บทที่ 64: ลาก่อน
[แฟนเพจBamแปลNiyay:ลงแบบราคาถูกโคตรในmy-novelกับthai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นนอกจากสองเว็บนี้คือไม่ใช่ผมนะ ถ้าเจอคนอ่านก็อปดันเยอะกว่าก็ท้อเป็นนะครับ]
[ถ้าอ่านฟรีแบบเถื่อนไม่ว่าจะได้มายังไงนั้น ผมไม่ว่าเลยครับ และต่อให้ไม่มีคนอ่าน ผมก็ยังจะแปลต่อจนจบด้วย แต่ถ้าจะจ่ายเงินให้เว็บหรือคนที่copyไปขายอีกที คุณโคตรแย่เลยครับ]
[หลังแปลจบจะมีการแก้คำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้น ดังนั้นถ้าคุณอ่านแบบเถื่อน ก็เชิญเลยครับ เพราะมันไม่มีอัพเดทให้หรอก]
บทที่ 64: ลาก่อน
พอฝ่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เรดาร์และดาวเทียมตลอดทางแล้ว ซุนเฉิงจึงเดินทางมาถึงฐานทัพของออนสลอตและต้องตกใจเมื่อเห็นสภาพของออนสลอต
“ท่านออนสลอต เกิดอะไรขึ้น?” เขาถาม
แม้ว่าเขาจะคิดถึงความเป็นไปได้มากมายที่ออนสลอตไม่ได้ติดต่อเขานานกว่ายี่สิบวัน แต่ซุนเฉิงก็เดาว่าออนสลอตอาจจะติดตามเขามาเพื่อหา “แหล่งพลังงานออลสปาร์ค” และสงสัยว่าอีกฝ่ายอาจจะติดต่อสตาร์สครีมอีกครั้ง อย่าลืมว่าพละกำลังของออนสลอตมีอยู่มากแค่ไหน ถึงแม้ว่าเขาจะโดนระเบิดนิวเคลียร์สองลูกของสตาร์สครีมไปแล้ว คนผู้นี้ก็อาจจะสามารถยื้อได้อยู่
ทว่าเมื่อซุนเฉิงเห็นออนสลอตอีกครั้ง และสังเกตเห็นรอยแตกบนร่างกายของเขา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
“เจ้ามาแล้วเหรอ...?” ออนสลอตกล่าว
ออนสลอตยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น พยักหน้าเบา ๆ เพื่อทักทายพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยเมย จากนั้นออนสลอตก็ชี้ไปยังตัวถังที่ออกแบบไว้ที่มุมของห้องโถงฐานทัพแล้วพูดว่า "อันที่เจ้าต้องการมันวัสดุแย่กว่าของเจ้านิดหน่อย เพราะข้าหาโลหะบางอย่างไม่ได้!"
ซุนเฉิงพยักหน้า รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เอาเข้าจริง ๆ ร่างกายนี้ไม่ได้ไว้ให้เขาใช้งาน ในใจเขา ความสำคัญของมันจึงลดลงไปเป็นธรรมดา นอกจากนี้ เขายังได้แอทลาสมาจากออนสลอตอีก ช่วงนี้เจ้าหมอนี้ได้ช่วยเขาไว้เยอะมากกว่าที่คิดไว้เลย
เขามองไปยังขาของออนสลอตโดยไม่รู้ตัว เขาถึงกับอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง
ในฐานะที่เป็นคนที่ช่วงนี้เพิ่งกำลังเริ่มต้นศึกษาการปรับแต่งร่างกาย เขาจึงไม่อาจรู้ว่าออนสลอตใช้อะไรแทนที่ร่างกายใหม่มา แต่เขาก็พอรู้อยู่ว่าชิ้นส่วนแปลกตาพวกนี้คงเป็นออนสลอตที่เอามันมาใส่ไว้
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ซุนเฉิงก็อดไม่ได้กับความอยากรู้อยากเห็นของตนและถามอย่างระมัดระวังว่า "ท่านออนสลอต ท่านมีความขัดแย้งกับใครมาหรือ?"
"สตาร์สครีม!" ออนสลอตยิ้มกว้าง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้น "เจ้าเองก็เดาได้ไม่ใช่หรือ?"
