ตอนที่ 27 จูบของหมาป่า
ทะลุมิติมาสร้างสวนสัตว์ในฝัน ตอนที่ 27 จูบของหมาป่า
หลังจากที่เขาใช้แต้มความนิยมไปจนหมด เขาก็ได้รับน้ำแร่แห่งจิตวิญญาณมาอีก 1 ขวด
ผลประกอบการของวันนี้คือความรู้ด้านการจัดการพฤติกรรมสัตว์
ฟางเย่อดคิดไม่ได้ว่าเจ้าเสือน้อยนั่นอาจจะเป็นดาวนําโชคของเขา นั่นทําให้เขาคิดจะตั้งชื่อมันว่า “หวั่งไฉ(เจริญรุ่งเรือง)”
แต่นั่นมันเป็นแค่ความคิดตลกๆ เท่านั้นเพราะคนอื่นๆ คงตามล่าเขาแน่ถ้าเขาตั้งชื่อเจ้าเสือน้อยแสนน่ารักแบบนั้น “ลองมาดูชื่อที่คนอื่นช่วยกันตั้งดีกว่า!” ว่าแล้วเขาก็ไล่อ่านคอมเมนท์จากไลฟ์ล่าสุดอย่างสนุกสนาน
ด้วยความที่เขาบอกกับเหล่าผู้ชมว่าคนที่ได้รับเลือกจะได้รับของขวัญสุดพิเศษ บวกกับความน่ารักของเจ้าเสือขาวตัว น้อยทําให้หน้าคอมเมนท์มีจํานวนมากจนอ่านแทบไม่ไหวแม้เขาจะพึ่งประกาศได้ไม่นานก็ตาม
มีคนเสนอชื่อมากมายไม่ว่าจะเป็นชื่อที่ฟังแล้วดูกล้าหาญ หรือไม่ก็ชื่อตลกๆ ซึ่งแตกต่างกันไป บางคนถึงขั้นเขียนชื่อ
ยาวราวกับกําลังเขียนเรียงความส่งมา
การตั้งชื่อสัตว์ในสวนสัตว์นั้นไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว แต่มันมีหลักการง่ายๆ ก็คือชื่อของสัตว์เหล่านั้นจะต้องง่ายและติดหู
เพราะสัตว์ในสวนสัตว์จะต้องได้เจอกับผู้คนมากมาย ถ้าเขาตั้งชื่อมันให้อ่านยากจะทําให้นักท่องเที่ยวที่แค่อ่านชื่อยากๆ ของมันก็ปวดหัวแล้ว
ในสวนสัตว์หลายๆ แห่งที่มีลูกของสัตว์ที่หายากเกิดขึ้นมา พวกเขาก็จะประกาศเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการตั้งชื่อให้แก่มัน ทว่าอันที่จริง พวกเขาอาจจะไม่ได้เลือกชื่อเหล่านั้นมาเป็นตัวเลือกเลยด้วยซ้ํา เพราะ ชื่อของพวกมันควรจะสั้นและจดจําได้ง่าย
ตัวอย่างเช่นชื่อ “ต้าที่” “หนานหนาน” “เหมยเหม่ย” ซึ่งใครก็สามารถออกเสียงและเข้าใจได้ง่าย
ฟางเย่เปิดอ่านไปเรื่อยๆ แล้วพบกับชื่อที่เขาคิดว่าใช้ได้อยู่หลายชื่อ
ชูการ์ (H Ì : ), บัตเตอร์ (H), ไข่ม้วน (HF), เหลียงผี (), ข้าวปั้น (5), โยเกิร์ต (3) ซอร์เบท์ (7) และชื่ออีกเยอะแยะมากมาย
ฟางเย่ใช้เวลาตัดสินใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะเลือกชื่อ 'ซอร์เบท์ (Sorbet)' เป็นชื่อของเจ้าเสือขาวตัวน้อย
เมื่อเขาตัดสินใจได้แล้ว ฟางเย่ก็ฮัมเพลงอย่างมีความสุขแล้วเดินไปที่กรงหมาป่าอย่างมีความสุข
