Chapter 191 : อสูรขอบเขตที่9น่าสะพรึงยิ่งนัก! (1)
นักฆ่าเลเวล2ขอบเขตที่8แค่นเสียงเย็น “ผมว่าเจ้านี่มีแต่จะทำให้อะไรๆแย่ลงเสียมากกว่า”
จากนั้นเขาก็หันไปเย้าแหย่กับทาเคดะ ชิโนบุ “เกรงว่าไข่มุกแดนลับ50เม็ดของคุณคงเสียเปล่าแล้ว”
ทาเคดะ ชิโนบุยิ้มขม
“อย่างน้อยเขาก็ยังกล้าก้าวออกมา ถ้าสุดท้ายแล้วมันต้องเสียไปจริงๆก็ช่างมันเถอะ”
นักฆ่าขอบเขตที่8ผู้นั้นเองก็เตรียมจะก้าวเข้าสู่เมืองหวังเซี่ยแล้วเช่นกันหากแต่ในเวลานี้เองนักสู้ที่อยู่ข้างหลังพลันอุทานออกมา
“เชี่ยเอ๊ย พวกนายเห็นนั่นไหมน่ะ? เจ้าหมอนั่นลอบผ่านพวกผีดิบไปแล้ว! ผีดิบพวกนั้นทำราวกับว่าไม่เห็นตัวเขาเลย!”
นักสู้หลายคนยกมือขึ้นมาขยี้ตาราวกับเห็นผี
มู่เฉียงผู้นั้นคล้ายกับผีสางยิ่งนัก เขาสามารถลอบเร้นผ่านไปได้อย่างง่ายดาย!
ทาเคดะ ชิโนบุและนักฆ่าขอบเขตที่8เองก็ตกตะลึงเช่นเดียวกัน
หลังจากนั้นสีหน้าของทาเคดะ ชิโนบุก็เผยให้เห็นความประหลาดใจออกมา
“เจ้าหมอนี่ดูเหมือนจะพึ่งพาได้มากกว่าที่คิด!”
นักฆ่าขอบเขตที่8แค่นเสียง “หมอนั่นก็คงมีลูกไม้อะไรซักอย่างนั่นแหละ ฉันเองก็จะเข้าไปแล้วเหมือนกัน”
หลังจากกล่าวเช่นนั้นแล้วเขาก็เข้าไปในเมืองหวังเซี่ยอย่างรวดเร็ว
...
ด้วยความสามารถจากสกิลและอุปกรณ์สวมใส่ของเขาทำให้เขาสามารถเร้นกายอยู่ในเงาได้
ในเวลานี้ดาบพิษได้เข้ามาถึงส่วนลึกของเมืองหวังเซี่ยแล้ว
“จริงๆด้วยแฮะ ค่าสถานะของผีดิบพวกนี้เพิ่มขึ้นมาเกือบ10% ผีดิบขอบเขตที่7เลเวล1มีค่าสถานะเหลือกว่านักสู้เลเวล2ขอบเขตที่7ไปแล้วด้วยซ้ำ ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาถูกบีบให้ออกจากเมืองหวังเซี่ยไปแบบนี้”
ดาบพิษยังคงเดินหน้าต่อและไม่นานนักเขาก็เห็นรอยเลือดบนพื้น
เขาเดินตามรอยเลือดไปซักพักและก็ได้พบเจอกับเศษซากแขนขาดังคาด
หลินเซวียนส่ายหัว เขาไว้ทุกข์ให้ผู้โชคร้ายอยู่ชั่วครู่ก่อนจะออกเดินทางต่อ
ด้วยบัฟทั้งสองจากสกิลและอุปกรณ์สวมใส่ทำให้ตัวตนของเขานั้นแทบจะเป็นศูนย์ เขาสามารถเคลื่อนไหวไปมาในเงาได้ประหนึ่งมัจฉาแหวกว่ายในท้องนที
กระทั่งพุ่งผ่านร่างของพวกผีดิบไปพวกมันยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆเลยด้วยซ้ำราวกับว่าพวกมันมองดาบพิษเป็นอากาศธาตุก็ไม่ปาน
ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็มาถึงใจกลางของเมืองหวังเซี่ย
ที่แห่งนี้มีผีดิบมารวมตัวกันอยู่เยอะมาก!
