บทที่ 600: พ่อของเขาเป็นจิงหลิง
สิ่งที่เตี๋ยฉ่ายพูดทำให้ใบหน้าของหูเจียวเจียวเปลี่ยนไปเล็กน้อย
มันเป็นเพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอคาดเดาเอาไว้ทั้งสิ้น
“เจ้าไปรู้เรื่องนี้มาได้ยังไง?” จิ้งจอกสาวถามหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้าก็เป็นภูตแมลงเหมือนกัน เรามาจากเผ่าเดียวกัน แต่เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าเป็นคนปกติที่ไม่ได้มีพฤติกรรมแปลก ๆ แบบเขา” เตี๋ยฉ่ายอธิบาย
“แม่ของเขาเป็นผู้หญิงของเผ่าเรา แต่ไม่มีใครเคยเห็นพ่อของเขา ในตอนที่แม่ของเขาตั้งครรภ์นางไม่ยอมคลอดสักที นางอุ้มท้องอยู่หลายเดือน พอแม่ของเขาคลอดลูก ข้าก็ได้ยินมาว่าเด็กดูดกินเลือดกินเนื้อและกระดูกของนางไปแล้ว…”
หญิงสาวอธิบายทุกอย่างให้หูเจียวเจียวฟังโดยไม่ปิดบังอะไร
แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่สิ่งที่นางเห็นด้วยตาของนางเอง แต่เป็นสิ่งที่เล่าขานกันปากต่อปากในเผ่า ซึ่งภูตเกือบทุกคนในเผ่ารู้เรื่องนี้
แต่ในยามที่เกิดภัยแล้งรุนแรง การจะรั้งอยู่ในเผ่าเหมือนเดิมก็เป็นไปไม่ได้แล้ว ผู้คนต่างพากันอพยพลงใต้มาเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง และผู้คนของเผ่านางก็ล้มตายกันเกลื่อนท้องถนน
นางเองก็แอบตามกู่สือมาจนถึงเผ่าเยว่หูจึงทำให้นางมีชีวิตรอดจวบจนทุกวันนี้
“แต่…” เตี๋ยฉ่ายเว้นจังหวะชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อว่า “มีข่าวลือที่พูดกันปากต่อปากว่าพ่อของกู่สือเป็นจิงหลิง”
“จิงหลิงหรือ? พวกจิงหลิงไม่ได้อาศัยอยู่ในป่าวิญญาณหรือไง?” หูเจียวเจียวรู้สึกประหลาดใจ
“ใช่ แต่นอกเหนือจากจิงหลิงแล้ว เราไม่สามารถนึกถึงเผ่าพันธุ์ที่โหดร้ายแบบนี้ออกเลย” หญิงสาวผู้มีนัยน์ตาสีชมพูตอบและเม้มริมฝีปากตัวเอง
จิ้งจอกสาวรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเพียงแค่ข่าวลือที่คนพูดกันไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น มันไม่มีประโยชน์อะไรกับการสืบสวน เธอจึงถามต่อไปอย่างใจเย็น
“แล้วเจ้ารู้วิธีตามหาเขาหรือไม่?”
เนื่องจากอีกฝ่ายมาถึงเผ่าเยว่หูก็เพราะแอบตามกู่สือมา ดังนั้นนางจะต้องมีวิธีการตามหาเขาแน่นอน
“ข้าหาเขาเจอได้... ตามเส้นทางที่เขาทิ้งไว้ แต่ก็ยังไม่เคยมีใครสามารถจับตัวเขาได้สำเร็จมาก่อน” เมื่อเตี๋ยฉ่ายสัมผัสได้ถึงสายตาคมดุของหลงโม่ นางก็รู้สึกประหม่าและไม่กล้าพูดอะไรมากเกินไป
“แล้วที่อยู่ของกู่สือก็แปลกมาก เขาเป็นคนที่ชอบเอาชนะและแค้นฝังหุ่น คงมีเพียงคนที่ทำให้เขาโกรธแค้นหรือไม่ก็คนที่เขาห่วงใยเท่านั้นถึงจะได้พบเขา”
“แล้วทำไมเจ้าถึงหาเขาเจอล่ะ?” มังกรหนุ่มถามเสียงเย็น
จากนั้นเขาก็ก้มลงมองภรรยาของตนและพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “เจียวเจียว สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้พูดดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์กับเรา งั้นเราก็ไม่จำเป็นจะต้องพานางกลับบ้านถูกไหม?”
คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของเตี๋ยฉ่ายเบิกกว้าง
จู่ ๆ ผู้ชายคนนี้จะมากลับคำได้ยังไง!
“ไม่ได้! เจ้าสัญญากับข้าแล้ว อยู่ดี ๆ เจ้าจะมากลับคำแบบนี้ไม่ได้นะ!”
หูเจียวเจียวที่เป็นคนกลางอยากจะกรีดร้องออกมาให้มันรู้แล้วรู้รอด เธอเอื้อมมือไปจับมือของสามีหนุ่มเอาไว้ แล้วลูบเบา ๆ เพื่อปลอบเขาให้ใจเย็นลง
“แล้วในตอนนั้นเจ้าช่วยลูก ๆ ของข้าได้ยังไง?” จิ้งจอกสาวหันไปถามผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้ง
“เรื่องนั้น…” เตี๋ยฉ่ายเผยรอยยิ้มเอียงอายพร้อมกับบีบมือของตัวเองก่อนจะตอบว่า “ตอนที่ข้าอยู่ในเผ่า ข้าทิ้งอะไรบางอย่างไว้บนตัวกู่สือ มันช่วยให้ข้าสามารถตามตัวเขาได้ไม่ว่าเขาจะเดินไปที่ไหนก็ตาม”
“แต่เนื่องจากครั้งก่อนที่เราพบกันข้าทำให้เขารู้ตัวแล้ว ตอนนี้ข้าเองก็หาเขาไม่เจอเหมือนกัน”
“ตอนนี้กู่สือรู้ตัวแล้วเพราะข้าออกหน้าไปช่วยลูกของเจ้าจนทำให้เขาโกรธเคือง เจ้าไม่สามารถผิดคำพูดที่ให้ไว้กับข้าได้อีก เจ้าจะมาข้ามแม่น้ำแล้วรื้อสะพานแบบนี้ไม่ได้!”
หญิงสาวพูดจบแล้วก็จ้องเขม็งไปทางหลงโม่
ภูตมังกรคนนี้พูดคุยด้วยยากเหลือเกิน!
“เจ้าไม่ต้องกังวล ในเมื่อข้ารับปากกับเจ้าแล้ว ข้าจะไม่ทำผิดสัญญา” หูเจียวเจียวพูดปลอบอีกคน “แต่ข้าก็ยังคงหวังว่าเจ้าจะสามารถบอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกู่สือรวมถึงเบาะแสบางอย่างให้กับเรา”
ทันทีที่เตี๋ยฉ่ายได้ยินจิ้งจอกสาวพูดเช่นนั้น นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จากนั้นนางก็เหลือบมองหน้าเข้ม ๆ ของมังกรหนุ่มอีกครั้ง
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เจ้าไม่จำเป็นจะต้องกังวลกับมัน อย่างที่ข้าเคยบอกไปแล้ว กู่สือเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น แล้วข้าก็ไปทำให้เขาโกรธเคือง ฉะนั้นเขาจะต้องหาจังหวะมาแก้แค้นข้าแน่นอน” เตี๋ยฉ่ายกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ตอนนี้ขอแค่พวกเจ้าปกป้องเหยื่อที่มีชีวิตเอาไว้ เขาก็จะส่งตัวเองมาถึงหน้าประตูบ้านของพวกเจ้า”
แต่ข้าก็บอกไม่ได้นะว่ากู่สือจะมาหา ‘เหยื่อ’ ก่อนหรือจะมาจัดการกับ ‘อาหาร’ ของเขาก่อนกันแน่
…
ที่ลานบ้านของหูหลินนั้นใหญ่มาก พวกเด็ก ๆ ทั้ง 4 คนจึงเล่นกันอย่างมีความสุข
