ตอนที่ 10
แต่พูดถึงเรื่องระบบเจ็ดวันมานี้เข้าลงชื่อเข้าใช้ระบบมามีแต่เกลือทั้งนั้นเลยถึงจะได้ตังมาวันละ1ล้านก็เถอะแล้วอีกอย่างพี่นิคบอกให้รอตอนเย็นพวกเค้าสี่หนอไม่รู้ทำไรเลยมานั่งเล่นที่คาเฟ่ใกล้ๆมอจวนใกล้จะถึงเลาแล้ว
“เห้ออ หวังว่าโชควันนี้จะโชคดีนะ”อัคคีบ่นพรึมพรำออกมา ระบบฉันต้องการลงชื่อเข้าใช้ของวันนี้
ติ๊งยืนยันการลงชื่อเข้าใช้ที่ม.กรุงเทพ(7/20) โฮสต์ต้องการลงชื่อเข้าใช้หรือไม่
ยืนยัน
ติ๊งยินดีด้วยโฮสต์ได้รับ หุ้น 3% ของบริษัท ฟ็อลคส์วาเกินกรุ๊ป เป็นผู้ถือหุ้นลำดับที่ 3 ทันที ส่วนเอกสารกกรมสิทธิ์ทุกอย่างอยู่ภายใต้ชื่อของโฮสต์วางอยู่ที่เตียงนอนในห้องขงโฮสต์เอง
“ห๊ะ นี้มันหุ้นบริษัทไหนกันน๊ะไม่เคยคุ้นหูเลยถึงจะพูดงั้นก็เถอะต่อให้ได้หุ้นอะไรมาเราก็ไม่คุ้นหูอยู่ดีนั้นแหละก็เราไม่ได้เล่นหุ้นจริงๆสักหน่อย”อัคคีกล่าวออกมาพร้อมมองหน้าจอระบบอย่างงงๆ
“เห้ อัคคีแกจะไปร้านชาบูป่าวเนี่ยพี่นิคแกส่งเส้นทางลงกลุ่มแล้วเนี่ย”น้ำตะโกนมาบอก
“เออๆไปดิวะ”อัคคีกล่าวตอบ
กริ๊ง กริ๊ง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“เหอะๆอย่าบอกนะว่าคงไม่ใช่อย่างที่เราคิดหรอกมั้ง”อัคคีกล่าวออกมาเพราะเมื่อกี้เค้าพึ่งได้รับหุ้นบริษัทๆหนึ่งไปมีสายเข้าอย่างงี้แสดงว่า
“เฮ้ยพวกแกไปก่อนเลยเดี่ยวฉันตามไป”อัคคีกล่าวบอกไปและกดรับสายโทรศัพท์
“สวัสดีครับผมอัคคีพูดไม่ทราบว่าปลายสายคือ”อัคคีกล่าวถามออกไป
“สวัสดีคุณอัคคีผมฮาวเวิดร์ประธานบริหารบริษัท ฟ็อลคส์วาเกินกรุ๊ป การที่คุณเข้าซื้อหุ้นบริษัทเราไปหมายความว่ายังไงกัน”ฮาวเวิดร์กล่าวออกมาด้วยความเคร่งครึมเป้นใครก็ต้องเครียดทั้งนั้นแหละที่หุ้นที่อยู่ในมือตัวเองอยู่ดีๆก้ถูกขายออกไปโดยไม่รู้ตัว
“อ้อคุณฮาวเวิดร์นี้เองผมไม่ต้องการอะไรจากคุณหรอกผมต้องการผลกำไรปั้นหุ้นรายปีเท่านั้นคุณไม่ต้องเป็นห่วงไป”อัคคีกล่าวออกไปเพราะสัมผัสได้จากเสียงที่เคร่งเครียดของอีกฝ่ายเค้าสักสงสัยแล้วละว่าระบบดึงหุ้นมาได้ยังไง
“ฟู่วว ผมได้ยินอย่างงี้ค่อยโล่งอกหน่อย”ฮาวเวิดร์กล่าวออกมาอย่างโล่งออกถึงแม้มูลค่าบริษัทเค้าจะมีมากกว่าแสนล้านเหรียญแต่ยังไงสะโลกนี้ก็มีลำดับชนชั้นอยู่ดีระดับล้านๆเหรียญก็มีตั้งเยอะเค้าเผลอดคิดไปว่าบริษัทของเค้าไปเตะตอเข้าแล้วสะอีก
“ฮ่าๆคุณนี้ล่อเล่นเก่งจริงๆนะครับคุณฮาวเวิดร์”อัคคีกล่าวออกมาเค้าจะไปมีปัญญาทำแบบนั้นได้ยังไงละจริงไหม?
