ตอนที่ 28 ติดตาม
สิบวันผ่านไปในพริบตา ในตอนกลางวันเฉินเฟยพยายามหลีกเลี่ยงการพบจางเยว่เจิน เมื่อหลอมโอสถเลือดลมครบห้าเตาก็จะฝึกพลังตระหนกล่องลอย
พลังตระหนกล่องลอยห่างจากระดับรู้แจ้งไม่มาก ด้วยการบ่มเพาะอย่างจริงจังของเฉินเฟย ในที่สุดมันจึงมาถึงระดับรู้แจ้ง
ในห้องหลอมโอสถ เฉินเฟยค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วพ่นลมหายใจออก
“เทียบกับวิธีหายใจลมล่องลอยอันเดิม พลังตระหนกล่องลอยให้ความก้าวหน้าในการบ่มเพาะถึงสิบเจ็ดคะแนนซึ่งมากกว่าเดิมสองเท่า”
เฉินเฟยพึมพำเสียงเบา นี่แค่ผสานเคล็ดอักษรตื่นตระหนกเท่านั้น จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพลังกระบี่ฟ้าคำรามเป็นฉบับสมบูรณ์
เฉินเฟยกลืนน้ำลาย ไม่รู้ว่าวิชาพลังกระบี่ฟ้าคำรามฉบับปลอมสิบกว่าเล่มเนี้จะทำให้ประหลาดใจได้มากแค่ไหน แต่ตอนนี้เฉินเฟยไม่มีเวลาดูตำราเหล่านั้นและยังมีวิชากระบี่ที่ยังไม่ได้นำมาผสาน
“ครืน...”
ทันใดนั้นเสียงเอะอะผสมกับเสียงของผู้คนดังจากด้านนอกศูนย์การแพทย์ เฉินเฟยเดินออกจากห้องหลอมโอสถมาด้านนอกศูนย์การแพทย์และเห็นผู้ลี้ภัยเดินผ่านประตูเข้ามา
เฉินเฟยขมวดคิ้ว ผู้ลี้ภัยเหล่านี้สามารถเข้าเมืองได้แล้วหรือ?
ก่อนหน้านี้ที่ว่าการอำเภอผิงหยินไม่ให้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้เข้าเมืองเพราะกลัวว่าจะกระทบต่อความมั่นคงอำเภอผิงหยินทั้งหมด มีเฉพาะผู้ลี้ภัยที่ได้รับการว่าจ้างเท่านั้นที่สามารถผ่านประตูเมืองได้
ในตอนนี้ศูนย์การแพทย์มีคนรับใช้มากมายซึ่งคัดเลือกมาจากผู้ลี้ภัยเหล่านั้น ค่าจ้างที่ได้ต่ำกว่าของเฉินเฟยที่ได้รับตอนแรกมาก
แต่ผู้ลี้ภัยทำได้เพียงเท่านี้ ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาต้องเข้ามาในเมืองเท่านั้นถึงจะมีอาหารเพียงพอ ไม่อย่างนั้นหากต้องอยู่นอกเมืองคงอดตายได้ทุกเวลา
เฉินเฟยชำเลืองมองหลิวจวิน หลิวจวินเข้าใจทันทีและรีบออกไปหาข่าว หลังจากนั้นไม่นานหลิวจวินก็กลับมา
“เมื่อสองวันก่อนมีสิ่งแปลกประหลาดอยู่นอกเมืองทำให้ผู้ลี้ภัยหลายสิบคนคายในชั่วข้ามคืน เนื่องจากไม่มีทางเลือกอื่นที่ว่าการอำเภอจึงเปิดประตูให้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้มาตั้งถิ่นฐานที่เป่ยเฉิง”
หลิวจวินถึงกับหดคอเมื่อพูดถึงสิ่งแปลกประหลาด หากคนธรรมดาเจอเรื่องนี้คงมีแต่ต้องตายเท่านั้น หลิวจวินซึ่งเป็นคนธรรมาดาที่ไม่มีระดับบ่มเพาะจึงหดหัวลง
ที่ว่าการอำเภอยอมให้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้เข้ามาในเมือง นอกจากกลัวว่าจะมีคนเตายมากเกินไปจนทำให้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้กลายเป็นกบฏ พวกเขายังกลัวกังวลว่าสิ่งแปลกประหลาดจะฆ่าคนอย่างไม่มีสิ้นสุด
คนแข็งแกร่งขึ้นจากการบ่มเพาะ แต่พวกมันแข็งแกร่งขึ้นด้วยการกินคน