ทันใดนั้นหลงเหยาก็ทรุดตัวลงกับพื้นพลางกุมท้องของตัวเองไว้
“เสี่ยวเหยา เจ้าเป็นอะไรไป?” ในฐานะพี่ชายคนโต หลงอวี้รีบเข้าไปไถ่ถามอาการของน้องชายคนเล็กทันทีที่เห็นท่าทางแปลกประหลาดของเขา
“พี่ใหญ่ เสี่ยวเหยา…” ใบหน้าของคนตัวเล็กบิดเบี้ยวเหมือนคนกินแตงขมเข้าไป
นั่นทำให้เหล่าเด็กตระกูลหลงทำหน้าเคร่งเครียดกันเพราะคิดว่าน้องเล็กของตนเป็นอะไรที่หนักหนา
“เสี่ยวเหยาปวดท้อง เสี่ยวเหยาอยาก... อยากอึ” หลงเหยาเบะปากในระหว่างที่พูด
“...”
มุมปากของหลงจงกระตุกหลังจากได้ยินคำพูดของเจ้าตัวเล็ก
“งั้นเจ้าก็รีบไปสิ เจ้าจะมาอึราดกางเกงตรงนี้ไม่ได้นะ”
ครู่ต่อมา เด็กน้อยยืนขึ้นทั้งที่กุมท้องอยู่แล้วเดินหลบเข้าไปในป่าใกล้เคียง
เดิมทีภูตไม่มีห้องน้ำ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ขับถ่ายเรี่ยราดไปทั่ว
โดยปกติแล้วจะมีการปักหลักที่ขับถ่ายไว้ตายตัว บ้างก็ขุดหลุมฝังให้มิดชิดหรือบางทีก็บรรจุมันแล้วเอาไปทิ้งที่อื่น
“ช้าก่อน ท่านแม่บอกเอาไว้ว่าอย่าไปไหนมาไหนคนเดียว เสี่ยวเหยา ข้าจะไปกับเจ้าเอง” หลงเซียวเดินตามหลังน้องชายไปพลางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ได้ เราจะรอพวกเจ้าอยู่ที่นี่” หลงอวี้พยักหน้า
จากนั้นหลงเซียวกับหลงเหยาก็เดินเข้าไปในป่า
ในอีกด้านหนึ่ง หูเจียวเจียวกับเตี๋ยฉ่ายได้พูดคุยตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เธอกำลังจะพานางกลับบ้านเพื่อจัดที่พักอาศัยให้นาง
เนื่องจากปัจจุบันที่บ้านไม่มีห้องว่างเหลืออยู่แล้ว ดังนั้นจิ้งจอกสาวจึงคิดเอาไว้ว่าจะสร้างบ้านไม้หลังเล็ก ๆ ไว้ในลานบ้านของเธอ
เตี๋ยฉ่ายเองก็ไม่ได้คัดค้านความคิดดังกล่าว สำหรับนางนั้นการมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย มีอาหารให้กินมีน้ำให้ดื่มมันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกว่าการมีท้องฟ้าเป็นหลังคาและผืนดินเป็นเตียงนอนเป็นไหน ๆ
อีกทั้งนางก็ไม่ใช่คนเรื่องมากอะไรด้วย
แล้วเรื่องการสร้างบ้านไม้จิ้งจอกสาวกับมังกรหนุ่มก็ไม่จำเป็นจะต้องลงมือทำเอง
ทันทีที่พวกเธอพูดคุยเรื่องนี้กับหูหลิน เขาก็จัดเตรียมคนให้มาช่วยเหลือทั้งคู่ทันที
“เจียวเจียว เราจะไปไหนกันต่อ เราจะกลับบ้านกันเลยไหม?” เตี๋ยฉ่ายเปลี่ยนวิธีเรียกหูเจียวเจียวแบบสนิทสนมพร้อมกับถามอย่างมีความหวัง
