Chapter 17: บรึ้ม!
เมื่อฉินหรานดึงผ้ามัดปากออกจากปากของเธอ ผู้หญิงก็ไอ เธอพยายามไอเบา ๆ ตามที่ฉินหรานสั่งเธอไว้และมองไปที่เขา เธอดูบอบบางและสวยน่ารักเป็นเหตุผลให้เธอมาจบลงอยู่ที่ฐานที่มั่นแห่งนี้ สายตาเธอขอร้องให้ฉินหรานแก้มัดให้เธอ ฉินหรานไม่ได้ทำตามทันที เขาถามคำถามเธอ
"รอไปก่อน คุณแนะนำตัวก่อนได้ไหม? ยิ่งละเอียดยิ่งดี" เขาต้องทำให้แน่ใจว่าเธอจะไม่สร้างปัญหาให้เขา เธอพยายามเบาเสียงแล้ว ดังนั้นฉินหรานจึงหวังว่าเธอจะให้ความร่วมมือต่อไป เธออาจจะเป็นเหยื่อของอีแร้ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะประมาทเธอได้ ยังไงเธอก็เป็นคนแปลกหน้า ไม่เหมือนคอลลีนที่เขามีปฏิสัมพันธ์ด้วยแต่นี่ก็ยังไม่ใช่เหตุผลหลักที่เขาไม่แก้มัดให้เธอ
"ฉันชื่อแม็กกี้ เป็นพยาบาลฝึกหัดอยู่ที่โรงพยาบาลเซนส์โจแอนนา... ก่อนที่พวกมันจะจับฉันมา ฉันซ่อนตัวอยู่กับคนอื่น ๆ สถานีรถไฟใต้ดินถนนฮาเรสต์ รถไฟใต้ดินมีอุโมงค์ลับเชื่อมต่อไปที่ร้างแห่งหนึ่ง ฉันเพิ่งออกมาจากที่นั่นตอนที่พวกมันจับตัวฉันมา!" ผู้หญิงคนนั้นพูดหลังจากลังเลเล็กน้อย แม้จะเสียงสั่นอย่างหวาดกลัว เธอก็ยังพยายามสุดความสามารถอธิบายตัวเอง มีบางอย่างสะดุดความสนใจของฉินหราน
"เดี๋ยวนะ คุณพบอุโมงค์ลับนั่นได้ยังไง?" เขาถาม
"พ่อของฉันเป็นคนงานซ่อมบำรุงทางรถไฟใต้ดิน ฉันเลยรู้เรื่องนี้จากเขา" เธอดูเศร้าโศกเมื่อพูดถึงผู้เป็นพ่อ ความเศร้าในน้ำเสียงของเธอบอกเป็นนัยว่าเขาเสียชีวิตในระหว่างสงคราม มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก คนในครอบครัวก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากการไว้อาลัย
"เสียใจด้วยนะ มีคนอยู่กับคุณอีกกี่คน?" ฉินหรานแสดงความสงสารออกมาขณะที่พยายามเก็บข้อมูลจากเธอมากขึ้น
"ฉันเป็นคนสุดท้ายที่ออกมาจากที่นั่น แม้ว่ามันจะปลอดภัย แต่เราก็ขาดแคลนน้ำและอาหารเป็นอย่างมาก ในตอนแรก พวกเรายังมีอาหารและน้ำมากพอ แต่สุดท้ายมันก็หมดลงและคนก็เริ่มจากมา ตอนแรกฉันก็กลัวที่ต้องออกมาจากที่นั่น ฉันรอจนกระทั่งนาทีสุดท้ายถึงได้ออกมา แล้วพอออกมา ก็ถูกพวกมันจับตัวมาเลย" เธอลดศีรษะลงในขณะพูดถึงตอนที่เผชิญหน้ากับพวกอีแร้ง บางทีเธออาจจะเป็นคนขี้ขลาด หรือบางทีอาจจะแค่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับอีแร้งและคนของมัน
"คุณไม่มีอะไรให้ต้องละอาย พวกมันเป็นโจรโหดเหี้ยม คุณทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว" ฉินหรานพยายามปลอบใจเธอ แต่ดูเหมือนว่าจะทำให้เธอรู้สึกแย่มากขึ้น เธอเห็นฉินหรานฆ่าอีแร้งกับตา
"เอาละ เรามีเวลาไม่มาก ผมยังต้องไปเอาของบางอย่างแล้วเราก็จะออกไปจากที่นี่" ฉินหรานแก้มัดมือให้เธอ ในขณะที่แม็กกี้พยายามแก้มัดที่ขาของตัวเอง ฉินหรานก็สำรวจไปทั่วห้อง เขายังคงเหลือบมองเธอเป็นระยะเผื่อเธอจู่ ๆ ลงมือทำอะไร เขายังไม่ได้เชื่อเธอเต็มที่
แม้ว่าแม็กกี้จะดูไร้พิษภัย แต่เขาก็ไม่สามารถเชื่อใจคนที่เขาเพิ่งพบได้ คอลลีนนั้นเป็นคนละเรื่องกัน เธอผ่านสถานการณ์เป็นตายกับเขามาก่อน ฉินหรานแก้มัดมือให้เธอแต่ไม่ได้แก้มัดขาให้ เขาไม่ได้สนใจว่าแม็กกี้จะสังเกตเห็นท่าทีหวาดระแวงเธอของเขา
เขาเปิดตู้ลิ้นชักข้างเตียง ด้านในลิ้นชักมีปืนสั้น แม็กกาซีนสองอัน และระเบิดมือสองลูก
ปืนสั้นคือ M1905 และแม็กกาซีนทั้งสองใช้กับปืนนี้ได้ ที่สำคัญคือลูกระเบิดทั้งคู่
[ชื่อ: U-II]
[ชนิด: ระเบิด]
[สภาพ: ปกติ]
[การโจมตี: รุนแรง]
[การเสริมสถานะ: เพิ่มความเสียหาย 30% ต่อเป้าหมายที่ไม่มีเกราะ]
[ผลลัพธ์: ไม่มี]
[การนำออกจากดันเจี้ยน: ได้]
[หมายเหตุ: นี่เป็นระเบิดแบบมีสลัก ดังนั้นกรุณาดึงสลักออกก่อนขว้าง!]
