Chapter 38 Invincible? 2 but actually
无敌?2下就倒
ซูเห่าให้ชายผมเรียบแป้พาเขาไปหากลุ่มนักเรียนปีสอง,เวลานี้แต่ละคนจ้องมองหน้ากันและกันกลายเป็นเงียบ.
ซูเห่าเห็นพวกเขาไม่เต็มใจก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา“มีปัญหาอะไร,ไม่เต็มใจอย่างงั้นรึ?”
ชายผมเรียบแป้เอ่ยออกมาทันที“ไม่ ๆ,แต่ว่า...เจ้าแน่ใจรึ?”
“แน่นอน!”
“ดี,เจ้ามากับพวกเรา,อย่างไรก็ตาม,ข้าขอบอกไว้ก่อนเลยนะ,นักเรียนชั้นปีสอง,นั้นไร้เทียมทาน,หากเจ้าไม่อาจชนะได้,อย่าได้มาโทษพวกเราเด็ดขาด.”
“เจ้าวางใจได้,นำทางข้าไป.”
ชายผมแบนที่รู้สึกวางใจขึ้นมาทันที.
ที่จริงพวกเขาในชั้นปีสองอยู่ในห้าสิบอันดับแรก,ทว่าตั้งแต่เริ่มเรียนนั้น,มียอดอัจฉริยะเสี่ยวอี้ซูกำราบทุกคนเอาไว้.
เสี่ยวอี้ซูนั้นเป็นนักเรียนปีสองที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก,ทุกคนที่ถูกอีกฝ่ายกลบรัศมีความโดดเด่นไปจนหมด,ไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้เลย,กระทั่งนักเรียนปีสามหลายคนยังพ่ายแพ้เขา.
ชายผมแบนที่ยอมรับและรู้ถึงความร้ายกาจของเสี่ยวอี้ซูมาก,อย่างไรก็ตามไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเร็ว ๆนี้,มีใครบางคนได้นำอู๋เซี่ยงหวู่มาเปรียบเทียบกับเสี่ยวอี้ซู,ทำให้นักเรียนปีสองทุกคนล้วนแต่ดูแคลนข่าวนี้เป็นอย่างมาก,ด้วยเหตุนี้ทำให้ชายผมแบนได้มาหาเรื่องอู๋เซี่ยงหวู่ในวันนี้นะเอง.
พวกเขาต้องการลงมือกำราบอู๋เซี่ยงหวู่อัจฉริยะที่พวกปีหนึ่งเอ่ยอ้าง,แสดงให้เห็นว่าอะไรที่เรียกว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ.
ท้ายที่สุดพวกเขาก็พ่ายแพ้,แม้แต่ถูกทุบตีจนหมดสภาพ.
อย่างไรก็ตามแม้ว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้,ยอมรับว่าอู๋เซี่ยงหวู่นั้นเป็นอัจฉริยะจริง ๆ,แต่หากจะนำไปเทียบกับเสี่ยวอี้ซูก็ยังห่างชั้น,ไม่มีทางที่เขาจะชนะเสี่ยวอี้ซูได้หรอก.
กลุ่มชายผมแบนที่พ่ายแพ้ซูเห่าเวลานี้กำลังเก็บอารมณ์เอาไว้,หวังเพียงแค่นำซูเห่าไปให้คนอื่นจัดการแทน,จะได้ระบายอารมณ์ความคับข้องใจของพวกเขาได้ด้วย.
ขณะชายผมแบนกำลังนำซูเห่าไปยังลานยุทธ์ปีสอง ในพื้นที่ลานยุทธ์ปีหนึ่ง,นักเรียนห้องหนึ่งและห้องสองที่กำลังออกกำลังกายอยู่นั้นกำลังเฝ้ามองซูเห่าอยู่.
เพียงไม่นาน,ข่าวนักเรียนปีหนึ่งห้องแปด อัจฉริยะอู๋เซี่ยงหวู่กำลังไปท้าประลองกับเสี่ยวอี้ซูก็ได้กระจายออกไปทั่ว,แม้แต่มีบางคนที่ลอบตามซูเห่าไปห่าง ๆ.
เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก นักเรียนปีหนึ่งกล้าไปท้าประลองนักเรียนปีสองก่อนนั้น ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย.
ผู้คนรอบ ๆ ที่เห็นอู๋เซี่ยงหวู่ออกไปแล้ว บางคนถึงกับหัวเราะออกมา,พวกเขาทั้งหมดต่างก็คิดว่าขยะแบบใหนกันที่ไม่เจียมตัว,หาญกล้าเสนอหน้าไปให้คนอื่นรังแก.
......
ที่มุมหนึ่ง,ลานยุทธ์ของเหล่านักเรียนปีสองที่กำลังฝึกซ้อมกันอยู่.
“เสี่ยวอี้ซู,เดือนนี้พวกเราทั้งสามได้ฝึกฝนทักษะพิเศษมาแล้ว,วันนี้ข้าจะทำลายตำนานไร้พ่ายของเจ้า,ทำลายชื่อเสียงปีสองที่แข็งแกร่งที่สุดไปซะ!”มีเด็กสามคนที่มาหยุดที่ด้านหน้าเสี่ยวอี้ซู,เต็มไปด้วยความดูหมิ่นบ้าคลั่งเป็นอย่างมาก.
“พวกเจ้า...”เสี่ยวอี้ซูที่กวาดตามอง,ก่อนที่จะเบ้ปากเล็กน้อย“เข้ามาพร้อมกันเลย!”
เสี่ยวอี้ซูที่ใบหน้าใสกระจ่าง,สูงไม่น้อย,น่าจะมีความสูงหนึ่งเมตรเจ็ดสิบเซนติเมตร,ผมยาวปะบ่า,ใบหน้าเรียวแหลม,ดวงตาคมกริบ,ดูสูงส่งและแผ่ความเย็นชาออกมา.
ผู้เยาว์ทั้งสามที่มองหน้ากันและกัน,แค่นเสียงดูแคลน“เสี่ยวอี้ซู,เจ้าโอหังเกินไปแล้ว,เจ้าควรรู้ว่าพวกเราทั้งสามนั้นถูกจัดอันดับหนึ่งในสิบ,เจ้ามั่นใจจะจัดการพวกเราทั้งสามได้อย่างงั้นรึ?”
เสี่ยวอี้ซูที่คร้านจะโต้เถียงเอ่ยตัดบททันที“เข้ามา!”
ผู้เยาว์คิ้วหนาเข้มเสียงเอ่ยออกมาว่า“ในเมื่อต้องการให้พวกเราเข้าไปพร้อมกัน,หากแพ้ครั้งนี้,ก็อย่าหาว่าพวกเราใช้คนมากกว่ารุมรังแกก็แล้วกัน!”
“เลิกพล่ามได้แล้ว,รีบเข้ามา!”
ทั้งสามที่จ้องมองหน้ากันและกัน,เดาะลิ้น,จากนั้นพวกเขาก็พุ่งเข้าโจมตีเสี่ยวอี้ซูด้วยทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาทันที.
“หมัดกระแทก!”
“บาทาสามทบ!”
“ฝ่ามือสับตัด!”
เสี่ยวอี้ซูไม่หลบเลยแม้แต่น้อย.
ปล่อยให้ทั้งสามโจมตีเข้ามา,เขายกหมัดต่อยสวนหมัดกระแทกออกไปตรง ๆ,ทะลวงกระแทกหน้าอกอีกฝ่าย,ลอยกระเด็นออกไปล่วงหล่นลงไปกองนอนบนพื้น.
อีกคนที่ใช้“บาทาสามทบ”เขาที่เตะเสยเท้าขึ้นไปกระแทกฝ่ายตรงข้ามลอยโด่งขึ้นท้องฟ้า,ก่อนร่างอีกฝ่ายหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง,จนต้องร้องโอดโอย.
และคนสุดท้าย,มือซ้ายของเขายกขึ้น,ปัดข้อมืออีกฝ่าย,สายตาจดจ้องมองฝ่ายตรงข้ามที่กำลังหวาดผวา,สันมือสับลงบนไหล่กระแทกจนอีกฝ่ายคุกเข่าลงบนพื้นเสียงดังสนั่น.
