ตอนที่หก คนที่ไม่อยากเจอ
"...คุณต้องการอะไรกันแน่...เข้ามาในชีวิตฉันกับพ่อฉันเพื่ออะไร" แพงขวัญเงยหน้ามองคนตัวโตด้วยความไม่พอใจก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่คาใจอยู่ในตอนนี้
"บอกตอนนี้ก็ไม่สนุกน่ะสิ" แพทริคขึงร่างบางไว้กับผนังเขายังไม่เฉลยให้เธอฟังตอนนี้ว่าเขาเข้ามาในชีวิตเธอกับพ่อเธอเพราะอะไรด้วยต้องการปั่นหัวให้เธอเครียดเล่นๆไปก่อนที่จะถึงเวลาบอกความจริง
"ปล่อย.."
"คุณห้ามหมั้นกับคามินถ้าไม่อยากให้บริษัทพ่อคุณพังลงไม่เป็นท่า"
"ถึงฉันจะไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร...แต่ฉันรู้ว่าคุณมันเลว..เลวเกินคนจริงๆ" แพงขวัญรู้จากคนเป็นพ่อว่าตระกูลเนลสันสามารถทำอะไรได้บ้างและที่เขาพูดเมื่อครู่ก็น่าจะทำได้จริงแต่เธอก็ไม่มีคำไหนที่จะตอกกลับเขาดีไปกว่าด่าว่าเขาในเรื่องจริงที่เขาเป็น
"อย่าปากดีให้มันมากนัก" ชายหนุ่มว่าจบก็เหวี่ยงร่างบางนอนราบบนเตียงนอนของเธอก่อนจะกดทับเธอด้วยร่างกายของตัวเองเอาไว้มือหนาทั้งสองขึงข้อมือเล็กของหญิงสาวเอาไว้ข้างตัวลำขาแกร่งแทรกผ่านขาเรียวจนชุดนอนของเธอร่นขึ้นมาอยู่ด้านบนขาอ่อน
"ปล่อยฉันนะ.." ใจของแพงขวัญเต้นแรงแทบจะออกมาข้างนอกด้วยความกลัวที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นเดิมอีก
"มาสนุกกันหน่อยจะเป็นไรล่ะ" และแล้วเธอก็ไม่รอดน้ำมือของคนเอาแต่ใจคืนทั้งคืนไม่ได้อยู่เป็นสุขเพราะชายหนุ่มเอาแต่หาคความสุขกับร่างกายของเธอไม่หยุดไม่หย่อน
อาทิตย์ต่อมา
หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านมาเป็นอาทิตย์แพงขวัญก็เก็บตัวเงียบไม่ออกจากบ้านอีกเลยเพราะกลัวว่าจะต้องเจอกับคนที่ไม่อยากจะเจออีก
"ทำไมอาหารเต็มโต๊ะเลยล่ะคะคุณพ่อ" แพงขวัญเดินลงมาด้านล่างด้วยชุดเสื้อยืดเอวลอยสีขาวโชว์เอวบางเล้กน็อยกับกระโปรงสั้นทรงเอสีชมพูเส้นผมหยักศกหนาปล่อยสลวยสบายๆเพราะอยู่ที่บ้านสายตาของเธอที่มองไปที่โต๊ะอาหารตอนนี้ค่อนข้างแปลกใจว่าวันนี้ทำไมอาหารมากกว่าทุกๆวัน
"วันนี้แพทริคจะมาเป็นแขกที่บ้านเราน่ะสิลูก"
"งั้นวันนี้แพงขอไม่อยู่ทานข้าวด้วยนะคะ" ได้ยินแบบนั้นสาวเจ้าก็มีสีหน้าตึงไม่พอใจขึ้นมาทันทีเธออุตส่าห์ไม่ออกไปไหนแล้วเชียวคนที่เธอไม่อยากจะเจอก็เสนอหน้ามาให้เจอถึงบ้านจนได้เธอจึงคิดว่าควรจะออกไปเสียตอนนี้จะดีกว่า
