Chapter 54: Control
操控
เมื่อซูเห่าเข้าใกล้สถาบัน,ก็ปรากฏเงาร่างหนึ่งบนเรดาร์,ปราณโลหิตที่แปลกประหลาดอยู่ด้านนอกสถาบัน,กำลังซ่อนตัวอย่างระมัดระวัง,รักษาระยะห่างจากพื้นที่สถาบัน,คล้ายกับว่าไม่กล้าเข้าไปในพื้นที่ด้านใน.
กลิ่นอายที่แปลกประหลาด,ดูแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตทั่วไป,ราวกับว่าปราณโลหิตจะหายไปทุกเมื่อ,แต่ก็ยังคงรวมตัวกันอยู่.
กับสัมผัสที่แปลกประหลาดดังกล่าว,ทำให้ซูเห่าสนใจขึ้นมา.
ซูเห่าเฝ้ามองเรดาร์อย่างตั้งใจ,ปราณโลหิตของอีกฝ่ายไม่สูงนัก,ดูเหมือนว่าจะเป็นจอมยุทธ์ขั้นสูง,ไม่ได้เป็นภัยสำหรับเขา.
ดังนั้นเขาจึงเดินต่อไปอย่างสงบ,เตรียมตัวรับการซุ่มโจมตี.
เมื่อซูเห่าเข้าใกล้ในระยะห้าเมตร,ฝ่ายตรงข้ามก็ลงมือทันที.
อีกฝ่ายที่ลอบไปด้านหลังซูเห่า,แล้วโจมตีออกมา.
ทันใดนั้น,อีกฝ่ายที่ขยับเข้าใกล้ด้านหลัง,สันมือที่สับลงที่ก้านคอซูเห่า.
“ทำให้ข้าสลบงั้นรึ?!”ซูเห่าตระหนักได้ทันทีถึงเจตนาของฝ่ายตรงข้าม,คิดถึงข่าวที่ได้ยินจากในเมือง,เกี่ยวกับคนหายในเมือง,เกี่ยวกับคนผู้นี้อย่างงั้นรึ?
ดูเหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังมุ่งเป้ามายังนักเรียนที่คงอยู่ในสถานบัน.
ซูเห่าก้มศีรษะลง,หลบฝ่ามืออีกฝ่าย.
เขาที่ถอยหลังไปหนึ่งก้าว,อ้อมกับไปด้านหลังพร้อมกับกระโดดมือคว้าไปที่คออีกฝ่าย,พร้อมกับกดลงพื้น.
“ปัง!”
ใบหน้าอีกฝ่ายกระแทกไปบนพื้นศิลา,โลหิตสาดกระจาย.
ซูเห่าที่คาดไม่ถึงแม้แต่น้อย,ฝ่ายตรงข้ามถูกจับกระแทกพื้นรุนแรงขนาดนั้น,กับไม่ส่งเสียงสักคำ,แม้แต่มือและเท้ายังปัดป่ายต่อต้าน,ต้องการที่จะยืนขึ้น.
ซูเห่าที่ขมวดคิ้วเผยความรู้สึกแปลกประหลาด,ราวกับว่าฝ่ายตรงข้ามไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย,เขายังคงจับใบหน้าอีกฝ่ายฟาดไปบนพื้นอีกหลายครั้ง,ทว่าอีกฝ่ายกับไม่ส่งเสียงร้องแม้แต่น้อย.
เขาจับอีกฝ่ายกดลงบนพื้นแน่น,อีกฝ่ายดิ้นไปมาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม.
“พรึด!”
ใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามมีโลหิตไหลออกมาอย่างบ้าคลั่ง,บนพื้นเวลานี้อาบไปด้วยโลหิต,แดงฉานไปหมด.
ฝ่ายตรงข้ามยังคงดิ้นไม่หยุดแต่ไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ.
ซูเห่าที่หักแขนหักขาอีกฝ่ายทันที,จนกระทั่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายไม่อาจต่อต้านได้แล้ว,จึงได้พลิกร่างอีกฝ่ายกลับมา.
ใบหน้าของอีกฝ่ายที่อาบไปด้วยโลหิต,จนไม่อาจมองเห็นรูปร่างได้,ทว่าบอกได้ว่าเป็นชายวัยกลางคนทั่วไป.
แต่สิ่งพิเศษที่น่าตกใจ,ดวงตาของเขาขาวโพลนไร้ตาดำ,นอกจากนี้ปากยังมีน้ำลายไหลออกมาปนกับโลหิต.
คนบ้า,นี่มันคนเสียสติชัด ๆ!
เหมือนกับศพผีดิบที่ถูกควบคุม.
“นี่มันคืออะไรกัน? ไม่ควรจะเป็นฝีมือสัตว์ร้าย,ศพนี้ควรจะมีคนควบคุมจากระยะไกลหรือไม่?”
