บทที่ 12 หนุ่มนักล่าแมลง
เช้าวันต่อมา แสงแดดส่องประกาย เสียงนกร้องและเสียงหนอนไหมเขียวดังขึ้นมา
ซืออวี๋ตื่นขึ้นมาและลุกจากเตียงด้วยความงุนงง หลังจากอาบน้ำ เขาก็เอนหลังลงบนเตียง
“ใช่แล้ว ข้าต้องออกไปข้างนอก” เขาพึมพำกับตัวเอง
ในเวลานี้ สภาพร่างกายของเขาฟื้นเกือบสมบูรณ์แล้ว เขามองดูสารบัญทักษะและเห็นเวลาคูลดาวน์แปดชั่วโมงได้หายไปแล้ว นี่หมายความว่าเขาใช้มันได้อีกครั้งแล้ว
วันนี้เขาวางแผนจะสอนการเคลือบแข็ง อย่างไรก็ตาม ทักษะไร้ระดับต้องใช้เวลาแปดชั่วโมงในการฟื้นฟู ดงนั้นพละกำลังที่จำเป็นต้องใช้ของทักษะระดับต่ำต้องมากยิ่งกว่าแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงวางแผนออกไปข้างและซื้ออาหารเสริมเพื่อใช้หลังจขากการสอนทักษะ
ไม่ว่าจะเป็นการอัญเชิญ การอัญเชิญกลับ การใช้พรสวรรค์ฝึกสัตว์อสูรเพื่อเพิ่มพลังให้กับสัตว์อสูร หรือการเติบโตของสัตว์อสูรในมิติฝึกสัตว์อสูร นักฝึกสัตว์อสูรจะต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่ง
ดังนั้นไม่เพียงแค่สัตว์อสูรเท่านั้นที่มีอาหารที่มีสารอาหารและยาทุกประเภทสำหรับพวกมัน แต่ยังมีอาหารเสริมหลายอย่างสำหรับนักฝึกสัตว์อสูรในคตลาดเช่นกัน
ซืออวี๋เพิ่งกลายเป็นนักฝึกสัตว์อสูร ดังนั้นเขาจึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับด้านนี้มากนัก อย่างไรก็ตาม เขามั่นใจว่าเขาซื้อพวกมันได้ ท้ายที่สุด ยาเหล่านี้มีอยู่ทุกหนแห่ง
เขาได้ศึกษาเวลาคูลดาวน์ของสารบัญทักษะเมื่อวานนี้ เวลานั้นน่าจะถูกคำนวนณตามการพักผ่อนตามปกติ
หากเขากินอาหารเสริมหรือพักผ่อนอย่างเต็มที่ เวลาคูลดาวน์ก็จะถูกเร่ง เวลาคูลดาวน์นั้นไม่คงที่ มันเพียงแค่เกี่ยวข้องกับสภาพร่างกายของเขาเท่านั้น
อันที่จริง วิธีนี้จะดีมากยิ่งขึ้นในอนาคต เขาสามารถสร้าง ‘วูล์ฟเบอร์รี่ต่างมิติ’ เขายังสามารถพกกล่องยาฟื้นฟูพลังงานในกระเป๋าได้เช่นกัน มันคงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรอดจากากรสอนทักษะระดับกลางและระดับสูง
ยิ่งกว่านั้น หลังจากกลายเป็นนักฝึกสัตว์อสูร ร่างกายของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ที่การสอนทักษะนั้นยากลำบากอาจถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ตอนนี้
ในระยะสั้น… เขาต้องควบคุมจังหวะของเขาให้ดี ซืออวี๋ไม่ต้องการพึ่งพาอสูรกินเหล็กเพื่อคุ้มกันเขาในสนามประลองทุกครั้งที่เขาเข้าร่วมการแข่งขันนักฝึกสัตว์อสูร
“อีเลฟเว่น นอนต่อไป ข้าจะปล่อยเจ้าหลังจากที่ข้าซื้อของเสร็จ”
หลังจากบอกกับอสูรกินเหล็กผ่านกระแสจิต ซืออวี๋ก็ต่อต้านความคิดที่จะกลับไปนอนและเลือกที่จะออกไปข้างนอก
“โอ้ ใช่แล้ว ข้าลืมทักทายเจ้าเลย”
หลังจากซืออวี๋เดินออกจากห้องและเดินผ่านลานบ้าน ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงบางสิ่งและมองไปที่ต้นพลับ
บนกิ่งของต้นพลับด้านซ้าย หนอนไหมเขียวนั้นตื่นแล้ว
มันกำลังกินใบไม้อย่างเงียบสงบ ในเวลานี้มีกองใบพลับอยู่ตรงหน้ามัน บางส่วนถูกกินไปครึ่งใบแล้ว
ซืออวี๋คิดอยู่สักพักหนึ่ง ใบไม้เหล่านี้น่าจะถูกดึงโดยหนอนไหมเขียวด้วยไหมหนอน
เป็นเรื่องง่ายสำหรับมันที่จะทำเช่นนี้หลังจากความเชี่ยวชาญไหมหนอนของมันถึงระดับช่ำชอง
ในปัจจุบัน หนอนไหมเขียวนั้นไม่สนใจซืออวี๋และยังคงกินใบไม้ต่อไปในขระที่จ้องมองท้องฟ้าอย่างเดียวดาย
ทำไมหนอนไหมเขียวเช่นมันถึงถูกขังอยู่ในกรงล่ะ?