ผีดิบพวกนี้ล้วนหันหลังให้เขาและมองจ้องไปยังใจกลางเมือง อย่างไรก็ตามเนื่องจากจำนวนของพวกมันมีเยอะมากดาบพิษจึงไม่อาจมองเห็นได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวงล้อมและทำได้เพียงปีนขึ้นไปบนอาคารเพื่อตรวจสอบ
เมื่อเขาปีนขึ้นมาบนหลังเขาก็มีความสุขยิ่งนักเนื่องจากเขาพบว่ามีนักสู้ร่างสั่นสะท้านคนหนึ่งอยู่บนนี้
“นายมาช่วยฉันใช่ไหม?” นักสู้ผู้นั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดีใจ
ดาบพิษพยักหน้า “แล้วคนอื่นๆล่ะ?”
นักสู้ชี้ไปที่หลังคาบ้านใกล้เคียง “พวกเขาส่วนใหญ่หลบซ่อนตัวกันอยู่บนหลังคา พวกผีดิบส่วนใหญ่เอาแต่คอยคุ้มกันใจกลางเมืองหวังเซี่ยเลยไม่ได้เข้าโจมตีพวกเราและยืนอยู่เฉยๆแบบนั้น ยังไงก็ตามพวกผีดิบที่กระจายตัวอยู่ในบ้านรอบๆเมืองหวังเซี่ยและตามถนนหนทางนั้นค่อนข้างดุร้ายไม่น้อย พวกมันจะโจมตีทุกคนที่พบเจอ..น่ากลัวจริงๆ”
ดาบพิษพยักหน้ารับเบาๆและมองไปยังใจกลางเมืองที่มีผีดิบจำนวนมากมายโอบล้อมเอาไว้
เขาพลันสังเกตเห็นหลุมลึกหลุมหนึ่ง!
หลุมนั้นดูเหมือนจะปลดปล่อยควันสีดำบริสุทธิ์ออกมาตลอดเวลา
เสือผีดิบขอบเขตที่8และขอิบเขตที่9ซึ่งเป็นผู้นำเองก็นอนหมอบอยู่ตรงปากหลุมนั้นและคอยหายใจรับเอาควันสีดำเข้าไป
แม้ว่าเขาจะไม่เห็นตรงๆแต่ดูจากการกระทำและปฏิกิริยาของพวกมันแล้ว ดูเหมือนมันจะรู้สึกดียิ่งนัก
ด้านหลังเสือผีดิบยังมีผีดิบขอบเขตที่8ในทุกประเภทอยู่อีกกว่า40ตัว
พวกมันยืนอยู่ห่างจากเสือผีดิบออกไปเพียงครึ่งก้าวเท่านั้นและคอยสูดเอาควันสีดำเข้าไปเช่นกัน
ส่วนผีดิบขอบเขตที่7ด้านนอกนั้นจำนวนควันสีดำที่เหลือไปถึงพวกมันกระทั่งน้อยยิ่งกว่า
เสือผีดิบได้กินเนื้อขณะที่ผีดิบขอบเขตที่8ตัวอื่นๆได้แทะกระดูก ผีดิบขอบเขตที่7กลับได้ดื่มเพียงน้ำแกงเหลือๆเนื่องจากระดับชั้นตามห่วงโซ่อาหาร
แน่นอนว่าแบบนี้ก็ถือว่าดีเหมือนกัน
ผีดิบตามบ้านเรือนและถนนหนทางนั้นไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปได้และถูกกันเอาไว้ด้านนอก
เมื่อหลินเซวียนเห็นภาพนี้หัวใจของเขาจึงเต้นไม่เป็นส่ำขึ้นมา
อย่าบนอกะว่าหลุมยักษ์นั่นจะปรากฏขึ้นมาหลังจากแผ่นดินไหวเมื่อครู่?
จากข่าวคราวของแดนต้นกกที่ได้จากระบบดูเหมือนต้นกำเนิดแดนลับกำลังเติบโตอยู่ที่แท่นบูชาใต้ดินของเมืองหวังเซี่ย
อย่าบอกนะว่าคือหลุมยักษ์นั่น?
ดูจากควันสีดำที่พวยพุ่งออกมาจากหลุมแล้วมีโอกาสเป็นเช่นนั้นสูงมาก!
