บทที่ 88: เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์จากที่ใดกัน?
เวลารุ่งสาง.
ตงหวงจื่อโหยว ได้เข้าสู่แดนปิศาจสวรรค์พร้อมกับกองทัพเป่ยเสวียนเทียนหลายล้านนาย
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากอาณาจักรอู๋เซิ่งประมาณ 1.3 ล้านลี้
“ฝ่าบาท หนทางยังอีกไกลกว่าจะไปถึงอาณาจักรอู่เซิ่ง พระองค์ต้องการพักสักหน่อยไหม?” โหรวหยิงเอ่ยถาม.
ตงหวงจื่อโหยว ส่ายหน้า: "การต่อสู้ใกล้เข้ามาแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำทุกอย่างให้จบในครั้งเดียว"
“เมื่อคืนข้าได้พักผ่อนพอแล้ว และหากล่าช้าไปกว่านี้ ข้าเกรงว่ามันจะกระทบต่อขวัญกำลังใจ”
โหรวหยิง พยักหน้า: "ฝ่าบาทมีสายตาที่ยาวไกล"
ตงหวงจื่อโย่วเงยหน้าขึ้นและมองไปยังพื้นที่ไกลออกไป.
ในทุกสงคราม นางพยายามต่อสู้ให้จบลงอย่างรวดเร็ว
หากกองทัพเคลื่อนทัพออกไปไกลเกินไป ยิ่งล่าช้ายิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ ไม่เพียงส่งผลต่อขวัญกำลังใจ ยังมีอันตรายซ่อนเร้นที่แนวหลังอีกด้วย.
แม้นว่าจะมีทหารลับหนึ่งแสนคนที่นางฝึกฝนไว้ลับ ๆ 100,000 นายคอยปกป้องเป่ยเสวียนเทียน เพื่อที่จะทำให้นางวางใจจากการรบกวนของศัตรู จากการเดินทางบุกเบิกดินแดนของนาง.
แต่ถ้าสามารถทำการต่อสู้ให้จบลงอย่างรวดเร็วได้ ก็จะเป็นการดีที่สุด
ด้วยวิธีนี้นางก็จะสามารถยับยั้งศัตรูทุกประเภทได้เป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้ศัตรูกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
“ฝ่าบาท มีข้อมูลสำคัญ!”
จากความมืดมิดของรุ่งอรุณ มีร่าง ๆ หนึ่งปรากฏขึ้น เป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของตงหวงจื่อโหยวที่ถูกส่งออกไปตรวจสอบสถานะการณ์.
"เอ่ย!" จิตวิญญาณของตงหวงจื่อโหยว สั่นไหวเล็กน้อย สิ่งที่นางต้องการตอนนี้คือข้อมูลที่เป็นประโยชน์
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองเอ่ย: "เรื่องแรก เจียงฟานถูกสังหารภายในเขตแดนของอาณาจักรอู๋เซิ่งเมื่อคืนนี้ และจนถึงขณะนี้จ้าวปิศาจอู๋เซิง ยังไม่พบกับมือสังหารเลย!"
"นี่เป็นเรื่องที่ดีมาก" ตงหวงจื่อโหยวเผยยิ้ม
เจียงฟ่านถูกสังหารในอาณาจักรอู่เซิ่ง เท่ากับมีคนตบหน้าของจ้าวปิศาจอู๋เซิ่งไปแล้ว.
หากเรื่องนี้แพร่กระจายไปทั่ว ก็จะทำให้ขวัญกำลังใจของทหารอาณาจักรอู่เซิ่งสั่นไหวอย่างแน่นอน.
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่เอ่ยรายงานต่อ“ข่าวสำคัญอีกเรื่อง ค่ายทหารของกองทัพปิศาจดำ ถูกโจมตีด้วยเมฆสายฟ้า ทำให้กองทัพหนึ่งแสนนายของกองทัพปิศาจดำอาณาจักรอู๋เซิ่งไม่มีใครรอดสักคน!”
“เมฆสายฟ้ารึ?” ดวงตาสีม่วงของจักรพรรดินิตงหวงจื่อโหยวที่เบิกกว้างเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง! "เห็นได้ชัดว่านี่เป็นอาคมสายฟ้าที่ใช้โดยยอดฝีมือไร้คู่เปรียบลงมือ!"
เมื่อรวมการเสียชีวิตกะทันหันของเจียงฟ่าน และเมฆสายฟ้าทำลายค่ายทหารปิศาจดำ.