“แหะๆงั้นในฐานะผู้ถือหุ้นคุณต้องการรถแบบไหนหรอครับคุณอัคคี”ฮาวเวิดร์กล่าวถาม
“รถ? รถอะไรงั้นหรอครับ”อัคคีกล่าวถามออกมาอย่างงงๆ
“นี้คุณไม่รู้หรือครับว่าฟ็อลคส์วาเกินกรุ๊ปมีษริษัทในเครืออย่างแรมโบกิรี่ซึ่งผู้บริหารแต่ละคนสามารถเลือกรถเป็นของตัวเองได้”ฮาวเวิดร์กล่าวออกมา
“ห๊าาาา”อัคคีอุถามออกมา แรมโบกินี่?
“แสดงว่าคุณไม่รู้จริงๆ”ฮาวเวิดร์พูดออกมาด้วยความแปลกใจ
“คืออย่างงี้นะครับพอดีหุ้นนี้ผมได้มาต่อีกทีนึ่งนะครับส่วนเรื่องรถเนื่องจากผมได้หุ้นต่อมาอีกทีหนึ่งพอผมคิดได้แล้วผมจะติดต่อคุณไปนี้เป็นเบอร์ส่วนตัวคุณเลยรึปล่าวผมจะได้เมมเบอร์ไว้”อัคคีกล่าวออกมาพร้อมวางสายไปแล้วเดินไปหาเพื่อนตนที่ยืนรออยู่หน้าร้านคาเฟ่
“ห๊ะ อ่าเออใช่ครับนี้คุณอัคคีนี้เบอร์ส่วนตัวผมเอง”ฮาวเวิดร์กล่าวออกมา
“งั้นแค่นี้ก่อนนะครับผมมีธุระต้องไปทำต่อ”อัคคีกล่าวออกมาก่อนว่าสายไป
“แปลคนจริงแฮะ”ฮาวเวิดร์กล่าวออกมาพร้อมกวาดสายตาไปหาคนข้างๆแล้วกล่าวออกไปว่า
“เควินนายช่วยตรวจสอบเค้าให้ฉันหน่อยได้ไหม”ฮาวเวิดร์กล่าวกับเลขาตนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ไม่ต้องห่วงครับท่านประธานตั้งแต่ท่านถือสายคุยผมได้ให้คนไปหาข้อมูลไว้แล้วครับแต่คงเป็นแค่ข้อมูลลวงนอกตอนนี้ข้อมูลน่าจะถูกส่งไปให้ท่านทางอีเมลแล้ว”เควินกล่าวออกมา
“โอววนายยังทำงานได้อย่างไร้ที่ติเหมือนเดิมเลยนะไหนดูสิ อืมม ชื่อจริง อัคคีเทพ อัครแสง เป็นเด็กกำพร้า? เห้เอาจริงดิ แต่มีข่าวลือหนาหูว่าเป็นลูกหลานๆลับของเจ้าสัวเมฆา”ฮาวเวิดร์อ่านไปขวมดคิ้วไป
“แต่เค้าบอกฉันว่าได้หุ้นบริษัทมาอีกทีแต่เค้าเป็นเด็กกำพร้า? เห้เควินถ้าแกได้หุ้นบริษัทที่มูลค่าหุ้นนับหมื่นล้านเหรียญแกจะยกหุ้นให้คนที่แกไม่รู้จักไหม”ฮาวเวิดร์กล่าวถามเลขาตน