อย่างไรก็ตาม จากมุมมองอื่น อาจมองว่าเป็นการขังนกไว้นอกกรง… ความปลอดภัยของมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก
“เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ หนอนไหมเขียวตัวนี้แปลกเล็กน้อย…” ซืออวี๋พึมพำกับตัวเองก่อนที่จะออกจากบ้าน
หนอนไหมเขียวตัวอื่นจะสนใจใบไม้ที่มีสารอาหารเพื่อการเติบโตและกาารวิวัฒนาการ แต่หนอนไหมเขียวตัวนี้ไม่สนใจเลย มันกินใบไม้บนต้นพลับที่ถูกปลุกไว้ในบ้านและอยู่ห่างไกลจากทางโลก
ไม่น่าแปลกจที่หนอนไหมเขียวตัวนี้จะขาดสารอาหาร
หากไม่ใช่เพราะความจริงที่เขาใช้สารบัญทักษะกับหนอนไหมเขียวและสอนมันถึงวิธีการใช้ไหมหนอน มันอาจไม่สามารถเข้าสู่ระดับปลุกตื่นขั้นสองได้ แม้ว่ามันจะสิ้นอายุขัยก็ตาม
“เมื่อข้ากลับมา ข้าจะเลือกพืชธรรมดสองสามต้นจจากข้างทางเพื่อเพิ่มอาหารให้มัน…”
เขาไม่สามารถซื้อพืชและผลไม้จิตวิญญาณในฐานเพาะพันธุ์ที่ส่งเสริมการเติบโตของหนอนไหมเขียวได้ แต่ยังมีพืชธรรมดาจำนวนมากอยู่ข้างถนน
ในฐานะผู้จัดหาไหมหนอนของเขาในอนาคต เขาจะปล่อยให้มันตายเพราะขาดสารอาหารไม่ได้เด็ดขาด…
หลังจากถึงระดับปลุกตื่นขั้นสิบ มีโอกาสที่หนอนไหมเขียวจะวิวัฒนาการ
ในตอนนั้น พวกมันจะพันตัวเองด้วยไหมหนอนที่พวกมันพ่นออกมา ยิ่งความเชี่ยวชาญของทักษะไหมหนอนสูงมากเท่าไหร่ ความน่าจะเป็นที่พวกมันจะวิวัฒนาการได้สำเร็จก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น และความแตกต่างของพวกมันแต่ละตัวก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นตราบใดที่หนอนไหมเขียวตัวนี้อยู่ในกรงของซืออวี๋อย่างเชื่อฟัง เขาก็สามารถเปลี่ยนชะตากรรมของมันในอนาคตได้อย่างสิ้นเชิง…
…
“มันเปลี่ยนไปมากเลย”
หลังจากออกจากบ้าน ซืออวี๋ก็เดินตามถนนของเขตผิงเฉิงและถอนหายใจอีกครั้งกับการเปลียนแปลงที่เกิดขึ้นที่นี่ นอกเหนือจากตึกสูงแล้ว เขายังสังเกตเห็นว่ามีคนเดินอยู่ตามท้องถนนมากมาย
ไม่ว่าใครจะเป็นนักฝึกสัตว์อสูรหรือไม่ก็ตาม การเลี้ยงสัตว์อสูรก็ดูราวกับจะกลายเป็นกระแสในโลกใบนี้แล้ว
ยิ่งวัฒนธรรมการฝึกสัตว์อสูรรุ่งโรจน์มากเท่าไหร่ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์อสูรก็จะยิ่งแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
เขาเห็นชายวัยกลางคนขี่รถสี่ล้อ ตรงหน้าเขาคือสุนัขแดนน้ำแข็งที่ดูราวกับฮัสกี้
นี่คือสีเขียวแห่งการรักษ์โลกอย่างแท้จริง มันอาจเป็นธรรมชาติและปราศจากมลพิษ แต่ก็แพงเล็กน้อย
นอกจากสุนัขแล้วก็ยังมีแมวด้วยเช่นกัน
ซืออวี๋เห็นเด็กสาวคนหนึ่งกำลังวิ่งตามแมวอัญมณี
หากการจูงสุนัขนั้นเปรียบเสมือนการขี่ม้า ถ้าอย่างนั้นการจูงแมวก็เปรียบเสมือนการขี่กระทิง โดยพื้นฐานไม่ใช่คนที่เดินจูงมัน แต่มันกำลังจูงคน
สถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้นี้… เป็นไปได้สูงที่เจ้าของแมวตัวนี้จะไม่ใช่นักฝึกสัตว์อสูรและทั้งสองฝ่ายไม่ได้ทำสัญญากัน พวกเขาอาจเลี้ยงแมวอัญมณีเป็นสัตว์เลี้ยง
แมวอัญมณีตัวนี้ดูเหมือนกับแมวแร็กดอลล์บน ‘โลก’ มันงดงามมาก และพลังต่อสู้ของมันนั้นแข็งแกร่งกว่าหนอนไหมเขียว
เช่นเดียวกับหนอนไหมเขียว วิธีการวิวัฒนาการของมันถูกเผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว และขีดจำกัดสูงสุดของมันก็ไม่ต่ำเลย
ตราบเท่าที่มีอัญมณีตาแมวหายาก แมวอัญมณีจะได้รับทักษะเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันตามประเภทของอัญมณีตาแมวและวิวัฒนาการของมันก็จะเสร็จสมบูรณ์
ยิ่งคุณภาพของอัญมณีดีมากเท่าไหร่ พลังของแมวอัญมณีก็จะยิ่งแข็งแกรงขึ้นเท่านั้น
โดยพื้นฐานแล้ว แมวอัญมณีที่ไม่มีอัญมณีจะเป็นได้แค่สัตว์อสูรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แมวอัญมณีที่มีอัญมณีตาแมวเป็นสัตว์อสูรต่อสู้ชั้นสูง
สายตาของซืออวี๋ไม่ได้จ้องมันนานนัก มันเป็นแมวอัญมณีธรรมดา ไม่มีร่องรอยของการวิวัฒนาการ บางทีมันอาจจะอยู่ในระดับปลุกตื่นเท่านั้น
ท้ายที่สุด ราคาของอัญมณีตาแมวนั้นสูงยิ่งกว่าแมวอัญมณี
อัญมณีเป็นทรัพยากรธรรมชาติและหายากมาก อย่างไรก็ตาม แมวสามารถสืบพันธุ์ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลาผ่านไป ราคาของอัญมณีตาแมวก็จะเพิ่มขึ้น และราคาของแมวอัญมณีก็จะลดลง…
ในขณะนี้ ซืออวี๋กำลังมองหาร้านขายยาในขณะที่สัมผัสถึงบรรยากาศปัจจุบันในเขตผิงเฉิง
ในที่สุดเขาก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ร้านขายยาโถงมหาสมุนไพร’ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเขาสี่กิโลเมตร
การจัดของในร้านขายยาที่นี่ไม่ต่างจากร้านขายยาบน ‘โลก’ หลังจากเดินเข้า ซืออวี๋ก็เห็นกล่องและขวดยาต่างๆ ในตู้กระจก หากกล่าวถึงความแตกต่าง มันอาจแตกต่างตรงที่ร้านขายยาในโลกใบนี้มีไว้สำหรับทั้งมนุษย์และสัตว์อสูร
เนื่องจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม แม้แต่แพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูแลผู้คนก็ยังมีความสามารถในการรักษาสัตว์อสูรไม่มากก็น้อย
มันไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากการหาเงินเพิ่มมากขึ้น มันเป็นเรื่องของการรับใบรับรองเพิ่มเติม และรายได้ของคนผู้นั้นก็จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองเท่า
หลังจากซืออวี๋เข้าไปในร้ายขายยา แพทย์หนุ่มที่แผนกต้อนรับก็เอ่ยถามขึ้นมา “เจ้าต้องการอะไร?”