ในสถานการณ์ปกติ ที่ว่าการมีสมบัติปราบปรามอยู่ในเมืองดังนั้นสิ่งแปลกประหลาดจะหลีกเลี่ยงการมาที่นี่ แม้ว่านอกเมืองจะมีสถานการณ์ย่ำแย่แต่อย่างน้อยมันยังปลอดภัย
แต่เห็นได้ชัดว่าสิ่งแปลกประหลาดผ่านเขตแดนนั้นมาแล้ว นั่นทำให้คนในที่ว่าการอำเภอไม่กล้าปล่อยคนไว้ด้านนอก
ตอนกลางวัน นอกจากฝึกพลังภายในเฉินเฟยยังฝึกกระบี่ร่วมด้วย แม้แต่ตอนกลางคืนก็ไม่หยุดฝึก
สิ่งแปลกประหลาดทำให้เฉินเฟยรู้สึกถึงความเร่งด่วนอีกครั้ง ตอนนี้สิ่งแปลกประหลาดยังฝ่าเข้ามาในเมืองไม่ได้ แต่ใครจะบอกได้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
อำเภอผิงหยินในตอนกลางคืนมีเสียงรบกวนมากกว่าปกติ เฉินเฟยยังได้ยินเสียงบางอย่างจากระยะไกลเป็นครั้งคราว
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเฉินเฟยมาที่ศูนย์การแพทย์เขาก็เห็นทุกคนกระซิบกระซาบกัน เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น
“เมื่อคืนนี้มีคนตายในเมืองสิบเก้าคน?”
เฉินเฟยมองหลิวจวินอย่างประหลาดใจ แม้เมื่อคืนเขาคาดว่าเหตุการณ์จะไม่สงบ แต่ไม่คิดว่าจะมีคนตายมากขนาดนี้
“เป็นฝีมือผู้ลี้ภัยกับคนที่อาศัยอยู่ในเมือง สมาชิกตระกูลใหญ่ถูกฆ่าตายอีกเจ็ดคน คนที่เหลือเสนอเงินให้จึงรอดมาได้” หลิวจวินพูดอย่างหวาดกลัว
เฉินเฟยขมวดคิ้ว ผู้ลี้ภัยเหล่านั้นไม่น่ามีพลังขนาดนี้ และตระกูลใหญ่ส่วนใหญ่จะจ้างคนคุ้มกันไว้ด้วย หากผู้ลี้สู้คนคุ้มกันได้พวกเขาคงได้มาทำงานในเมืองนานแล้ว
“โจรภูเขาแสร้งเป็นผู้ลี้ภัย พวกมันกลับมาแล้ว”
เฉินเฟยนึกถึงกลุ่มเจี่ยนเหลียง หากเป็นแบบนั้นจริงหลังจากนี้อำเภอผิงหยินคงไม่สงบสุข
ผู้ลี้ภัยมีจำนวนมากมาย ที่ว่าการอำเภอระบุไม่ได้แน่นอนว่ากลุ่มไหนเป็นพลเรือนกลุ่มไหนเป็นโจร
ตอนกลางคืน เฉินเฟยมาที่ตลาดมืด
“ช่วงนี้เก็บสมุนไพรได้ยาก” ฉือเต๋อเฟิงบ่นทันทีเมื่อเห็นเฉินเฟย
“มากกว่าราคาตลาดห้าส่วน” เฉินเฟยพูดอย่างนิ่งเรียบ
“ข้าชอบทำการค้ากับเจ้าจริงๆ!” ฉือเต๋อเฟิงเปลี่ยนสีหน้า ใบหน้าเขาปรากฏรอยยิ้มทันที
เฉินเฟยไม่พูดและก้มลงตรวจสอบสมุนไพร
ทุกวันนี้การเก็บสมุนไพรเป็นเรื่องยากเพราะผู้ลี้ภัยที่กล้าไปภูเขาผิงหยินมีน้อยลง โดยเฉพาะตอนนี้ในเมืองผิงหยินมีงานดีและปลอดภัยกว่า ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องทำงานหนัก
ครู่ต่อมาเฉินเฟยลุกขึ้น ชี้สมุนไพรสองสามชุดแล้วมองฉือเต๋อเฟิง ฉือเต๋อเฟิงเพียงนำสมุนไพรเหล่านั้นออกและแทนที่ด้วยสมุนไพรใหม่
เฉินเฟยรู้สึกหมดหนทาง ไม่รู้ว่าช่วงนี้ฉือเต๋อเฟิงต้องการแข่งกับเฉินเฟยหรือยังไง ทุกครั้งจะต้องมีสมุนไพรปลอมปะปนอยู่ด้วยเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาต้องการให้เฉินเฟยตรวจดู
แต่การหลอมโอสถฟื้นฟูสมรรถภาพของเฉินเฟยถึงระดับรู้แจ้งแล้วทำให้เขารู้จักลักษณะสมุนไพรเหล่านั้นเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมองผิด
เฉินเฟยเห็นฉือเต๋อเฟิงไม่คิดจะอธิบายจึงอดหัวเราะไม่ได้ นี่เป็นการดิ้นรนครั้งสุดท้ายใช่ไหม?