"ไม่ได้.. ลูกอย่าเสียมารยาทแบบนี้พ่อไม่เคยสอนอีกอย่างวันนี้คุณแพทริคก็จะพาน้องสาวของเขามาด้วยลูกอยู่เธอจะได้มีเพื่อนคุย" วันนี้พงษ์พัฒน์เห็นทีจะตามใจลูกสาวของเขาไม่ได้เพราะเกรงว่าแขกที่มาจะมองว่าลูกของเขารังเกียจ
"ก็ได้ค่ะ" ใบหน้านวลบึ้งตึงรู้ดีว่าอย่างไรพ่อเธอก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอออกไปง่ายๆเพราะไม่บ่อยนักที่พ่อของเธอจะยื่นคำขาดแบบนี้
ครู่ต่อมา
“สวัสดีครับ” พงษ์พัฒน์ลากลูกสาวของเขามาที่หน้าบ้านเพื่อต้อนรับแพทริคและมนัญชนกโดยที่ไม่ได้ดูเลยว่าตอนนี้ลูกสาวตัวเองใบหน้าบึ้งตึงขนาดไหน
"สวัสดีครับคุณพงษ์นี่น้องสาวของผมครับใบหม่อน" แพทริคลงจากรถคันหรูพร้อมน้องสาวมาได้ก็รีบทักทายเจ้าบ้านและแนะนำตัวมนัญชนกให้ทุกคนได้รู้จัก
"สวัสดีค่ะคุณพงษ์" มนัญชนกยกมือไหว้พงษ์พัฒน์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"ครับยินดีที่ได้รู้จักนะครับ..นี่ลูกสาวผมครับแพงขวัญ.."
"ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"
"เช่นกันค่ะ" สองสาวยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตรก่อนที่แพงขวัญจะหุบยิ้มเมื่อสายตาดันไปสบเข้ากับแพทริคที่กำลังแทะโลมเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์อยู่
"หนูใบหม่อนเหมือนคนไทยแท้ๆเลยนะครับ" พงษ์พัฒน์เอ่ยถามตามประสาเพราะเขาไม่เห็นว่ามนัญชนกจะละม้ายคล้ายคลึงกับผู้เป็นพี่เท่าไรนัก
"คือหม่อนเป็นคนไทยแท้น่ะค่ะ"
"ครับผมกับคุณพ่อรับเธอมาอยู่ในครอบครัวตั้งแต่เธอยังเล็กๆน่ะครับเพราะพ่อกับแม่เธอเสียหมด"
"อ๋อ..อย่างนี้นี่เอง..เอาเป็นว่าเราไม่คุยเรื่องหดหู่แบบนี้กันดีกว่าวันนี้อาหารไทยเต็มโต๊ะเลยเชิญเลยครับ" พงษ์พัฒน์หน้าเจื่อนเล็กน้อยที่ถามอะไรที่ไม่ควรถามออกไปก่อนจะเปลี่ยนบรรยากาศโดยการเชิญทุกคนเข้าไปร่วมโต๊ะอาหาร
ครู่ต่อมา
"อาหารกับขนมหวานอร่อยมากๆเลยนะคะระดับเชฟในโรงแรมเลย" หลังจากทานอาหารกันได้พักใหญ่ทุกคนก็นั่งย่อยอาหารโดยการคุยกันไปพรางๆ..มนัญชนกดูเหมือนจะปลื้มรสชาติอาหารของบ้านนี้เป็นพิเศษเพราะทั้งอาหารคาวและอาหารหวานทุกอย่างถูกปากเธออย่างมาก
"แน่นอนล่ะครับเชฟที่บ้านของเรามาจากโรงแรมxxxเลย" พงษ์พัฒน์เห็นทีจึงต้องอวดเชฟของเขาเสียหน่อย