แต่หลงโม่กล่าวตำหนินางด้วยใบหน้าเย็นชาว่า “นี่คือบ้านของพวกข้า”
“ใช่ ๆ เราจะกลับบ้านของพวกเจ้าในตอนนี้เลยไหม?” เจ้าของดวงตาสีชมพูยิ้มพลางพยักหน้าโดยไม่สนใจสีหน้าท่าทางของชายร่างสูงเลย
หลงโม่ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับผู้หญิง ดังนั้นเขาจึงทำเพียงพ่นลมอย่างเย็นชาและไม่ได้พูดอะไรอีก
ขณะเดียวกัน หูเจียวเจียวมองไปที่เนื้อตัวสกปรกมอมแมมของเตี๋ยฉ่าย ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะใช้ชีวิตแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ มานานมากแล้ว นางจึงอยากจะหลงหลักปักฐานให้เร็วที่สุด
ไม่นานเธอก็พยักหน้าก่อนจะพูดว่า “งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ เดี๋ยวข้าจะไปเรียกลูก ๆ กลับมาก่อน”
“ได้ เจ้ารีบไปเถอะ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นี่” เตี๋ยฉ่ายผงกหัวรับ นางรู้ว่าหลงโม่คงไม่อยากให้ตนเข้าใกล้ภรรยาของเขา ดังนั้นนางจึงเว้นระยะห่างจากจิ้งจอกสาวเอาไว้พอสมควร
หลังจากที่พ่อแม่ของเด็กตระกูลหลงมาถึงลานบ้านของหูหลิน พวกเขาก็เห็นเพียงหลงอวี้กับหลงจงเท่านั้น
“ท่านแม่ ท่านจะกลับแล้วหรือ?” เด็กทั้ง 2 คนที่เห็นแม่ของตนก็วิ่งเข้าไปหานาง
หูเจียวเจียวพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ แล้วถามอย่างสงสัยว่า
“เซียวเซียวกับเหยาเอ๋ออยู่ที่ไหน?”
“เสี่ยวเหยาปวดท้อง พี่รองก็เลยอาสาไปกับเขาด้วย” หลงจงชี้ไปยังทางที่หลงเหยากับหลงเซียววิ่งไป
จากนั้นเขาก็ลองนับเวลาก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปม “แต่ก็แปลก พวกเขาออกไปนานแล้วทำไมยังไม่กลับมาอีกล่ะ”
“ท่านแม่ งั้นข้าจะไปดูสักหน่อยว่าพวกเขาทำธุระเสร็จหรือยัง” หลังจากที่หลงอวี้พูดจบ เขาก็หันหลังกลับเตรียมตัวจะเข้าไปในป่ารกครึ้มด้านข้าง
ก่อนที่เด็กชายจะเดินออกจากลานบ้าน เขาก็เห็นหลงเซียววิ่งออกมาจากป่าด้วยใบหน้าซีดเซียว
“น้องรอง เกิดอะไรขึ้น? แล้วเสี่ยวเหยาอยู่ไหน?” ผู้เป็นพี่ชายคนโตเข้าไปพยุงตัวน้องชายคนที่ 2 พร้อมกับถามด้วยความงุนงง
“อย่าบอกนะว่าเสี่ยวเหยาไม่มีใบไม้เช็ดก้นก็เลยให้ท่านออกมาหา?” หลงจงประสานมือไว้ด้านหลังศีรษะพลางพูดอย่างเกียจคร้าน
“ไม่ เสี่ยวเหยา… เขาหายตัวไป!”