ต้นกำเนิดแดนลับฝังดูน่าสนใจยิ่งนัก
ควันสีดำอาจจะเป็นผลพลอยได้ที่เกิดจากกระบวนการการเติบโตของต้นกำเนิดแดนลับก็เป็นได้
หากแต่เพียงแค่ผลพลอยได้นี้กลับทำให้เสือผีดิบขอบเขตที่8และขอบเขตที่9ที่เป็นผู้นำมีความสุขถึงเพียงนี้แล้ว
ยากจะกล่าวจริงๆว่าสมบัติที่เกิดจากต้นกำเนิดแดนลับคือสิ่งใด
‘หรือจะเป็นไอเทมที่เหนือกว่าเกรดตำนานทองดำ – เกรดเซียนรุ้งงั้นหรอ?’
“ไปมาพวกเขามาอยู่ที่หลังคาเดียวกันกับนายนี่ อีกเดี๋ยวนักสู้ขอบเขตที่8ก็จะมาแล้วและเขาจะพาพวกนายออกไปเอง”
ดาบพิษเอ่ยเสียงเบา
นักสู้ผู้นั้นพยักหน้ารับรัวๆประหนึ่งไก่จิกข้าวสารและเกือบจะหลั่งน้ำตาออกมา
“ขอบคุณนายมากจริงๆ!”
ดาบพิษพลิกตัวล่อนลงบนพื้นดินอย่างแผ่วเบาราวกับวิฬาร์จากนั้นเขาจึงเร้นกายเข้าไปในความมืดอีกคราและถึงตรงนี้กระทั่งนักสู้บนหลังคาเองก็จับสัมผัสถึงตัวตนของเขาไม่ได้แล้วเช่นกัน
“ความสามารถในการซ่อนตัวของคนคนนี้ทรงพลังมาก” เหล่านักสู้บนหลังคาสบตามองกัน
ดาบพิษมุ่งหน้าไปตามภาพที่ลู่หลัววาดให้และเดินผ่านอาคารบ้านเรือนหลังแล้วหลังเล่า
ไม่นานนักเขาก็มาถึงเป้าหมาย
ที่แห่งนี้เองก็เป็นอาคารบ้านเรือนธรรมดาๆเช่นกันแต่บริเวณมุมของอาคารนั้นมีเครื่องกลขนาดประมาณเด็กสามถึงสี่ขวบติดเอาไว้
หากแต่เครื่องกลนี้ดูแล้วค่อนข้างมีอายุและถูกปกคลุมเอาไว้ภายใต้ชั้นฝุ่นหนาเตอะ ไม่ว่าผู้ใดที่ผ่านไปผ่านมาเห็นเข้าก็คงไม่มีใครสังเกตเห็น
ยิ่งไปกว่านั้นที่แห่งนี้คือเมืองหวังเซี่ยซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายทุกย่างก้าว
ทั่วทั้งแดนต้นกกอันแสนโด่งดังแห่งนี้ ระดับความอันตรายของมันคืออันดับสองเป็นรองเพียงเมืองหลวงแดนต้นกกเท่านั้น
กระทั่งนักสู้ที่มาเพื่อล่าสมบัติก็คงทำเพียงแค่ชายตามองและรีบจากไปทันทีที่พบว่าไร้ซึ่งสมบัติใดๆ
ตอนนี้ภายในเมืองเองนอกจากซอมบี้แล้วก็แทบจะไม่มีนักสู้เหลืออยู่เลย นักสู้ส่วนที่เหลือเองก็ทำได้เพียงนอนตัวสั่นอยู่บนหลังคา
พวกนั้นไม่แม้แต่จะกล้ายื่นหัวออกมาด้วยซ้ำทำให้ตัวเขามีโอกาสได้ลงมือ
ดาบพิษย่อตัวลงหน้าเครื่องกลนั้น
จากวิธีที่หลี่เหว่ยกั๋วสอนก่อนที่เขาจะมาที่นี่ เขาลูบมันเบาๆ ลูบแล้วลูบอีกแล้วจึงพลิกมัน
เขาใช้วิธีการพิเศษโดยการสัมผัสมันเบาๆมากกว่าสิบจุดบนตัวเครื่องกลเพื่อให้กลไกของมันทำงาน