บทที่ 22 การทำลายล้าง
ในห้องบัญชาการเหลียวเสียรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโง่พอๆกับคนอื่นๆ ที่กำลังจ้องมองไปที่วิดีโอกองทัพซอมบี้ที่โจมตีฝูงชนบนหน้าจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่
"ซอมบี้?" เหลียวเสียถามด้วยความไม่เชื่อ ห้องประชุมที่เคยเงียบสงัดก็ระเบิดออกเหมือนกับหม้อน้ำมันที่กำลังเดือด
บางคนตะโกน บางคนตั้งคำถามถึงความถูกต้องของวิดีโอ และบางคนรีบยืนยันความปลอดภัยของครอบครัวของพวกเขา มันควรจะเป็นสถานที่ที่เป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุดในเขตแม่น้ำหยวนเจียง แต่ตอนนี้กลับเป็นสถานที่ที่มีแต่เสียงดังและความวุ่นวาย
เหลียวเสียโกรธจัดและกำลังจะตบโต๊ะทันใดนั้นคนคุ้มกันหลายคนรีบเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนกจับเหลียวเสียและพาเขาวิ่งไปที่เซฟเฮาส์โดยไม่พูดอะไรสักคำ
"ปกป้องท่านนายกเทศมนตรีเตรียมอพยพออกจากที่นี้! มีสัตว์ประหลาด!"
เสียงปืน เสียงตะโกน และเสียงคำรามดังขึ้นติดต่อกัน
"เกิดอะไรขึ้น?" เหลียวเสียถามในขณะที่ถอยกลับเมื่อเผชิญกับอันตราย
"มีปัญหาในการพัฒนาเซรั่ม พาหะแอนติบอดีได้กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด เขาฆ่าทุกคนที่เขาเห็น พวกเราไม่มีอาวุธหนักเก็บไว้ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้" ผู้คุมพูดขณะยัดปืนพกเข้าที่เอวของเหลียวเสีย
"ทีมพัฒนาเซรั่มเป็นยังไงบ้าง" เหลียวเสียรีบถาม
"ตายหมดแล้ว ทุกคนตายหมด" ผู้คุ้มกันพูดอย่างเศร้าใจว่า "ศาสตราจารย์หลิวเอาแต่ตะโกนว่า 'ไม่ใช่ไวรัส ไม่ใช่ไวรัส' ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต"
มันเป็นไปได้ยังไง..." ไหล่กว้างของเหลียวเสียทรุดลงศักดิ์ศรีที่ค้ำจุนเขามาตลอดไม่เหลืออยู่แล้ว สีหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าและแก่ลงหลายปี
การพัฒนาเซรั่มล้มเหลวและหยวนเจียงถูกปิดกั้นทุกทิศทาง เขาไม่ได้โยนประชาชนชาวหยวนเจียงนับล้านไปสู่ความตายด้วยมือตัวเองหรือ?
แต่เหลียวเสียไม่คาดคิดว่าเขาพึ่งจะเดินออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว
ใบหน้าดุร้าย ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เห็นก็รู้ว่าโครงร่างของสัตว์ประหลาดดั้งเดิมนั้นคือหลีจินคุ้ย กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ เล็บนิ้วมือแต่ละนิ้วของเขาดูคมกริบราวกับใบมีด คนคุ้มกันที่มีแต่ที่ปืนพกนั้นต่างก็ดูล้วนอ่อนแอราวกับเด็กทารกเมื่อต่อหน้าเขา ผู้คุ้มกันทั้งหมดถูกกวาดล้างในพริบตา
ในเวลานี้มีเพียงสองคนที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่ในห้องบัญชาการคือเหลียวเสียและเลขานุการหลี่
“คุณ...กลัวเหรอ?” เสียงแหลมคมราวกับเล็บขูดกระดานดำดังออกมาจากปากของสัตว์ประหลาด
“คุณพูดได้ คุณเข้าใจที่ฉันพูดไหม คุณยังมีจิตใจที่เป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า” เหลียวเสียตกใจ
"แล้วทำไมคุณทำเช่นนี้!"