ปลาเค็มขนาดใหญ่ที่เขาได้มานั้นเหมาะสําหรับสัตว์กินเนื้อใช้ในการกัดเพื่อทําความสะอาดฟันของมัน ซึ่งในสวนสัตว์ตอนนี้มีสัตว์กินเนื้อแค่เสือ หมาป่าและสุนัขจิ้งจอกเท่านั้น
ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เขาไปให้ความสนใจกับเสือและจิ้งจอกเยอะไปหน่อยจนละเลยเจ้าหมาป่าในสวนสัตว์ เขาจึง เลือกจะนําของขวัญชิ้นนี้ไปให้พวกมัน
ในสวนสัตว์หลินให่มีหมาป่าอยู่ 2 ตัว ซึ่งเป็นหมาป่าสีเทาซึ่งเป็นหมาป่าที่สามารถพบได้ทั่วไปที่กรงหมาป่า
ที่หน้าของกรงหมาป่านั้นช่วงเงียบเหงา ไม่มีนักท่องเที่ยวแม้แต่คนเดียวที่มาให้ความสนใจเจ้าหมาป่าทั้ง 2 นั่นเพราะหมาป่านั้นเป็นสัตว์ที่มีความนิยมน้อยที่สุดในสวนสัตว์หลินไห่
เหตุผลหนึ่งก็เพราะรูปร่างและลักษณะของหมาป่าสีเทานั้นมีความคล้ายคลึงกับหมาบ้านจนแทบจะแยกไม่ออก นั่นเพราะมันเป็นบรรพบุรุษของหมาบ้าน
อีกเหตุผลก็เพราะเรื่องราวต่างๆ ตามนิทานและตํานาน ไม่ว่าจะเป็นหนูน้อยหมวกแดง เรื่องราวของหมาป่าในตํา นานต่างๆ รวมถึงเพลงที่มักจะพูดถึงพบเห็นหมาป่าและต้องใช้ปืนยิงมันให้ตาย
กล่าวได้ว่า ในความคิดของคนทั่วไปนั้น หมาป่าเป็นสัตว์ที่เจ้าเล่ห์และโหดร้าย มันบุกเข้าไปในพื้นที่ทํากินของมนุษย์ และฆ่าสัตว์เพื่อนําไปเป็นอาหาร ทําให้พวกมันต้องถูกไล่ล่าโดยเหล่านายพราน
ทว่าในความจริงแล้ว มุมมองของสัตว์ที่เป็นมิตรหรือไม่เป็นมิตรกับมนุษย์นั้นขึ้นอยู่กับการกระทําของมนุษย์ ไม่
สามารถกล่าวได้ว่าสัตว์ที่ทําร้ายสัตว์เลี้ยงของมนุษย์เท่ากับเป็นสัตว์ไม่เป็นมิตร และสัตว์ที่ไล่หนูให้แก่มนุษย์คือสัตว์ที่เป็นมิตร
สังคมของมนุษย์และสัตว์นั้นต่างกันออกไป นั่นก็เพราะสัตว์ต่างมีพื้นที่อยู่อาศัยต่างกันออกไปในป่า
อีกทั้งการล่าสัตว์ในระยะหลังทําให้จํานวนของหมาป่าลดลงไปอย่างรวดเร็ว จนทําให้หมาป่าในหลายประเทศขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์แล้ว ทว่าคนทั่วไปกลับยังไม่รู้ในเรื่องนี้ด้วยซ้ํา
“ว่าไง! เฮยตัน (2) เซียวอวี่ (F)” ฟางเยี่ยิ้มไปให้เจ้าหมาป่าทั้ง 2 แล้วส่งเสียงทักทาย
ในกรงของหมาป่า มีหมาป่าตัวหนึ่งที่มีขนสีดําสนิท ในขณะที่อีกตัวมีขนสีเทาอ่อนอยู่ที่ด้านหลัง และมีขนสีขาวอยู่บริเวณแก้ม คอและหน้าท้อง
เฮยตันมีขนสีดําและเป็นหมาป่าตัวผู้ ส่วนเซียวอวี่เป็นหมาป่าเพศเมียขนสีเทาขาว
เมื่อทั้ง 2 ได้ยินเสียงเรียก หูสามเหลี่ยมบนหัวของมันก็ตั้งตรงแล้วหันไปมองต้นเสียงจากระยะไกล
มีคนมา!!
เฮยตันลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นแล้ววิ่งมาที่หน้ากรง เอาหน้าของมันแนบกับกรงเหล็กแล้วหันไปมาราวกับว่าต้องการมองว่าใครกําลังเดินมาหา
เมื่อมันเห็นฟางเย่เดินเข้ามา ดวงตาของมันก็สว่างระยิบระยับพร้อมกับหางที่สะบัดไปมาอยางร่าเริง
หมาป่าธรรมดาจะมีดวงตาที่ค่อนข้างลุ่มลึก ซึ่งกล่าวได้ว่าพวกมันเป็นเหมือนกับนักปราชญ์ในหมู่สัตว์
คืนนี้จะกินได้กินอะไร? พวกเราจะไปหาอาหารมื้อต่อไปได้ที่ไหน? อนาคตจะเกิดอะไรขึ้น? กลุ่มของมันกําลังจะไปที่
พวกมันอาจจะกําลังคิดถึงคําถามเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา ทําให้เวลาที่พวกมันออกล่า ดวงตาของมันก็จะแหลมคมและจ้องไปที่เหยื่อของมันอย่างจริงจัง
ทว่าดวงตาของเฮยตันนั้นดูกลมกว่าหมาป่าทั่วไป ทําให้มันดูตลกและน่ารักราวกับน้องหมาแสนซื่อบื้อของใครหลายคน
เซียวอวี่ลุกขึ้นแล้วเดินมาที่เฮยตันอย่างช้าๆ
เมื่อทั้ง 2 ตัวมายืนข้างๆ กัน สามารถมองเห็นความต่างของร่างกายของทั้ง 2 ได้อย่างชัดเจน เพราะตัวของเฮยตัน นั้นมีขนาดใหญ่และอกที่หนากว่าเซียวอวี่มาก
ทว่าเซียวอวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ หมาป่าที่ตัวใหญ่กว่ากลับไม่ได้กลัวและดันเฮยตันให้หลบออกไป
นายดูอะไรนะ ให้ฉันดูมั่ง!!
เฮยตันแม้จะถูกดันก็ไม่ได้โมโหอะไร แล้วให้เซียวอวี่ยืนอยู่ตรงที่จุดเดิมของมันอย่างว่างง่าย
นั่นก็แค่ผู้ดูแลไม่ใช่รึไง นายจะตื่นเต้นทําไมเนี่ย!
เซียวอวี่ที่เห็นว่าใครมาก็เลิกให้ความสนใจแล้วเดินจากไปอย่างสง่างาม
ช่างเถอะ ได้วิ่งเล่นซักหน่อยก็จะได้ไม่เบื่อมากนัก
นี่เป็นไม่กี่อย่างที่เธอสามารถทําได้ในกรงเล็กๆ นี่
หมาป่ามีขาที่ค่อนข้างยาว ทําให้พวกมันสามารถวิ่งได้อย่างรวดเร็ว
เซียวอวี่วิ่งกลับไปอย่างสบายใจ เท้าของมันราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ ท่าทางของเธอช่างดูว่องไวและปราด เปรียวซึ่งทําให้คนที่มองรู้สึกสบายตา
เอยทานมองไปที่เซียวอวี่ที่จากไปแล้วหันไปมองฟางเย่ มันกําลังรู้สึกเลือกไม่ถูกว่าจะอยู่เล่นกับฟางเย่หรือกลับไปหาเซียวอวี่ดี
นี่...เล่นกับผู้ดูแลมันจะไปสนุกอะไรละ!
เฮยตันหันหลังแล้ววิ่งตามเซียวอวี่ไป
ถ้าให้เขาเลือกระหว่างเล่นกับฟางเย่ หรือวิ่งตามเชียวอวี่ละก็
เขาเลือกเซียวอวี่อยู่แล้ว!
เซียวอวี่ที่วิ่งไปถึงอีกฝั่งของกรงก็หันกลับมาแล้ววิ่งไปในทิศด้านหน้ากรง
เฮยตันรีบวิ่งเข้ามาใกล้แล้วพยายามเอาคางของมันวางไว้บนหัวของเซียวอวี่พร้อมกับลูกหูของเซียวอวี่ด้วยแก้มฟูๆ
เซียวอวี่ไม่สนใจแล้ววิ่งต่อไป!
เธอก้มหัวลงเล็กน้อยแล้วสามารถหลบเฮยตันได้อย่างง่ายดาย
เมื่อวิ่งไปถึงด้านหน้าของกรงแล้ววิ่งกลับไปอีกครั้ง
เฮยตันที่เห็นว่าถูกเมินก็ไม่ย่อท้อ มันวิ่งขนาบข้างเซียวอวี่แล้ววิ่งตามเซียวอวี่อย่างร่าเริง
ที่รัก! จุ๊บ!
นายมันน่ารําคาญชะมัด!
ทั้ง 2 วิ่งไปมาขักพักก่อนที่เฮยตันจะอ้าปากแล้วกินหูของเซียวอวี่เข้าไปแบบเต็มปากเต็มคํา