เมื่อเขาเห็นรายละเอียดของระเบิด โดยเฉพาะค่าสถานะของมัน ฉินหรานก็คิดวางแผน เขาเก็บระเบิดทั้งสองลูกเข้ากระเป๋าเสื้อไปพร้อมกับปืนและแม็กกาซีน หลังจากเขาแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรมีค่าให้เอาไปด้วยแล้ว เขาก็ขยับไปที่ตู้เก็บของหลังใหญ่สองหลังที่อีกด้านของเตียง
แม็กกี้ยังคงวุ่นวายกับการแก้มัดขาของตัวเอง
ฉินหรานเปิดประตูตู้อย่างไม่ลังเล เขาไม่ได้ประมาทจนไม่ได้มองว่ามีกับดักหรือไม่ เขาแค่คิดว่าอีแร้งคงไม่ได้ติดตั้งกับดักอะไรในห้องของตัวเอง อย่างไรเสีย ที่ฉินหรานสามารถจัดการกับมันได้ในการลงมือครั้งเดียวก็แสดงว่ามันเองไม่ใช่คนที่ระแวดระวังอะไรเท่าไหร่
ตู้ทางด้านซ้ายเปิดออกพร้อมเสียงเอี๊ยด อาหารกระป๋อง ขวดน้ำ ปืนและแม็กกาซีน ทุกอย่างวางไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับอยู่ในซูเปอร์มาร์เกต มีอาหารกระป๋องเกือบสามสิบกระป๋องและน้ำอีกหลายลัง มี M1905 อีกหกหรือเจ็ดกระบอก และ M12 อีกกระบอกหนึ่ง ลูกปืนยางถูกเก็บไว้ในกล่องใหญ่ใบหนึ่ง
"นี่มัน..." แม้ว่าเขาจะรู้ว่าอีแร้งกักตุนเสบียงไว้ ฉินหรานก็ยังอ้าปากค้างอยู่ดีเมื่อเห็น ถ้าเขาเอาของพวกนี้ไปได้ทั้งหมด มันจะเพียงพอให้เขาอยู่ไปได้อีก 6 วันตามภารกิจ บางทีมันอาจจะเกินพอเสียอีก เขาคาด M12 ไว้กับตัวและขยับไปที่ตู้ที่สอง เขาเปิดประตูตู้ออกกว้างอีกครั้ง
ในนี้เก็บเสบียงเอาไว้เหมือนกับตู้แรก แต่มีกระเป๋าสะพายหลังเพิ่มมาอีกสองใบ เขารีบหยิบใบหนึ่งขึ้นมาดู มันหนักขนาดที่เขาต้องใช้มือทั้งสองข้างยกขึ้นมา เขาวางกระเป๋าลงบนตักและใช้เข่าดันประตูตู้ให้เปิดค้างไว้
เขารูปซิบกระเป๋าและประกายแวววาวก็ส่องออกมาจากในกระเป๋า มีอัญมณีและของล้ำค่าใส่ไว้ข้างใน หัวใจของฉินหรานกระตุกเพียงแค่มองเห็น เขาสามารถจินตนาการได้ว่าทั้งหมดนี้จะมีมูลค่าแค่ไหน แต่พออ่านคำอธิบายรายละเอียดเขาก็ผงะ
[ชื่อ: อัญมณีล้ำค่า]
[ชนิด: อัญมณี]
[สภาพ: ผสม, ไม่สามารถจำแนกได้]
[การเสริมค่าสถานะ: ไม่มี]
[ผลลัพธ์: ไม่มี]
[การนำออกจากดันเจี้ยน: ไม่ได้]
[หมายเหตุ: คุณเอามันให้หัวหน้ากองกำลังกบฏได้ หรือเลือกใช้มันทำอย่างอื่น]
"เอาออกไปไม่ได้?" ข้อความนี้กระแทกใส่หน้าเขา อัญมณีทั้งหมดนี่คือขุมสมบัติหนึ่ง ถ้าเพียงแต่เขาสามารถเอามันออกไปจากดันเจี้ยนได้ เขาก็สามารถทิ้งแผนการเพื่ออนาคตทั้งหมดไป และหาสักที่เพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ ของพวกนี้จะทำให้เขาบรรลุเป้าหมายในทันที แต่ผู้สร้างเกมก็ไม่ได้โง่อย่างนั้น พวกเขาไม่มีทางตั้งภารกิจง่ายอย่างนี้ให้ผู้เล่น