“คงไม่หรอกครับท่านคงไม่มีใครโง่อย่างงั้นหรอก”เควินกล่าวตอบ
“เห้อเอาเถอะหยุดการสืบไว้แค่นี้แหละแล้วฉันหวังว่าคำพูดของเค้าจะเชื่อถือได้นะ”ฮาวเวิดร์ถอนหายใจออกมา
กุ๊งกิ๊ง กุ๊งกิ๊ง เสียงกระดิ่งประตูลั่น
“อ่าวออกมาแล้วหรอไอ้อัคคีฉันยืนรอแกจนรากจะงอกแล้วเนี่ย”น้ำบ่นอุบอิบขึ้นมา
“เออๆโทษทีวะพอดีธุระสำคัญ”อัคคีดล่าวขอโทษขึ้นมา
“เอออัคคีพวกฉันคุยกันว่าจะไปรถอุรุสของไอ้เนมันอะแกจะไปด้วยรึปล่าว”ไฟท์กล่าวถาม
“เออๆฉันไปด้วยฉันกว่าว่าจะไม่มีที่จอดรถเอาอะดิแค่คนในสาขาเราก็60คนแล้วนี้นับแค่ปี1นะแถมยังลูกค้าคนอื่นๆอีกพี่แกคงไม่ปิดร้านเลี้ยงพวกเราหรอกมั้ง”อัคคีกล่าวตอบ
“ตามนั้นแหละรีบไปเถอะใกล้ถึงเวลาแล้วร้านอยู่ใกล้ๆนีี้เองฉันไม่อยากไปสายหรอกน๊ะขี้เกียจฟังพี่แกบ่นพพอแกบ่นที่ไรชวนให้นึกถึงพ่อฉันทุกที”เนกล่าวขึ้นมาพร้อมนำเดินไปที่รถ อุรุส ของตน
“เออว่าแต่ไอ้น้ำสิ้นเดือนนี้ก็วันเกิดแกแล้วนิหว่าใช่ปะ”อัคคีหันไปถามน้ำที่เดินข้างๆตน
“ใช่สมแล้วเพื่อนเลิฟที่แกจำวันเกิดฉันได้”น้ำหันมาตอบด้วยสายตาซาบซึ้ง
“แกอยากได้อะไรเป็นของขวัญวะ”อัคคีเอ่ยถาม
“แนนอนอยู่แล้วสิวะความฝันของลูกผู้ชายมันต้องแรมโบกินี่แต่น่าเศร้าที่พ่อฉันคงไม่ซื้อให้ขนาดจัดงานแกยังบอกหาเงินจัดเอาเลยแกว่าฉันเป็นลูกที่แกเก็บมาเลี้ยงป่าววะ”น้ำกล่าวออกมาด้วยความเศร้าๆเนื่องจากที่บ้านของเค้าถือคติว่าอยากได้อะไรต้องหามาด้วยตัวเองเพราะเงินทองไม่ได้หามาง่ายๆขนาดนั้น
“โอววบังเอิญจังเลยนะ แรมโบกินี่นะแกอยากได้รุ่นอะไรงั้นหรอ”อัคคีเอ่ยออกมา
“ห๊ะ แรมโบกินี่เลยนะเว้ย แรมโบกินี่นะ”น้ำกล่าวออกมาพร้อมหันมามองอัคคีอย่าง งงๆ
“ก็ใช่ไง แรมโบกินี่นะอยากได้รุ่นอะไร”อัคคีกล่าวออกมาพร้อมหันไปมองน้ำอย่าง งงๆ เหมือนกัน
“…”น้ำ
“….”เน ไฟท์ ไอ้สองตัวนั้นมันจะจ้องหน้ากัน งงๆ ทำไมวะ