ซูเห่าไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย,เขาต้องการศึกษาว่าปราณโลหิตแปลก ๆ ในร่างกายของชายวัยกลางคนนี้คืออะไร,จู่ ๆ มันกับสั่นไปมาเริ่มสลายตัวอย่างรวดเร็ว.
ซูเห่าตกใจ,สัมผัสปราณโลหิตกำลังหายไป,เขาที่ถอดเสื้อของชายวัยกลางคนออก.
ทันใดนั้นก็เห็นลวดลายแปลก ๆ บนหน้าท้องอีกฝ่าย,เวลานี้มันกำลังเริ่มระเหิดหายออกไปอย่างรวดเร็ว.
“ลายรูนอักขระ?”ซูเห่าที่จ้องเขม็ง,หลังจากที่อักขระรูนหายไปจนหมด,ชายวัยกลางคนก็กระตุกสองสามครั้ง,จากนั้นก็ไม่ขยับอีกต่อไป.
ซูเห่าที่ตรวจชีพจรอีกฝ่าย,พบว่าชีพจรหยุดเต้น,ตายไปแล้ว.
“ควบคุมศพด้วยลายอักขระอย่างงั้นรึ?”ซูเห่าที่จ้องเขม็ง,เต็มไปด้วยความสับสน.
เขาตรวจสอบพื้นที่รอบ ๆ ไม่มีใครสักคน,ก็ทำลายหลักฐานอย่างรวดเร็ว,และรีบจากไปทันที.
ภายในสองชั่วโมง,จะต้องมีใครพบศพและนำทีมสอบสวนมาแน่.
อย่างไรก็ตาม,คงไม่มีใครคิดว่าเหตุการณ์นี้ จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาอย่างแน่นอน.
ทว่าลายรูนอักขระที่ระเหิดหายไปอย่างรวดเร็วนั่น,ซูเห่าได้บันทึกเอาไว้แล้ว,เขาสามารถคัดลอกอักขระดังกล่าวออกมาได้.
วางแผนจะทำการศึกษาภายในวันสองวันนี้.
......
หลังจากกลับหอ,ซูเห่าก็เริ่มตรวจสอบบันทึก,ตลอดจนเกะลายอักขระดังกล่าวออกมา.
หลังจากทำการเขียนลงไปบนกระดาษ,แต่กับไม่มีผลอะไรเลย.
ซูเห่าลองสลักลงบนแผ่นไม้,แต่ก็ไม่ตอบสนองเช่นเดิม.
“จำเป็นต้องวาดบนสิ่งมีชีวิตด้วยปราณโลหิตหรือไม่?”ซูเห่าครุ่นคิดก่อนที่จะลุกขึ้นออกไปและจับหนูขนเหลืองตัวใหญ่กลับมา.
หลังจากนำหนูขนเหลืองกลับมา,หนูขนเหลืองที่ดิ้นไปมาอยู่ชั่วขณะ,ก่อนจะหยุดนิ่งพร้อมกับมองมาที่เขาด้วยแววตาน่าเวทนา.
ซูเห่าที่หาได้สนใจทำการผูกขาทั้งสี่ของมันผูกขึงเอาไว้,จากนั้นก็ลงมือโกนขนบนท้องของมัน.
ขณะโกนขนของมัน,เจ้าหนูขนเหลืองที่หวาดผวา,ดิ้นไปมา,แต่ก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง.
ซูเห่าเริ่มทำการจำลองและวาดลายรูนอักขระลงไปบนท้องของมัน.
หลังจากวาดลวดลายเสร็จสิ้น,ก็เริ่มควบคุมจิงซี,กระตุ้นให้โคจรไปบนลายรูนอักขระดังกล่าว.
“ปัง!”
กลายเป็นระเบิดก้อนเนื้อไปในทันที.
เศษเนื้อและโลหิตหนูขนเหลือกระจายไปทั่วห้อง.
ซูเห่าลอบชื่นชมหนูขนเหลือง,ว่ามันได้เสียสละเพื่อความรุ่งโรจน์ของวิทยาศาสตร์แล้ว,ควรค่าให้ความเคารพ.
เขากำลังครุ่นคิดถึงเหตุผลของการล้มเหลว.
จิงซีที่ไหลไปตามอักขระหลุดการควบคุม,เกิดการปะทุ,เป้าหมายไม่อาจคงสภาพได้จนเกิดระเบิดออกมา.
“ทำไมคนอื่นทำสำเร็จ?”
“วัสดุ,พาชนะ,หรือลายรูนอักขระ?”
