Chapter 1260 ข้าคือตัวตนที่เจ้าไม่อาจยั่วยุ
อี้เฟยซิวแม่ทัพลาดตะเวนหลายคนร่วมมือกันถึงจะสามารถเอาชนได้ ทว่าจุนซ่างเซียวเอาชนะอีกฝ่ายนั้นเพราะวัดกันที่วิถีกระบี่ ซึ่งไม่ได้วัดกันที่ความแข็งแกร่งนั่นเอง.
ดังนั้น นั่นไม่ใช่การชนะด้วยพลังที่แท้จริง.
ต่อหน้าระดับสะบั้นมิติระดับกลางที่แท้จริง โกวเซิ่งจะสู้ได้อย่างงั้นรึ?
ในเวลานี้เพียงแค่แลกหมัดกันครั้งเดียว ก็สามารถบอกถึงความแตกต่างกันได้แล้ว.
ระบบตะโกนลั่น“ต่างกันเล็กน้อยผายลมสิ แตกต่างกันมากมาย! ก่อนนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากใหน!”
“มารดาเถอะ!”
จุนซ่างเซียวที่แกะร่างตัวเองออกจากม่านพลัง ก่อนที่จะยืนตัวตรง พร้อมกับถูอกของตัวเองไปมา กล่าวออกมาด้วยความโกรธ “ลอบโจมตีแบบนี้ ถือว่าเป็นวีระบุรุษรึไง!”
ถึงปากจะเอ่ยแบบนั้น ทว่าภายในใจที่ตกใจเล็กน้อย.
ฝ่ายตรงข้ามที่เคลื่อนไหวทันที เขาที่แทบไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวได้เลย.
ดูเหมือนว่าตัวเขาเวลานี้แตกต่างจากระดับสะบันมิติขั้นกลางมากมายทีเดียว!
“เป็นเรื่องทั่วไปใหม.”
ระบบเอ่ย “โฮสน์มีระดับปราชญ์ขั้นสมบูรณ์แบบเท่านั้น ตามสามัญสำนึก ถือว่าแตกต่างกันถึงสองอาณาจักรเลยไม่ใช่รึไง.”
ใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวเวลาต่อมาถูกแทนที่ด้วยความดีใจ.
ในอดีตที่เผ่าวิญญาณ เมื่อเขาต่อสู้กับจักรพรรดิดารา ระดับความแข็งแกร่งแตกต่างกันมากมายจนเทียบไม่ได้เลย เวลานี้ปะทะกับแม่ทัพลาดตะเวน ความรู้สึกถึงความแตกต่างกับไม่ได้มากมายขนาดนั้น.
“เรื่องนี้....”
จุนซ่างเซียวที่รู้สึกโลหิตพลุ้งพล่าน แววตาที่เปี่ยมล้นด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ “น่าสนใจ!”
“ฟู่ ฟู่!”
ในเวลานั้น อุปกรณ์มหาปราชญ์ที่ส่องแสงสว่าง โดยเฉพาะรองเท้าเหยียบเมฆาที่มีเมฆปกคลุม.
“เอ๊ะ?”
พยัคฆ์สามที่เผยแววตาประหลาดใจออกมา.
จากหน้าจอค่ายกลสะท้อนนั้นเขาไม่ได้สนใจอุปกรณ์ที่จุนซ่างเซียวสวม ไม่อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ จนกระทั่งมาเห็นกับตา ตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่อุปกรณ์ธรรมดา.
โอ้วสวรรค์.
อุปกรณ์ระดับสุดยอด!
“ฟิ้ว ------”
ในเวลานั้น จุนซ่างเซียวก้าวออกไป ด้วยร้องเท้าเหยียบเมฆา ความเร็วที่ยากจะมองเห็น พริบตาเดียวก็มาอยู่ด้านหน้าพยัคฆ์สามแล้ว หมัดของอีกฝ่ายที่ต่อยออกมาทันที!
“ตูมม! ตูมม! ตูมม!”
แสงสว่างเจิดจ้า ความร้อนที่พุ่งสูง ห้วงมิติที่บิดเบี้ยวส่งเสียงครวญ!
อย่างไรก็ตาม แม่ทัพสามยังคงยืนอยู่กับที่ ไม่ว่าจุนซ่างเซียวจะโจมตีมาอย่างไร เขาก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย กระทั่งยกยิ้มออกมาด้วยซ้ำ.
ในบรรดาแม่ทัพทั้งสิบสอง คนผู้นี้มีพลังป้องกันเป็นอันดับสองทีเดียว.