“หือ มนุษย์?” หลีจินคุ้ยปฏิเสธ
"ฉันไม่ใช่เผ่าพันธุ์ชั้นต่ำแบบนั้นแล้ว ทำไมฉันถึงฆ่าคนเหล่านี้นะหรือ ฮ่าฮ่า แน่นอน เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น! สัญชาตญาณของฉันบอกให้ฉันกินเลือดเนื้อของพวกมัน มันทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นได้ และพัฒนาไปสู่เผ่าพันธุ์ที่สูงกว่า"
“อย่างไรก็ตามนายกเทศมนตรีหลิว เลขาธิการหลี่ไม่ต้องกังวลไป ฉันจะไม่ฆ่าพวกคุณ” หลีจินคุ้ยยิ้ม
"คุณยังมีประโยชน์อีกมาก และเศษเนื้อแค่นี่ไม่เพียงพอที่จะติดฟันของฉัน ฉันต้องการความช่วยเหลือจากคุณ"
"ตราบใดที่คุณเชื่อฟังและให้ความร่วมมือ ฉันไม่เพียงแต่จะไม่ฆ่าคุณ แต่จากนี้ไปยังจะช่วยให้คุณพัฒนาไปสู่การดำรงอยู่ที่ทรงพลังแบบฉัน ตราบใดที่คุณกินเนื้อและเลือดเพียงพอ นายกเทศมนตรีของหยวนเจียงก็ไม่เป็นอะไรไป มันไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะได้ครอบครองทั้งจังหวัดเจียงเป่ย"
เหลียวเสียชำเลืองมองเลขานุการหลี่อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นสีหน้าที่มีความสุขของเขาหลังจากเกิดภัยพิบัติและความโลภเล็กน้อย เหลียวเสียก็ถอนหายใจยาวในใจ
การรู้จักคนไม่ใช่ว่าจะรู้จักทุกอย่างของเขา
“คุณต้องการให้ฉันร่วมมือกับคุณในการส่งกองทัพไปรวบรวมพลเมือง ให้คุณฆ่าและกลืนกินใช่ไหม” เหลียวเสียมองไปที่หลีจินคุ้ยอย่างเย็นชา
"นายกเทศมนตรีเหลียวนี้ฉลาดจริงๆ" หลีจินคุ้ยยิ้มด้วยความพึงพอใจการพูดคุยกับคนที่ฉลาดจะช่วยประหยัดความพยายามลงได้มาก
เนื่องจากเขาต้องการให้ฉันช่วย หมายความว่าเขายังมีความกลัวอยู่บ้าง อีกทั้งยังไม่สามารถต่อสู้กับกองทัพได้ ฉันควรจะแสร้งทำเป็นร่วมมือเพื่อยื้อชีวิตของฉันหรือไม่?
หลังจากครุ่นคิดอยู่นานเหลียวเสียก็นึกถึงประโยคของหลีจินคุ้ย "การกินเนื้อและเลือดของพวกมันจะทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น" และตัดสินใจได้ในที่สุด
“ฉันรู้ คุณอาจจะไม่เชื่อก็ได้” เหลียวเสียกล่าว "แต่ฉันยังต้องพูดอยู่"
"รอฟังอยู่" หลีจินคุ้ยชื่นชอบการเล่นเกมส์แมวจับหนูแบบนี้มาก เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะเผชิญหน้ากับนายกเทศมนตรีตรงๆเช่นนี้มาก่อน พลังแบบนี้ทำให้คนมึนเมาซะจริง ๆ ความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยนั้นไม่คู่ควรแก่การหวนคิดถึงเลยสักนิด
“บางทีฉันอาจจะเคยรับเงินสีเทามาบ้างแต่นี้มันไม่เหมือนกัน ฉันเป็นข้าราชการที่อุทิศตนเพื่อรับใช้ประเทศและประชาชน”
อย่างไม่ลังเลใจเหลียวเสียดึงปืนพกที่บรรจุกระสุนแล้วจากร่างของคนคุ้มกันขึ้นมา ยิงสังหารเลขาหลี่ซึ่งนอนอยู่บนพื้นและไม่กล้าขยับ จากนั้นหันปลายกระบอกปืนและเหนี่ยวไกเข้าที่ขมับของตัวเขาเอง
"บูม"
เกิดรูเปิดที่ศรีษะ ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงของเหลียวเสียล้มลงกับพื้น
"อ้ากก!" หลีจินคุ้ยคำรามออกมา เขาไม่ได้คาดหวังว่ามดที่อยู่ข้างหน้าเขาจะใช้ชีวิตของพวกมันเพื่อเล่นตลกกับเขา ไม่เพียงแค่ฆ่าตัวตายแต่เขายังฆ่าเลขาหลีอีกด้วย เขาไม่สามารถออกคำสั่งปลอมๆให้กับหน่วยงานของรัฐและกองทัพในเมืองหยวนเจียงได้อีกต่อไปแล้ว