อันที่จริง บนโลกนี้ หากไม่นับมนุษย์อีกหลายสิบประเทศ คงมีเพียงสตาร์สครีมเท่านั้นที่อาจสร้างอันตรายร้ายแรงเช่นนี้ให้กับออนสลอต
ด้วยนิสัยที่รอบคอบของออนสลอต เขาจะไม่ลงมือทำอะไรโดยง่าย เว้นแต่จะมีโอกาสสำเร็จและผลตอบแทนที่สูง ครั้งล่าสุดที่เขาแลกเปลี่ยนกับซุนเฉิงก็ด้วยสาเหตุนี้ ถึงแม้จะสัมผัสได้ถึงออลสปาร์คจากซุนเฉิง แต่ออนสลอตรู้ดีว่าตนช้าเกินไปเมื่อเทียบกับซุนเฉิง ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าเดิมพันกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหากเขาคิดลงมือโจมตี ดังนั้นเขาจึงเลือกเส้นทางที่มั่นคงกว่า นั่นคือการแลกเปลี่ยนกับซุนเฉิง
เพราะอย่างนั้นแล้ว มันจึงไม่ยากเลยที่จะเดาว่าสตาร์สครีม ผู้ที่สามารถทำร้ายออนสลอตได้สาหัสเช่นนี้ น่าจะเป็นผู้ต้องหาที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด
ทว่า ถึงแม้จะเดาได้ แต่ซุนเฉิงก็ยังคิดไม่ออกว่าทำไมออนสลอตถึงได้มีปัญหากับสตาร์สครีม เพียงเพราะระเบิดนิวเคลียร์สองลูกนั้นเหรอ?
แม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ออนสลอตกลับดูมีความสุขมากอย่างไม่คาดคิด
ราวกับว่าเขาได้เห็นความสับสนในใจของซุนเฉิง ออนสลอตจึงถามเขาว่า "เจ้าไม่ได้รับชุดพิกัดนั้นเหรอ?"
"หา?" ซุนเฉิงมองเขาด้วยความสับสน ไม่เข้าใจเลย
"เมื่อหกวันก่อน ได้มีชุดพิกัดที่คลุมเครือชุดหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันจากขั้วโลกเหนือของโลก มันเป็นการสื่อสารฉุกเฉินที่เหลืออยู่ในภาษาดั้งเดิมของไซเบอร์ตรอน แม้ว่ามันจะครอบคลุมทั้ทั่วงโลกในทันที แต่ดูเหมือนว่ามีแค่พวกเรารุ่นเก่าเท่านั้นที่ได้รับมัน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ข้าจึงไปที่ขั้วโลกเหนือและพบกับสตาร์สครีมที่นั่น! เขาเจอสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย มันคือเครื่องสื่อสารที่ใครบางคนทิ้งไว้ ซึ่งจะทำงานเองโดยอัตโนมัติหลังจากผ่านไปกว่าร้อยปี!"
ณ จุดนี้เอง เขาก็ปิดปากลงกะทันหัน ปฏิเสธที่จะพูดถึงสาเหตุที่เขามีปัญหากับสตาร์สครีม ดูเหมือนว่าเขาจะต่อสู้กับสตาร์สครีมมา
ซึ่งเมื่อมองไปยังสีหน้าของออนสลอต ดูเหมือนเขาเองก็จะโจมตีใส่สตาร์สครีมได้เช่นกัน อีกฝ่ายคงมีสภาพเลวร้ายไม่ต่างกับเขา
ซุนเฉิงมองไปยังอีกฝ่ายด้วยความสับสน แต่ออนสลอตก็หยุดพูด มันจึงเหมือนทิ้งความสงสัยไว้ให้ซุนเฉิงมากขึ้น
เครื่องสื่อสารที่ใครบางคนทิ้งไว้เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว?
ดูเหมือนว่าสิ่งนี้คงจะถูกทิ้งไว้โดยตัวตนที่สำคัญมากแน่!