จุนซ่างเซียวที่พึ่งอุปกรณ์มหาปราชญ์ แม้นว่าพลังต่อสู้จะเพิ่มพูนยกระดับมหาศาล ทว่าการจะทำร้ายอีกฝ่ายก็ยังนับว่ายากจะทำได้.
“ตูมม!”
เขาที่ทั้งเตะก่อนที่จะเปลี่ยนเป้าหมายโจมตีไปยังเป้าอีกฝ่าย.
จุนซ่างเซียว“......”
เพราะว่าผ่านไปนานก็ยังไม่ได้ผล ทำให้เขากังวลเล็กน้อย ดังนั้นจึงได้เล็งไปที่จุดอ่อน ยังไง ๆ ก็ต้องได้ผลบ้างล่ะ.
“เจ้าหนู.”
แม่ทัพสามที่ขมวดคิ้ว “เจ้านี่มันหน้าไม่อายจริง ๆ.”
“ครืนนนนน!”
จุนซ่างเซียวที่ได้โอกาสต่อยซ้ำไปอีกหลายหมัด ทว่าเห็นอีกฝ่ายเพียงขมวดคิ้วเท่านั้น ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย ทำให้เขาได้แต่คำรามในใจ“ไม่เจ็บเลยรึไง!”
“ฟิ้ว!”
ขณะที่กำลังครุ่นคิด แม่ทัพสามที่เหวี่ยงหมัดออกมาธรรมดา เร็วจนโกวเซิ่งไม่ทันกระพริบตา.
“ตูมม ------”
บนตำหนักลาดตะเวน สามารถมองเห็นภาพได้ ดูเหมือนว่าจุนซ่างเซียวจะถูกแม่ทัพสามฟาดกระเด็นออกมาอีกครั้ง.
“อ่อนแอขนาดนี้เลยรึ?”แม่ทัพสองที่ตกใจ.
แม่ทัพสี่ ร่างแปลงสตรี เอ่ยเสียงยั่วยวน “คิดจะท้าทายนักโทษร้ายแรงชั้นที่เก้า ไม่ใช่ว่า เป็นการแส่หาความตายหรอกรึ?”
เห็นจุนซ่างเซียวถูกพยัคฆ์สามต่อยสองครั้ง เหล่าแม่ทัพลาดตะเวนที่รู้สีกผิดหวังเป็นอย่างมาก แม้แต่สงสัยข้อมูลของเหล่าฉีที่ส่งมาอีกด้วย.
เพียงแค่นี้.
สามารถชนะราชาปิศาจต้าเห่ยได้อย่างงั้นรึ?
แม่ทัพหนึ่งที่ยังเคาะนิ้วไปบนพนักพิง เอ่ยออกมาว่า“บางทีเจ้าเด็กนี่ยังคงจงใจซ่อนอะไรบางอย่างอยู่.”
เหล่าต้าของแม่ทัพลาดตระเวน ที่ยังคงสงสัย เขาไม่คิดว่าคนที่ผ่านชั้นแปดได้จะอ่อนแอ.
ความจริงนะรึ?
จุนซ่างเซียวที่มีระดับเพียงปราชญ์ขั้นสมบูรณ์แบบ การที่อยู่รอดต่อหน้าระดับสะบั้นมิติขั้นกลาง ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว.
......
โลกลวงตา.
พยัคฆ์สามที่ยืนอยู่กับที่ พูดไม่ออก “เจ้าหนู เจ้ากระจอกขนาดนี้จัดการราชาปิศาจต้าเห่ยได้อย่างไร?”
เขาพูดดังกล่าวไม่ได้ดูแคลน แต่เป็นความรู้สึกที่คาดหวังจะต่อสู้อย่างที่สุด เพราะไม่เป็นดั่งคิด เลยรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง.
จุนซ่างเซียวที่แงะร่างออกจากผนัง ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเอ่ยออกมาว่า“โปรดอย่าสงสัยในตัวข้า.”
“ข้าใช่ว่า ต้องการสงสัยในตัวเจ้า.”
พยัคฆ์สามเอ่ยกล่าวตามจริง “ความแข็งแกร่งของเจ้าตอนนี้มันดูไม่ได้จริง ๆ เป็นใครก็ต้องสงสัยทั้งนั้น.”
“งั้นรึ?”
ในเวลานั้น ที่มุมปากของจุนซ่างเซียวที่ยกยิ้ม ก่อนที่จะยกมือขึ้น ดาบมังกรเขียวปรากฏขึ้น ร่างกายของเขาปกคลุมด้วยพลังสีเขียวอำนาจความเที่ยงธรรมที่แผ่ออกมาทันที.