ตงหวงจื่อโหยว ก็สรุปได้ทันที ว่ามีใครบางคนจงใจทำสิ่งนี้
อย่างไรก็ตาม คนที่ลงมือผู้นี้ค่อนข้างทรงพลังมาก
โจมตีค่ายทหารปีศาจดำจำนวน 100,000 นายด้วยอาคมสายฟ้า ความสามารถนี้ไม่ต่ำกว่าตงหวงจือโหยวอย่างแน่นอน!
“เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์จากที่ใดกัน?” ตงหวงจื่อโหยวที่พึมพำกับตัวเอง.
นางรู้สึกเล็กน้อยว่าผู้แข็งแกร่งที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเป่ยเสวียนเทียน
นอกจากนี้นางได้ค้นหาข้อมูลลำดับวงศ์ตระกูลที่มีความสัมพันธ์กับนางแล้ว.
แต่ก็ยังไม่สามารถหาเบาะแสได้ว่าบรรพบุรุษคนใดที่อวยพรเป่ยเสวียนเทียนอยู่
“อาจเป็นเพราะบุคคลนี้แข็งแกร่งเกินไป และข้าไม่แข็งแกร่งพอที่จะค้นพบร่องรอยของเขาอย่างงั้นรึ?”
ตงหวงจื่อโหยว คิดเช่นนั้น ความรู้สึกที่น่าอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้นในดวงตางามของนาง.
"ไม่ว่าในกรณีใด การตายของเจียงฟานและการทำลายกองทัพปีศาจดำย่อมเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเป่ยเสวียนเทียน!"
นางยกมือหยกขึ้นทันทีและแผ่รัศมีแห่งอำนาจเหนือโลก:
“สั่งกองทัพทั้งสามให้เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและยึดครองอาณาจักรอู๋เซิ่งก่อนพระอาทิตย์ตกดิน!”
-
เป่ยเสวียนเทียน พระราชวังหยก
ในตอนเช้าเสวียนจู่ และคนอื่น ๆ กำลังกังวลเรื่องหนึ่งอยู่
“ใกล้จะถึงวันเกิดหยิงเอ๋อแล้ว ข้าควรให้ของขวัญอะไรแก่นางดี?”
ก่อนที่จะออกจากประเทศหลานอวิ๋นอาณาจักรล่าง พวกนางได้สัญญากับถังหยิงว่าพวกนางจะเข้าร่วมวันเกิดของนาง.
ตอนนี้ปัญหากำลังมา เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ทุกคนต้องการให้ของขวัญที่ดีที่สุดแก่ถังหยิง
อย่างไรก็ตาม พวกนางไม่รู้ว่าจะมอบอะไรให้.
ท้ายที่สุดแล้ว เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ได้ให้ของขวัญหลายครั้ง หลายผู้คน และทุกสิ่งที่พวกนางคิดก็ได้ก็ถูกแจกจ่ายออกไปหมดแล้ว
อย่างไรก็ตามถังหยิงมีอายุเท่ากันกับพวกนาง และพวกนางรู้สึกว่าต้องให้ของขวัญที่มีความหมาย
หลินซวนกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารเช้าให้แก่บุตรสาวของเขา
เมื่อเขาเดินออกมาจากครัว ก็พบว่าเด็ก ๆ คล้ายจะกินอะไรไม่ลงกันเลย.
แต่ละคนที่ดูไม่สดในวางคางอยู่บนโต๊ะ.
ใบหน้าเล็ก ๆ ที่บานออก ดูยุ่งเหยิง.
“ธิดาที่รัก ทำไมไม่กินล่ะ” หลินซวนถามด้วยรอยยิ้ม
เสวียนจู ถอนหายใจ: "เราต้องการมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับหยิงเอ๋อ แต่เราไม่รู้ว่าจะให้อะไร"
เสวียนซีพยักหน้า: "ใช่ ๆ มันลำบากมาก!"
เสวียนหานหน้ามุ่ย "ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าของขวัญชิ้นไหนดีที่สุด"
เสวียนหยูมองไปที่อสรพิษหลามนภาเก้าเศียรในอ้อมแขนของนาง จากนั้นก็ดูสนัขสวรรค์ที่กำลังน้ำลายไหลย้อย
นางยิ้ม: "ข้าไม่รู้ว่าหยิงเอ่อชอบสนุขสวรรค์หรือไม่?”
