่หมัดเดียวก็เกินพอ!” ครั้นกล่าวจบเขาก็โผเข้าหาหลัวเฉิงทันที
“รับมือ!” เขาแผดตะโกนลั่นและชกเข้าที่หน้าหลัวเฉิงโดยตรง
ความโกรธที่มีใจ หลินเซียวอัดแน่นมันไว้ในหมัดนี้ เขาทุ่มพลังกายทั้งหมด หมายโค่นให้ล้มในหมัดเดียว
หลินเซียวเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นหลอมกายาระดับเจ็ด ต่อให้หมัดนี้จะเป็นเพียงหมัดธรรมดา แต่มันก็มีน้ำหนักมากกว่าหกร้อยจิน
เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนก็ต่างบีบมือกลั้นหายใจ โดยคิดว่าหมัดนี้ของหลินเซียว ต้องทำให้หลัวเชิงผิวหนังฉีกขาดเป็นแน่
อย่างไรก็ตาม ภาพที่ทุกคนจินตนาการไว้มันก็ไม่เกิดขึ้น
ปัง!
หลัวเฉิงใช้เพียงฝ่ามือก็สกัดหมัดของหลินเซียวได้โดยตรง ร่างกายของหลัวเฉิงหนักราวกับขุนเขา เพราะมันไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย!
“รับได้งั้นหรือ!”
“ข้าตกใจไปเองคนเดียวงั้นหรือ”
ดวงตาของแต่ละคนที่ประสบพบฉากนี้ ต่างเลี้ยวซ้ายแลขวามองหน้าซึ่งกันและกัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็นตรงหน้านี้
หลัวเฉิงสามารถรับหมัดของหลินเซียวง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างไร!
ทั้งเขายังไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียวด้วยซ้ำ!
“เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้มันไม่มีทางเป็นไปได้!” หลินเซียวอุทานด้วยความตกตะลึง
เขาไม่สามารถยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้ได้ ทำเอาดวงตาของเขาถึงกับเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจยิ่ง
“หนึ่งกระบวนท่า” หลัวเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เขาเอื้อมมือไปปัดใช้อาภรณ์ของตนที่เปื้อนฝุ่นด้วยท่าทางใจเย็น จากนั้นมองไปทางหลินเซียว
“มาลองอีกครั้ง และไม่จำเป็นต้องออมมือ!”
ความล้มเหลวที่จะเอาชนะหลัวเฉิงด้วยกระบวนท่าเดียว ทำให้หลินเซียวรู้สึกอับอายจนใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ไม่ช้าเขาก็แผดเสียงคำรามลั่น
พัฟ!
วิหคยักษ์ตัวหนึ่งซึ่งมีปีกยาวกว่าหกฉื่อ ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังหลินเซียวทันที มันคือวิญญาณยุทธ์ของเขา อินทรียักษ์ระดับสี่ดาว!
การเรียกวิญญาณยุทธ์ออกมาเช่นนี้ นั่นเท่ากับว่า หลินเซียวถูกบีบให้จนมุมจึงต้องทุ่มพลังสุดตัว เขาปรี่เข้าหาหลัวเฉิงและปล่อยหมัดพุ่งออกไปทันที
“ตายซะ! สะบั้นศิลา!!” หลินเซียวคำรามเสียงต่ำ
เขาใช้ทั้งวิญญาณยุทธ์และวรยุทธหมัดที่แข็งแกร่งสุดของเขา อาจเรียกได้ว่าการโจมตีในครั้งนี้คือทุกสิ่งที่เขามีก็มิผิด