ซุนเฉิงรู้จักภาษาดั้งเดิมของไซเบอร์ตรอน ในความทรงจำของเขา โรดบล็อกเคยพูดถึงมันมาก่อน และเขาก็เคยถามออนสลอตเกี่ยวกับมันด้วย พวกเขาต่างเล่าว่าเป็นภาษาโบราณที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยแรก ๆ ของไซเบอร์ตรอน ซึ่งมีเพียงเหล่าผู้นำเท่านั้นที่เข้าใจ
ซุนเฉิงต้องการอยากถามมากว่านี้ แต่เห็นได้ชัดว่าออนสลอตไม่มีความคิดที่จะพูดต่อ เขาจึงทำได้เพียงเก็บความสงสัยและความไม่เข้าใจทั้งหมดไว้ก่อน
ทันใดนั้น ออนสลอตก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายซุนเฉิง อีกฝ่ายมองเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะยิ้มกริ่มออกมา
"นี่คือการเสริมประสิทธิภาพที่เจ้าทำกับร่างกายของเจ้าเองเหรอ?" เขาถาม
ปากของเขายังคงส่งเสียงแปลก ๆ ที่ฟังดูเหมือนเหล็กกำลังถูกเคี้ยว ดังนั้นซุนเฉิงจึงไม่สามารถบอกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังดูถูกเขาอยู่หรือเปล่า
เขาเองก็ไม่ชอบที่จะถูกคนอื่นดูถูกเพราะรูปลักษณ์น่าเกลียดในตอนนี้ เขาอยากจะร้องไห้ออกมาเหลือเกิน แต่เขาก็ได้แต่จำใจยอมรับอย่างง่ายดายว่า "ข้าเจอออโต้บอตส์ก่อนหน้านี้และต่อสู้กับมัน ข้าพบว่าปืนกลยิงเร็วสองกระบอกของข้าไม่สามารถสร้างความเสียหายใด ๆ ให้กับมันได้ ดังนั้นข้าจึงพยายามเปลี่ยนไปใช้อาวุธของมนุษย์ แต่โชคไม่ดีที่ข้าใช้ได้เฉพาะหลังจากแปลงร่างเท่านั้น"
ถูกต้องแล้ว สุดยอดปืนใหญ่ที่ซุนเฉิงติดตั้งอยู่ในขณะนี้สามารถใช้ได้เฉพาะในร่างของโดรนรีปเปอร์ของเขาเท่านั้น เพราะเขาไม่สามารถออกแบบระบบกระสุนที่สมบูรณ์ภายในร่างกายจักรกลของเขาได้ ถึงแม้แอทลาสจะพยายามอย่างหนัก แต่เขาก็สามารถใช้เฉพาะการออกแบบเดิมของออนสลอตที่ทิ้งไว้เขา ทำให้เขาสามารถป้อนกระสุนให้กับปืนใหญ่ได้แค่ในร่างโดรนรีปเปอร์เท่านั้น
ดวงตาของออนสลอตเปล่งประกายเมื่อได้ยินดังนั้น
เขาเงียบลง มองซุนเฉิงอย่างลังเลและครุ่นคิด
หลังจากนั้นสักพัก เขาก็พยักหน้าให้ "เจ้าโชคดีมาก จำไว้ว่าการแตะที่ออลสปาร์คในครั้งต่อไป มันอาจจะมีเรื่องน่าตกใจอันแสนยินดีเกิดขึ้นกับเจ้า!"
ดวงตาของซุนเฉิงเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินดังนั้น เขาจึงรีบถามไปว่า "ท่านออนสลอต ได้โปรดอธิบายเพิ่มเติมได้ไหม?"
ออนสลอตเหลือบมองซุนเฉิงและไม่ได้ตอบเขาทันที
เขาหันกลับและเดินออกจากห้องโถง เข้าไปในทางเดินที่มุ่งลึกเข้าไปในฐาน
แม้จะผิดหวังและอยากรู้อยากเห็น แต่ซุนเฉิงก็อดกลั้นไว้และรอเขา
ไม่นานนัก เขาก็เห็นออนสลอตเดินออกจากทางเดิน โดยถือป้อมปืนขนาดใหญ่ที่มีลำกล้องคู่ หนักหลายสิบตัน
"นี่คือปืนแม่เหล็กไฟฟ้า..."