อู้~
เมื่อเห็นสีหน้าของเสวียนหยู สนัขสวรรค์ที่ร้องดังหางตกวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว.
หลินซวนอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าและยิ้มหลังจากเห็นการแสดงออกของบุตรสาวของเขา
“ธิดาที่รัก ที่จริงแล้วในการให้ของขวัญระหว่างเด็ก ๆ สิ่งสำคัญไม่ใช่สิ่งของที่จะให้ ดังนั้นสิ่งที่ควรจะให้ควรเป็นสิ่งที่สามารถแสดงความรู้สึกที่มีต่อกันได้ต่างหาก”
เสวียนจู่รีบถาม “เสด็จพ่อ เราจะให้หยิงเอ๋อรู้ความรู้สึกของเราได้อย่างไร”
หลินซวน ยิ้มและเอ่ยออกมาว่า: "ยกตัวอย่างเช่นเสวียนจู่ เจ้าชอบเขียน เช่นนั้นเจ้าก็เขียนอักษรที่งดงามมอบให้กับถังหยิงเป็นของขวัญ ถังหยิงจะต้องมีความสุขอย่างแน่นอน.”
เสวียนจู่คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพยักหน้า: "ข้าคิดว่านางคงจะมีความสุขมาก เพราะข้าเขียนมันถึงนางด้วยมือตัวเอง"
"ใช่ นั่นคือความจริง" หลินซวนลูบศีรษะเล็ก ๆ ของนางอย่างเอ็นดู
เสวียนซีเอ่ยอย่างเร่งรีบ: "ข้ารู้ว่าข้าชอบวาดภาพ ข้าก็จะวาดภาพสวย ๆ ให้หยิงเอ๋อ นางจะต้องชอบมันแน่!"
หลินซวนบีบจมูกเล็ก ๆ ของนาง: "ใช่แล้ว เด็กน้อยเสวียนซีก็ฉลาดเช่นกัน!"
“แล้วข้าจะหาแจกันสวย ๆ ให้หยิงเอ๋อ แล้วค่อยปลูกดอกไม้สวย ๆ ด้วยตัวเอง!” ดวงตาของเสวียนหานเป็นประกาย และนางก็ปรบมืออย่างมีความสุข
“และข้า ข้าอยากจะจับแมลงบินไฟวิญญาณนับร้อยตัวให้หยิงเอ๋อ เพื่อที่ห้องของนางจะส่องสว่างตลอดทั้งคืน!” เสวียนหยูเอ่ยออกมาอย่างไม่รอช้าเช่นกัน.
“เอาล่ะ ของขวัญจากลูก ๆ จะต้องทำให้หยิงเอ๋อชอบอย่างแน่นอน!” หลินซวนเผยยิ้มอย่างมีความสุข.
สิ่งที่ทำให้เขาพอใจมากที่สุดก็คือ
บุตรสาวฉลาดมาก หากมีปัญหาพวกนางก็จะสามารถผ่านมันไปได้.
ในฐานะบิดาของพวกนาง ย่อมทำให้เขาวางใจ.
“ถ้าอย่างนั้นเราไปทำของขวัญกันดีกว่า!”
หลังจากนั้นเด็กหญิงทั้งสี่ก็ลุกออกจากโต๊ะไป
หลินซวนเรียกพวกนางมากินข้าวก่อน
แต่เด็กหญิงตัวเล็กทุกคนเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ ต้องการมอบของขวัญ ทำให้ไม่อาจรอช้าจึงไม่ต้องการรับประทานอาหารเวลานี้.
หลินซวนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยให้เจ้าตัวเล็กเหล่านี้ออกไปทำของขวัญก่อน
เมื่อเห็นว่าอาหารเช้าเตรียมไว้แล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไรถ้าจะให้พวกนางไปทำของขวัญสักพัก.
หลินซวน ตัดสินใจที่จะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ เดินทางไปยังอาณาจักรอู๋เซิ่ง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องจ้าวปิศาจอู๋เซิ่ง.
ปล่อยให้คนรับใช้ดูแลบุตรสาว หลินซวน วางค่ายกลที่ทรงพลังเพื่อปกป้องวังหยกเอาไว้.
ทันใดนั้นเขาก็กระตุ้นกำไลเวทย์มนตร์และรีบเร่งไปยังแดนปีศาจสวรรค์ด้วยความเร็วสูงสุด.