หากเปรียบจิงซีเป็นพลังงานไฟฟ้า,ลายอักขระก็เหมือนกับสายไฟที่ให้ไฟฟ้าเคลื่อนผ่าน,หากสายไฟมีความทนทานต่ำ,ย่อมทำให้เกิดการลัดวงจรและเกิดความผิดพลาดของการทำงานหรือไม่?
ซูเห่าที่นึกถึงลายรูนอักขระบนท้องของชายวัยกลางคน,ดูเหมือนจะไม่ได้แตกต่างกับลายอักขระที่เขาสลักลงไปบนท้องหนูขนเหลือเลย,บางทีเป็นเพราะวัสดุที่เขาใช้นั้นมีระดับต่ำไม่พอที่จะทนพลังจิงซีได้.
เขาที่กำลังครุ่นคิดถึงตำราหนึ่งเล่ม“ศิลปะความลึกล้ำของอักขระ”
ตำราที่อธิบายถึงกลุ่มคนลึกลับในโลกนี้,พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ลับ,ลอบค้นคว้าวิจัยค้นหาความลับต้องห้าม,คนกลุ่มนี้ต้องการศึกษาอักษรรูนจากรูปแบบสัตว์ร้าย.
ทว่าลายรูนอักขระเหล่านี้นั้นเป็นความรู้ต้องห้าม,นอกจากนี้ยังต้องลงมือทดลองกับร่างกายมนุษย์ด้วย,ทำให้เกิดการต่อต้านจากผู้คนทั่วไป.
อักขระรูนมีคนศึกษามาตั้งแต่ในอดีตแล้ว,กระทั่งสังหารคนไปทั้งเมืองเพื่อการทดลอง,จนสร้างความโกรธเกรี้ยวให้กับผู้คน,แม้แต่เหล่าผู้ใช้อักขระรูนนั้นถูกขนานนามเป็นปิศาจร้าย,ควรถูกไล่ล่าสังหารไม่ต่างจากสัตว์ร้าย.
“บางทีนักสลักรูปเหล่านี้คงรู้เกี่ยวกับความลับอักขระรูนหรือไม่?”
ซูเห่าเองก็ไม่คิดที่จะศึกษาอักขระรูนตั้งแต่เริ่มต้นเช่นกัน,หากเป็นไปได้ หากเขาได้รับความรู้พื้นฐานเหล่านี้มาคงดีไม่น้อย,การศึกษาความลึกล้ำเช่นนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ใช่รูปแบบที่เขาใช้เลย
กล่าวได้ว่าความรู้ที่ส่งต่อมาจากบรรพบุรุษแม้นว่าจะยังไม่สมบูรณ์,ทว่าภายใต้การพัฒนาวิจัยไม่หยุดหย่อน,ก็จะสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ได้,
หากนวัตกรรมจำต้องเริ่มต้นจากจุดเริ่มต้นทุกครั้ง,จะสร้างความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมาในหนึ่งชั่วชีวิตคนได้อย่างไร,ไม่ต้องบอกว่าการพัฒนาวิจัยความรู้ใหม่นั้นกินเวลามากมายขนาดใหน.
ซูเห่าที่เข้าไปในบันทึกในพื้นที่พินบอล,แยกสาขาแตกกิ่งจากฐานข้อมูล“การศึกษาอักขระรูน”ขึ้นมา,เพิ่มงาน“ค้นหานักสลักอักขระรูป,สืบทอดความรู้พวกเขามา.”
ซูเห่าเวลานี้ออกมาและทำความสะอาดห้องที่เปื้อนไปด้วยโลหิตอยู่นานเหมือนกัน,ก่อนหายใจยาว,เอ่ยพึมพำ“ต้องหาห้องทดลองพิเศษส่วนตัวแล้ว.”
อย่างไรก็ตามเมื่อล้วงกระเป่าเงิน,ก็รู้สึกเจ็บแปบขึ้นมาทันที.
ปัญหาเวลานี้,จะหาเงินอย่างไรอย่างรวดเร็ว,จะได้ไม่เสียเวลาเปล่า?
ซูเห่ามีโครงการวิจัยหลายอย่าง,หากมัวแต่หารายได้,การทดลองวิจัยของเขาจะก้าวหน้าได้อย่างไร,ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องการแหล่งเงินทุนเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและการทดลอง,โดยที่ไม่ทำให้เขาเสียเวลาในการทดลอง.
เขาที่มีความคิดหนึ่งในใจ,ไม่เพียงแค่ทำให้เขาสามารถศึกษาอักขระรูนไปด้วยได้,ทว่ายังสามารถทำเงินได้ด้วย.
“อาจารย์หลิวไม่ได้บอกว่ารูปแบบสัตว์ร้ายที่สมบูรณ์,มีราคาสูงในตลาดหรอกรึ?”
คิดได้ดังนี้,ซูเห่าก็ทำการวางแผนเบื้องต้นขึ้นมาในทันที.