เนื่องจากมันยังคงรูปลักษณ์เดิมไว้ ซุนเฉิงจึงจำได้ในพริบตา มันคือปืนแม่เหล็กไฟฟ้าที่ออนสลอตเคยออกแบบให้ตัวเองก่อนหน้านี้
ออนสลอตรื้อมันอย่างชำนาญเป็นกองชิ้นส่วนมากมาย และจึงเรียกวิศวกรดีเซปติคอนประมาณสิบคน ซึ่งคาดว่าจะเป็นสมาชิกทั้งหมดของฐานของเขา
"รอจนกว่าวิศวกรจะติดตั้งมันไว้กับร่างกายจักรกลของข้า แล้วเราจะออกเดินทางไปหา ออลสปาร์คกัน..."
เขาออกคำสั่งและเปลี่ยนกลับเป็นร่างรถบรรทุกหนักพิเศษของเขา รอคอยอยู่ที่นั่นอย่างเงียบ ๆ
ซุนเฉิงถามต่อ "ท่านออนสลอต ได้โปรดอธิบายเพิ่มเติมถึงสิ่งที่ท่านพูดก่อนหน้านี้ได้ไหม?"
หลังจากพูดจบ เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้ยินเสียงของออนสลอตดังออกมาจากเบาะคนขับ
"...มีเพียงสองวิธีเท่านั้นที่ดีเซปติคอนจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของพวกเราได้ นั่นคือวิวัฒนาการและการยกระดับ วิวัฒนาการเป็นความฝันของดีเซปติคอนทุกตน การอัปเกรด สปาร์คและร่างกายจักรกล แต่เนื่องจากการวิวัฒนาการต้องการพลังงานและพลังชีวิตจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอย่างหลังยิ่งแล้วใหญ่ เท่าที่ข้ารู้มา มีเพียงไม่กี่วิธีที่จะได้รับพลังชีวิตเพียง ดังนั้นดีเซปติคอนหลายตนจึงไม่สามารถพัฒนาได้ จนร่างกายหุ่นยนต์ของพวกมันได้เสื่อมสลายไปอย่างสิ้นเชิง..."
"การยกระดับเป็นวิธีประดิษฐ์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง เช่น การเสริมความแข็งแกร่งหรือแทนที่แกนหลักใหม่ หรือแทนที่ด้วยร่างกายจักรกลที่แข็งแกร่งกว่า เจ้าน่าจะเคยสัมผัสกับสิ่งนี้มาแล้ว ถึงแม้การยกระดับจะสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งได้เช่นกัน แต่เมื่อเทียบกับวิวัฒนาการแล้ว มันมีข้อเสียหลายประการและด้อยกว่ามาก!"
อันที่จริง หลังจากซุนเฉิงเปลี่ยนไปใช้ร่างกายจักรกลใหม่และแกนหลักของเขาก็ได้รับการปรับปรุงโดยออนสลอต มันก็เทียบไม่ได้เลยกับการวิวัฒนาการที่เขาเคยประสบมาหลังจากสัมผัสกับออลสปาร์ค
"ออลสปาร์คเป็นสมบัติที่วิเศษมาก มันมีพลังชีวิตมหาศาลและไม่อาจจินตนาการได้ ไม่เพียงแต่สามารถเสริมพลังงานที่เราใช้ไปและรักษาอาการบาดเจ็บได้ แต่เพราะเจ้าเคยวิวัฒนาการไปแล้วครั้งหนึ่ง มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะวิวัฒนาการอีกครั้งในระยะเวลาอันสั้น ทว่าพลังวิเศษที่มันมีอยู่นั้นยังคงสามารถปรับแต่งร่างกายจักรกลของเจ้าให้สมบูรณ์แบบได้ มันจะปรับเปลี่ยนไปสู่ทิศทางที่สมบูรณ์แบบที่สุดเสมอ เจ้ารู้ไหมว่ามันหมายความว่าอะไร?"
ซุนเฉิงไม่ใช่คนโง่ พอฟังออนสลอต ก็บอกได้เลยว่าเขารู้สึกตื่นเต้นมาก จนไม่สามารถกลั้นความสุขไว้บนใบหน้าได้