ออกมาจากบ้านไม้ ขณะที่เฉินเฟยกำลังออกจากตลาดมืด เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นคนตรงหน้าเขาถึงกับต้องหยุดเดิน แต่จากนั้นก็เดินต่อไปอย่างเป็นธรรมชาติ
“เป็นโจรภูเขาพวกนั้น!”
เฉินเฟยหยุดอยู่ที่แผงขายแสร้งทำเป็นกำลังหยิบอะไรบางอย่าง แต่ความสนใจของเขาอยู่ที่ด้านขวา
ในตลาดมืด ผู้คนส่วนใหญ่จะปกปิดใบหน้าแท้จริงของตน โจรภูเขาคนนั้นไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน มันใช้วิชาปลอมตัวในการปลอมตัว
แต่การปลอมตัวนี้น่าจะเป็นคนอื่นที่แต่งตัวให้ วิชาปลอมตัวของเฉินเฟยอยู่ระดับรู้แจ้งนานแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเห็นจุดบกพร่อง
สิ่งสำคัญคือเฉินเฟยประทับใจโจรภูเขาคนนี้มาก เพราะเขาเป็นคนที่หักขาภูเหลียวหลังจับตัวกลับมา
เฉินเฟยมองโจรภูเขาอีกสองสามครั้งจึงมั่นใจว่าใช่
“พวกมันกลับมาจริงด้วย เรื่องเมื่อคืนคงเป็นฝีมือของมันเหมือนกัน”
เฉินเฟยเดินเตร่อยู่ในตลาดมืดนานกว่าครึ่งชั่วยาม เมื่อโจรภูเขาออกไปเฉินเฟยก็ติดตามหลังมัน
ตอนนี้ความเร็วของเฉินเฟยดีกว่านักยุทธ์หลอมกระดูกทั่วไปมาก โจรกลุ่มนี้อยู่ในระดับเดียวกับเฉินเฟย แม้จะระวังตัวมากแค่ไหนเฉินเฟยก็รู้อยู่ดีว่ามันไปทางไหน
ยังไม่ทันไปถึงที่พัก คนคนนั้นถอดหน้ากากและหมวกไม้ไผ่ออก เฉินเฟยเห็นรูปลักษณ์ของมันได้อย่างชัดเจน
“นั่นคงเป็นรูปลักษณ์ที่มันใช้ในเมือง”
เฉินเฟยสังเกตรูปร่างหน้าตาของคนคนนี้จากระยะไกลจากนั้นหายตัวไป
ในอำเภอผิงหยิน แม้ตอนนี้ยังเป็นเวลากลางคืนแต่ที่ว่าการอำเภอยังคงจัดการคดีที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอยู่ หากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนยังเกิดขึ้นในเมืองอีก อำเภอผิงหยินคงเกิดความเปลี่ยนแปลง
เฉินเฟยยืนอยู่ไกลๆ กำหินไว้ในมือแล้วขว้างไปอย่างแรง หินก้อนนั้นลอยไปยังที่ว่าการอำเภอผิงหยิน
ร่างเฉินเฟยสั่นไหวหายไปจากจุดนั้น เขาทำสิ่งที่ทำได้ไปแล้ว ต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับที่ว่าการอำเภอแล้วว่าจะจัดการอย่างไร