"เราอยากเรียนทำอาหารกับเชฟที่โรงแรมนี้ไหมล่ะหม่อน" แพทริคได้ยินพงษ์พัฒน์ตอบมาแบบนั้นเขาก็พอจะคิดอะไรออกก่อนจะหันไปถามความสมัครใจของคนเป็นน้องสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ
"พี่แพทให้หม่อนเรียนตอนนี้เลยเหรอคะ" ใบหม่อนถามกลับพี่ชายเธอเสียงใส
"อืม..ไหนๆก็มาที่ไทยแล้ว"
"หนูหม่อนชอบทำอาหารเหรอครับ" พงษ์พัฒน์ถามหญิงสาวเพราะดูเธอจะสนใจเรื่องอาหารพอสมควรหากเออยากจะเรียนเขาก็พอจะติดต่อไห้ได้
"ค่ะคุณพงษ์หม่อนชอบทำอาหารมากเลยค่ะโดยเฉพาะอาหารไทยกับพวกขนมหวาน"
"เอาอย่างนี้พอดีโรงแรมxxxคามินแฟนลูกสาวผมเป็นเจ้าของเดี๋ยวผมจะคุยกับคามินดูให้เรื่องที่จะไปเรียนทำอาหารที่นั่น"
"อย่างนั้นก็ขอบคุณมากๆเลยนะคะ"
"เอ่อ..ผมได้ข่าวว่าคุณแพงขวัญเรียนบริหารได้เกียรตินิยมเลยใช่ไหมครับ" แพทริคยิ้มกริ่มที่ทุกอย่างราบรื่นตามที่เขาคิดก่อนจะเอ่ยถึงเรื่องผลการเรียนของแพงขวัญกับพงษ์พัฒน์
"ใช่เลยครับผมนี่ภูมิใจในตัวลูกสาวผมที่สุดเลย" พงษ์พัฒน์เอื้อมมือหนาลูบหัวลูกสาวที่นั่งข้างๆเบาๆอย่างภาคภูมิใจที่แม้นลูกของเขาชอบแฟชั่นดีไซน์แต่ก็เลือกที่จะเรียนบริหารเพราะอยากจะช่วยกิจการของครอบครัวแล้วเธอก็ทำมันออกมาได้ดีด้วย
"พอดีผมมีโครงการที่จะร่วมหุ้นกับบริษัทที่ญี่ปุ่นด้วยไม่ทราบว่าคุณแพงสนใจไปดูงานกับผมหรือเปล่าครับถือว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ด้วย"
"ก็ดีนะลูก.." พงษ์พัฒน์เห็นว่าสิ่งที่แพทริคเสนอมาค่อนข้างน่าสนใจเพราะถ้าหากลูกของเขาเรียนรู้งานจริงจากคนเก่งๆก็จะได้มีประสปการณ์การทำงานที่ดีด้วย
"เอ่อ.." แพงขวัญอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"ช่วงนี้ผมยิ่งไม่มีผู้ช่วยด้วยเพราะหม่อนก็อยากเรียนทำอาหาร" แพทริครู้ดีว่าแพงขวัญคงจะเอ่ยปฏิเสธจึงชิงพูดขึ้นมาก่อนเพื่อให้พงษ์พัฒน์เห็นด้วยกับความคิดของเขาที่ว่าจะให้แพงขวัญช่วยงานเขา
"เอาเป็นว่าให้ลูกสาวผมลองช่วยงานคุณดูก็ได้ครับ" พงษ์พัฒน์เห็นดังนั้นก็ขอตัดสินใจแทนลูกสาวของเขาเพราะนี่คือโอกาสที่ลูกของเขาจะเก่งขึ้นอีกระดับ
"คุณพ่อคะ" แพงขวัญส่ายหัวด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจ
"อย่าให้เสียชื่อพ่อนะลูก" พงษ์พัฒน์จับไหล่แพงขวัญก่อนจะหันมาจ้องตาและพยักหน้าเบาๆแม้นเขาจะตามใจลูกสาวของเขาเรื่องอื่นแต่เรื่องนี้เขาขอเป็นคนตัดสินใจให้เพราะรู้ว่ามันดีต่อตัวลูกของเขาขนาดไหน