แต่หากเขาพยายามเอากระเป๋าใบนี้ไปด้วย ฐานที่มั่นของโจรกระจอกที่เขาแอบเข้ามานี้จะกลายเป็นฐานทัพของกองกำลังที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงและการรักษาความปลอดภัยระดับสุดยอดในทันที กระทั่งบอสที่ฉินหรานเพิ่งจัดการไปได้อย่างง่ายดายก็คงกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้หรือทหารกองกำลังพิเศษไปด้วย
ทำอะไรก็ได้อย่างนั้น นั่นเป็นกฎของเกม นอกเสียจากว่าจะมีบั๊กหรือแฮกให้เขาสามารถใช้ความได้เปรียบนี้ ฉินหรานเองเป็นผู้เล่นใหม่ ดังนั้นเขาคงไม่สามารถสังเกตพบบั๊กพวกนี้ได้หรอก ส่วนเรื่องแฮก? ลืมมันไปเหอะ
เขารูดซิปกระเป๋าปิดแล้วหันกลับไปมองแม็กกี้ เธอแก้มัดตัวเองเรียบร้อยแล้ว แต่เธอยังไม่ได้ขยับตัวทำอะไรแม้จะมีเสบียงและอาวุธมากมายอวดตัวอยู่บนชั้นวาง ไม่ว่าจงใจหรือไม่ แต่นี่ก็ยังให้เธอได้คะแนนจากฉินหลานหลายคะแนน เธออาจจะใสซื่อสุด ๆ หรือฉลาดสุดยอดไปเลยก็ได้ ไม่ว่าจะอย่างไหนก็เป็นผลดีต่อฉินหราน ถ้าเป็นอย่างหลังอาจจะก่อปัญหาให้เขาได้แต่ตราบใดที่เขายังเป็นฝ่ายควบคุมเธอ เขาก็สามารถป้องกันไม่ให้เธอทำอะไรวู่วามได้
"เดี๋ยวผมกลับมา ต้องไปจัดการบางอย่างกับพวกข้างนอกก่อน" เขาเดินออกไปจากห้อง วางแผนที่จะจัดการกับพวกโจรที่เหลือทั้งหมดที่ข้างนอกนั่น แม้ว่านี่จะไม่ใช่แผนเดิมของเขา การได้ระเบิดมือมาสองลูกก็ทำให้เขามีโอกาสไหลตามสถานการณ์
ฉินหรานมุ่งหน้าไปยังห้องปั่นไฟ ข้าง ๆ คือห้องที่พวกโจรรวมตัวกันอยู่ ที่ด้านในมัวส่งเสียงดังเกินจนไม่ได้สังเกตว่ามีบางอย่างผิดปกติ ฉินหรานปิดการทำงานของเครื่องปั่นไฟ ทางเดินก็มืดสนิทไปทันที
"บ้าเอ๊ย ไอ้เครื่องปั่นไฟเฮงซวยพังอีกแล้ว!"
"ไปดูสิ พวกเราคงไม่อยากให้เจ้านายด่าอีกรอบหรอก"
"ฉันว่าพวกเราต้องหาเครื่องปั่นไฟตัวใหม่ที่ทำงานดีกว่านี้แล้ว"
เสียงสบถมากมายดังออกมาจากในห้องก่อนที่เสียงฝีเท้าดังตามมา การขาดแสงสว่างทำให้พวกมันงุ่มง่าม พอหนึ่งในพวกมันเปิดประตู ฉินหรานก็ก้าวออกมาจากความมืด ยกขาซ้ายถีบโจรคนนั้นกลับเข้าไป ลูกถีบแรงพอให้โจรกลิ้งกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง วินาทีถัดมา ฉินหรานก็ดึงสลักระเบิดมือแล้วโยนเข้าไปในห้อง
"อะไรอีกวะเนี่ย?"
"เกิดบ้าอะไรขึ้นวะ?"
ตูม!!
เสียงระเบิดปิดปากพวกโจร ทุกอย่างกลายเป็นเงียบสงัดลงหลังเสียงระเบิดสงบลง