“หืม?”
แม่ทัพสามที่เผยท่าทางประหลาดใจออกมา.
แม่ทัพหนึ่งที่ครุ่นคิดในใจ“เจ้านี่ดูเหมือนว่าจะอะไรซ่อนอยู่จริง ๆ ด้วย.”
แม่ทัพสอง แม่ทัพสี่และคนอื่น ๆ ที่ชมภาพอยู่ เผยความสงสัยในพลังสีเขียวนั้นเป็นอย่างมาก.
......
“ความสุขไม่จำเป็นต้องรอถึงพรุ่งนี้ ยิ่งรอทุกวินาทีมันก็ยิ่งห่างไกล ♫♫~♬.”
“หากไม่สามารถมีอิสรภาพ ข้าก็จะเป็น........ ♫♫~♬”
[ ที่มา เพลงนาจาhttps://www.youtube.com/watch?v=31_UMWKQ0Q4&ab_channel=%E6%88%91%E6%98%AF%E4%BA%BA ]
บนลานยุทธ์ ศิษย์ที่นำโดยหลิวหว่านซี กำลังทำกายบริหารประกอบเพลงนาจาประจำวันอยู่.
ความร้อนรุ่มที่ราวกับจะทะลวงมิติ ไปจนถึงมิติลวงตาป้อมปราการซิงกง พลังสีเขียวที่พวยพุ่งปกคลุมร่างจุนซ่างเซียว ดาบมังกรเขียวที่ฟาดฟันลงมา.
พลังอำนาจของปรมาจารย์กวน!
นี่คือพลังพิเศษวิญญาณปราชญ์ยุทธ์ แม้นว่าก่อนหน้านี้จะไม่ทรงพลังนัก ทว่าเมื่อนำมาใช้เวลานี้ กลิ่นอายและพลังของมัน กลับทรงพลังมากกว่าเดิมมาก.
เหล่าอาวุธที่ซื้อจากร้านค้ามากมาย ถึงแม้นว่าจะไม่ได้นำมาใช้ ทว่าก็ไม่ได้ทิ้งไป เพราะว่าเป็นอาวุธที่ทรงพลังและมีพลังเพิ่มขึ้น ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ด้วย!
“ข้า!”
จุนซ่างเซียวที่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ “ข้าคือคนที่เจ้าไม่สามารถยั่วยุได้!”
“ฟิ้ว!”
พลังวิญญาณที่พวยพุ่ง ทักษะพิเศษที่เปิดใช้งาน ปราณดาบสีเขียวที่กลายเป็นมังกรเขียวที่คำรามลั่นฟันลงไป.
“แก๊ก แก๊ก แก๊ก!”
“แก๊ก แก๊ก แก๊ก แก๊ก แก๊ก!”
มิติลวงตาที่บิดเบี้ยว ขาดเป็นรอยพุ่งออกไป ระบบที่ถอนหายใจ “ก่อนหน้านี้ควรจะใช้แล้วไหม โกวเซิ่งจริง ๆ!”
“กึก!”
พยัคฆ์สามที่ก้าวไปด้านหน้า ใบหน้าจริงจัง รวมพลังที่มือทั้งสองข้าง พร้อมกับรับปราณดาบที่ฟาดฟันมา.
“ตูมม -------”
พริบตานั้น ปราณสีเขียวที่พุ่งมาราวกับคลื่นทะเลอันเชียวกราก.
พยัคฆ์สามที่ยังคงยืนอยู่กับที่ คว้าปราณดาบมังกรเขียวเอาไว้ พร้อมกับเผยยิ้ม “ดาบนี้ แม้นว่าจะไม่เลว ทว่ามันควรจะใช้ในเวลาสำคัญต่างหาก.”
“งั้นรึ?”
จุนซ่างเซียวที่ยกยิ้มแปลก ๆ.
“ฟู่ ฟู่ ซูมมมมมมม!”
“ฟู่ ฟู่ ฟู่ ฟู่ ซูมมมมมมม!”
ทั่วร่างของเขาที่มีพลังพิเศษปกคลุม ร่างวิญญาณปราชญ์ยุทธ์ได้หายไป เวลานี้ปรากฏเป็นร่างที่ใบหน้าเต็มไปด้วยขน จิตวิญญาณราชาวานรที่น่าเกรงขามได้ปรากฏขึ้นแล้ว.
พลังพิเศษ.
มหาปราชญ์(ต้าเซิ่ง)คืนกลับ!