-
อาณาจักรอู๋เซิ่ง ห้องโถงใหญ่วังปิศาจ.
ที่ด้านหน้าจ้าวปิศาจอู๋เซิ่ง จิงอู๋หยา มีชายชราสวมชุดสีดำสี่คนนั่งอยู่ด้านข้าง.
พวกเขาก็คือจอมอาคมที่มีอายุหมื่นกว่าปีแล้ว.
จุดประสงค์ของจิงอู๋หยาก็คือต้องการให้อีกฝ่าย สร้างค่ายกลประตูอาคมขึ้นมา.
ด้วยประตูอาคมนี้ เขาก็จะสามารถเดินทางได้นับแสนลี้ในทันที.
จิงอู๋หยามีความมั่นใจมากว่าจะสามารถนำกองกำลังผ่านประตูอาคมโดยตรง เดินทางไปยังพระราชวังเสวียนปิงทันที.
จากนั้นเขาก็จะสามารถพลิกกลับกระแสสงคราม สร้างความประหลาดใจให้กับตงหวงจื่อโหยว.
“ใต้ซือทั้งสี่ เริ่มได้เลย!”
จิงอู๋หยาเหลือบมองขุนพลปิศาจระดับสูงสามพันนายที่อยู่ด้านนอกห้องโถง สายตาของเขารู้สึกร้อนขึ้นเล็กน้อย.
"ได้!"
หลังจากนั้นจอมอาคมทั้งสี่พยักหน้า พวกเขาได้วาดมือบนอากาศสร้างผนึกออกมา.
จากนั้นพวกเขาก็โยนผนึกอาคมขึ้นไปบนอากาศพร้อม ๆ กัน เพื่อสร้างบอลแสงสีดำขนาดใหญ่ขึ้น.
จากนั้นพวกเขาก็ร่ายคาถาด้วยคาถาโบราณที่ยากจะเข้าใจได้.
ซูมมมม!
หลังจากรอไม่ถึงสามลมหายใจ บอลแสงสีดำก็ปะทุพลังออกมาขึ้นมาในทันที ก่อรูปกำเนิดประตูมิติขนาดใหญ่ขึ้นมา.
ประตูมิตินี้ดูสับสนวุ่นวาย ลึกลับ พื้นที่ด้านหลังดูเหมือนว่าจะหดลีบมีช่องเพียงนิ้วเดียวเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ไกลออกไป.
"เรียบร้อยแล้ว!"
“เสร็จแล้ว!”
จิงอู๋หยาที่เผยความดีใจ ในเวลานั้นเขาลุกขึ้นทันที โบกมือ สั่งการขุนพลปิศาจสามพันคนเข้าไปพร้อม ๆ กัน.
“ใต้ซือทั้งสี่ ข้าจะจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด โปรดรักษาประตูมิติเอาไว้ตลอดเวลา!”
การคงสภาพประตูอาคมนั้นจะต้องใช้พลังเวทจำนวนมาก ดังนั้นจิงอู๋หยาจึงเอ่ยเตือนด้วยความระมัดระวัง.
“ฝ่าบาท มั่นใจได้ รับรองว่าไม่มีความผิดพลาดอย่างแน่นอน” จอมอาคมทั้งสี่ต่างก็พยักหน้าพร้อม ๆ กัน.
“ดีมาก!”จิงอู่หยาที่พยักหน้ารับ และเตรียมก้าวเข้าไปในประตูอาคม.
และในขณะนั้น.
จู่ ๆ ก็ปรากฏร่างในชุดสีขาวก้าวออกมาจากประตูอาคมดังกล่าว.
จิงอู่หยาและจอมอาคมทั้งสี่ต่างก็ตื่นตะลึงตกใจเป็นอย่างมาก.
จะมีใครอยู่ในประตูอาคมได้อย่างไร?
หลินซวน เหลือบมองสีหน้าประหลาดใจของพวกเขาและอดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มเอ่ยออกมาว่า:
“ทำไมต้องทำงานหนักเพื่อรักษาประตูอาคมเอาไว้ด้วยล่ะ? หากพวกเจ้ามีปัญหาใด ๆ เพียงแค่แก้ไขอยู่ที่นี่ก็พอ!”
จากนั้นเพียงแค่โบกมือ ประตูอาคมด้านหลังของเขาก็ระเบิดแหลกสลายกลายเป็นชิ้น ๆ ไปในทันที.