แผนล้มเหลวและไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป
เขามีความเข้าใจเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของตัวเองดี ในการเผชิญกับอำนาจการยิงที่หนักหน่วง อย่าง รถหุ้มเกราะ รถถังและบาซูก้า เขายังคงอ่อนแอเกินไป มิฉะนั้นเขาคงไม่ต้องการความร่วมมือจากเหลียวเสียอย่างจริงจังหรอก
"นี่มันยากจริงๆแล้ว" หลีจินคุ้ยยกขาข้างหนึ่งขึ้น ปากที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของเขาแยกออก ให้เห็นฟันที่หนาแน่นสามแถวด้านหน้าและด้านหลังที่เรียงชิดกันอย่างแน่นหนาเพื่อบดขยี้ กลืนกินเนื้อและกระดูก
ผู้อันดับหนึ่งและสองของหน่วยงานต่าง ๆ รวมตัวกันที่ฐานบัญชาการที่หลบภัยการโจมตีทางอากาศ การตายของพวกเขาทำให้เกิดความวุ่นวายในฝ่ายบริหารต่างๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คำสั่งและการมอบหมายในระดับที่สูงขึ้นไป เห็นได้ชัดว่าเริ่มลดน้อยลงและล่าช้า ทั้งๆที่พวกเขาเพิ่งฟื้นตัวได้เล็กน้อยแล้วแท้ๆ ในตอนนี้เมืองหยวนเจียงที่เป็นระเบียบเรียบร้อยกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง
…………
จัตุรัสเฉาหยางถูกเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังภายใต้การยิงของปืนใหญ่อย่างต่อเนื่อง โดยมีซากศพ ปลอกกระสุน และอาคารที่พังทลายมากมายกองอยู่ตามพื้น หมอกเลือด ควันปืน และเสียงโหยหวนดังขึ้นประปรายกระจายไปทั่วอากาศ
จ้าวเจียงลงจากรถบัญชาการ ทำให้น้ำสีแดงเข้มพร้อมกับดินและเศษเนื้อค่อยๆ กระจายประปรายจากเท้าของเขา แม้ว่าเขาจะสวมรองเท้าบูททหารหนาจ้าวเจียงก็ยังรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ
"รายงาน แผนกของเราได้กวาดล้างศัตรูที่เข้ามาจนหมดสิ้นแล้ว กองร้อยทหารราบกำลังเคลียร์พื้นที่ด้วยทีมขนาดเล็ก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครหลุดลอดตาข่ายไปได้ หน่อยทำความสะอาดได้จัดกำลังคนเพื่อเก็บศพผู้เสียชีวิตอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคแล้วครับ"
จ้าวเจียงพยักหน้าไม่น่าแปลกใจที่การต่อสู้จะง่ายดาย ซอมบี้หรือซากศพที่มีชีวิต มันทำได้แค่กลั่นแกล้งรังแกคนธรรมดาที่ไม่มีอาวุธเท่านั้น
เมื่อเผชิญหน้ากับกองกำลังที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี มีอุปกรณ์ครบครัน มีอำนาจการยิงที่รุนแรงและวิธีการต่อสู้ที่หลากหลาย พวกมันก็ทำได้แค่ถูกทุบตีจากเนื้อตายให้กลายเป็นเนื้อเน่าในไม่กี่นาที
สิ่งมีชีวิตที่มีคาร์บอนเป็นรากฐานและความแข็งแกร่งแค่นี้ มันก็เป็นได้เพียงเป้าซ้อมสำหรับฝึกยิงของกองทัพสมัยใหม่เท่านั้น
"รายงานความเสียหายมา"
"ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีคนสองคนเผลอทำหน้ากากหล่นระหว่างการสู้รบและพวกเขาเปื้อนเลือด แต่ตอนนี้พวกเขาถูกแยกตัวออกไปแล้วครับท่าน" ผู้รายงานตอบกลับ
จ้าวเจียงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและถามว่า "แล้วอย่างอื่นนอกจากบุคลากรล่ะ"
"มีเพียงรถถังหนึ่งคันและรถสองคันที่มีปัญหา หมวดการซ่อมบำรุงกำลังพยายามเร่งซ่อมแซมอยู่ครับท่าน" ผู้รายงานกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