“ที่นี่รับซื้อไหมหนอนงั้นเหรอ?”
หลังจากที่ซืออวี๋สังเกตเห็นป้ายที่นั่นซึ่งมีการรับซื้อสมุนไพรหลากหลายชนิด หนึ่งในนั้นก็คือไหมหนอนของหนอนไหมเขียว
“ใช่แล้ว แต่ต้องเป็นไหมหนอนที่พ่นออกมาจากหนอนไหมเขียวที่ถูกเลี้ยงด้วยสมุนไพรพิเศษ ไหมต้องมีคุณภาพสูง เราสามารถซื้อมันได้โดยตรงที่นี่หลังจากที่มันผ่านการทดสอบองค์ปผระกอบแล้ว”
“สมุนไพรที่ใช้เลี้ยงหนอนไหมเขียวถูกเขียนอยู่บนป้าย เจ้าสามารถไปดูพวกมันได้”
“ได้เลย” ซืออวี๋พยักหน้าและเริ่มอานอย่างจริงจัง
คุณภาพของไหมหนอนที่หนอนไหมเขียวพ่นยออกมานั้นแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอาหารที่พวกมันกิน ตัวอย่างเช่น โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าบางแห่งต้องการไหมหนอนที่มีคุณสมบัติในการต้านทานความเย็นและความเร้อน
ชุดที่สร้างจากไหมหนอนซึ่งต้านทานความเย็นนั้นมีราคาแพงมาก หากนักฝึกสัตว์อสูรทั่วไปต้องการสำรวจสถานที่เช่นภูเขาหิมะนอกเมืองทุ่งน้ำแข็ง ชุดกันความเย็นนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น
สำหรับไหมหนอนที่ร้านขายยารับซื้อจะถูกใช้ทางการแพทย์ แน่นอนว่าไหมหนอนต้องมีองค์ประกอบเฉพาะตัว
สำหรับสิ่งที่เรียกว่าคุณภาพสูง มันเทียบเท่ากับความเชี่ยวชาญของหนอนไหมเขียวถึงระดับช่ำชอง ราคาจะสูงขึ้นอีกหลายเ่า
หลังจากดูราคารับซื้อแล้ว ซืออวี๋ก็กลืนน้ำลาย รวมมรดกและเงินเก็บของเขาแล้ว และเมื่อพิจารณาถึงหนี้ที่เขาต้องจ่ายทุกเดือน เขาและอสูรกินเหล้กจึงอยู่ได้แค่หนึ่งปีเท่านั้น
หากเขาไม่สามารถสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองเช่นการเป็นนักฝึกสัตว์อสูรมืออาชีพได้ภายในหนึ่งปี เขาต้องหาฐานเพาะพันธุ์และทำงานที่นั่น แต่เขาก็ยังคงจะขาดเงินทุนในการเลี้ยงดูอสูรกินเหล็กของเขา
อย่างไรก็ตาม หากเขาสามารถได้รับไหมหนอนที่มีคุณภาพสมบูรณ์ของหนอนไหมเขียวได้ แม้ว่าจะพิจารณาถึงค่าอาหารของหนอนไหมเขียวด้วย แต่หนอนไหมเขียวเพียงตัวเดียวก็จะหาเงินให้กับเขาได้มากพอที่จะเลี้ยงอสูรกินเหล็ก หากเขาเปิดฟาร์มหนอนไหมเขียว เาจะได้รับเงินมหาศาล
ดูราวกับว่าเขาจะได้พบกับโอกาสทางธุรกิจที่นี่อย่างแท้จริง เขาเป็นหนุ่มนักจับแมลงอย่างสมบูรณ์
“เจ้าเป็นนักฝึกสัตว์อสูรงั้นเหรอ? เจ้าสนใจขายไหมหนอนไหม?”
ในขณะที่ซืออวี๋กำลังศึกษาป้ายอย่างละเอียด แพทย์หนุ่มก็เอ่ยถามและนำเขากลับสู่ความเป็นจริง
“ยังไม่ใช่ตอนนี้ ข้าเอายาสองขวดนั่น” ซืออวี๋ชี้ไปที่ยาประเภทหนึ่ง
แพทย์หนุ่ม : ???
Fanpage : ผีเสื้อกลางคืน