อย่างไรก็ตามกองพล 258 ของพวกเขาคือกองกำลังเอซและการฝึกซ้อมทางทหารหลายครั้งต่างก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ อีกทั้งถนนในเมืองยังยิงไม่ยากเท่าบนภูเขาที่มีต้นไม้มากมาย อัตราความล้มเหลวในการรบจึงต่ำลงอย่างมาก
“อีกนานไหมถึงจะดีขึ้น” จ้าวเจียงวางแผนว่าจะแบ่งกองกำลังออกเป็นส่วนต่าง ๆ และสนับสนุนโรงพยาบาลใหญ่ ๆ หลายแห่งในเวลาเดียวกันดีหรือไม่
แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ “ไม่ทราบสาเหตุของการระบาด ไม่ทราบจำนวนศัตรู ความเชื่อมโยงกับโลกภายนอกถูกตัดขาด การติดต่อสื่อสารก็ไม่สะดวก” ทำให้เขายังไม่กล้าเสี่ยง
"เร็วที่สุดสิบนาที" ผู้รายงานหยุดชั่วคราวและกล่าวต่อ "อย่างไรก็ตามธนาคารเชื้อเพลิงประเมินว่าเชื้อเพลิงของเราไม่เพียงพอที่จะทำความสะอาดศพในโรงพยาบาลใหญ่ๆหลายแห่ง และจำเป็นที่จะต้องเติมเชื้อเพลิงใหม่"
จ้าวเจียงพยักหน้าและกำลังจะพูด แต่เมื่อเขาเห็นภาพในระยะไกลก็ทำให้เขาโกรธ
ทหารผ่านศึกคนหนึ่งถอดหน้ากากออก หยิบบุหรี่และไฟแช็กออกมาจากศพ แล้วจุดมันจนเกิดควัน
"ไอ้เวร!ใครให้ถอดหน้ากาก!ใครอนุญาตให้สูบบุหรี่!" จ้าวเจียงโกรธมาก เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดกับทหารของกองพลที่ 258 ของเขาอย่างแน่นอน
สหายสองสามคนที่อยู่ข้างทหารหยุดพฤติกรรมไร้สาระของทหารนายนั้นทันที แต่เขาไม่คาดคิดว่าทหารนายนั้นจะโกรธและดิ้นรนอย่างดื้อรั้น มีเสียงร้องโวยวายออกมา แต่จ้าวเจียงที่อยู่ไกลออกมาได้ยินไม่ชัดเจนเท่าใด
“ไปถามมาว่าเกิดอะไรขึ้น”
ไม่กี่นาทีต่อมาผู้รายงานกลับมาหาจ้าวเจียงพร้อมคำตอบและอธิบายให้เขาฟัง
"ศพที่เขาหยิบบุหรี่ออกมาคือพ่อของเขา"
จ้าวเจียงเงียบในกรณีนี้คุณสามารถจินตนาการถึงอารมณ์ที่ทรุดโทรมของบุคคลนั้นๆได้
"ปัญหาเเละปัญหา" จ้าวเจียงถอนหายใจเล็กน้อยและมองไปรอบ ๆ
เขามองไปยังทหารที่กล้าหาญและแข็งแรงทีละคน พวกเขาล้วนเป็นทหารที่ดีที่พร้อมรบเพื่อชาติและหลั่งเลือดเพื่อประชาชน
แต่ตอนนี้พวกเขาต่างมีอารมณ์ผสมปนเปกันบนใบหน้า
มีความกังวลเกี่ยวกับคนในครอบครัว สับสนกับสถานการณ์ปัจจุบัน และมึนงงเกี่ยวกับหนทางเดินข้างหน้า
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จ้าวเจียงก็ออกคำสั่ง "จากนี้ไปห้ามมิให้พูดคุยเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการลับนี้โดยเด็ดขาด"
"ปฏิบัติต่อผู้ที่ปล่อยข่าวลืออย่างรุนแรง ให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของทหารตลอดเวลาและเรียกกลุ่มนักจิตวิทยามาให้คำปรึกษาด้านการแพทย์อย่างทันท่วงที"
"เราต้องมั่นใจในรูปแบบและระเบียบวินัยที่ยอดเยี่ยมของกองพลที่ 258 ของเรา! อีกทั้งต้องไม่มีปรากฏการณ์ออกจากทีมเพื่อไปหาสมาชิกครอบครัวเด็ดขาด!”
"ทุกคนที่มีญาติอยู่ในบริเวณแม่น้ำหยวนเจียงให้ทำการลงทะเบียนเอาไว้และบอกทหารให้รอพวกเราเริ่มรวบรวมผู้ลี้ภัยเสียก่อน หากระหว่างนั้นพวกเขาพบญาติของพวกเขาในนั้น ญาติของพวกเขาจะได้รับการคุ้มครองและการรักษาที่ดีที่สุด"
พนักงานลังเลเล็กน้อย: "ทำแบบนี้..ดูไม่ดีนะครับท่าน ไม่เป็นไปตามระเบียบ"
จ้าวเจียงมองเขาอย่างเคร่งขรึม แต่น้ำเสียงของเขานุ่มนวลมาก: "เราต้องหยุดเพื่อเดินต่อ"