หมัดต่อหมัด,เท้าต่อเท้า,ฝ่ามือต่อฝ่ามือ.
เสี่ยวอี้ซูเอาชนะอย่างง่ายดาย.
ผู้ชมรอบ ๆ ที่สูดหายใจเย็นยะเยือบเข้าไป.
“ทรงพลังมาก!”
ภาพของเสี่ยวอี้ซูคือตัวตนที่ไร้เทียมทานในใจของพวกเขา.
......
ไม่นาน,ซูเห่าก็มาถึงสนามฝึกปีสอง,เห็นเสี่ยวอี้ซูบนลานยุทธ์.
ซูเห่าที่จ้องมองเสี่ยวอี้ซู,รับรู้ว่าอี้ฝ่ายคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ที่นี่แล้ว.
ซูเห่าที่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย,จ้องมองเสี่ยวอี้ซูเอ่ยออกมาว่า“เจ้าคือนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดของชั้นปีสองอย่างงั้นรึ?”
ไม่ว่าจะเป็นปีสอง,ปีสาม,ยังไงซะพวกเขาก็คือผู้เยาว์อายุ 11-12 ปีเท่านั้น,ทั้งทักษะต่อสู้หรือพลังกายเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป,ไม่อาจก้าวข้ามช่องว่างความแข็งแกร่งนี้ไปได้.
ซูเห่าที่เป็นจอมยุทธ์ขั้นสูง,การลงมือกับฝ่ายตรงข้าม,ก็ไม่ต่างกับการรังแกเด็กคนอื่นเท่านั้น.
เสี่ยวอี้ซูที่กำลังจะจากไป,ทันใดนั้นก็มีคนขวางทางอีก,รู้สึกโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที,สายตาหรี่เล็กจ้องมองซูเห่า,เอ่ยออกมาเล็กน้อย“มีปัญหาอะไร?”
ซูเห่าที่ชี้ไปยังกลุ่มชายผมแบนเอ่ยออกมาว่า“มีปัญหาจริง ๆ,นักเรียนปีสองได้มาหาเรื่องข้า,ดังนั้นข้าจึงต้องการทุบตีนักเรียนปีสองให้รับรู้กันทั่ว,จะได้ไม่มีคนมาหาเรื่องข้าอีก,ดังนั้นข้าตัดสินใจหาคนที่แข็งแกร่งที่สุดของปีสองเพื่อจัดการ,และได้ยินว่าเจ้าคือคน ๆนั้น,จึงต้องการเริ่มที่เจ้า!”
ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ จ้องมองตะลึงงันกับท่าทางอหังการของซูเห่าทันที.
พวกเขาเคยเห็นคนมาท้าประลองเสี่ยวอี้ซูหลายครั้ง,ทว่ากับไม่เคยเห็นคนที่อหังการเช่นนี้มาก่อน,เป็นไปได้ว่าเจ้าเด็กตัวน้อยผู้นี้ป่วยไม่สบายอย่างงั้นรึ?
เสี่ยวอี้ซูที่ยอมรับการท้าประลองนับครั้งไม่ถ้วน,ทว่าคนที่เหมือนกับซูเห่า,เขาไม่เคยเห็นมาก่อน,ถือเป็นครั้งแรกจริง ๆ.
เสี่ยวอี้ซูปรกติจะไม่ปฏิเสธการท้าทาย,เพราะว่าการประลองนั้นสามารถทำให้เขาเติบโตและพัฒนาทักษะต่อสู้ได้ด้วย.
อย่างไรก็ตาม,กับคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอ,ไร้พลังได้มาท้าทายนั้น รังแต่จะทำให้เขาเสียเวลา.
ยิ่งไปกว่านั้น,หากเขายอมรับทุกคนที่มาท้าทาย,ก็คงมีคนเข้ามาหาเรื่องไม่รู้จบ.
คิดได้ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะจัดการตัดสินอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว,แล้วรีบจากไปทันที.
เสี่ยวอี้ซูเอ่ยออกมาเล็กน้อย.“เขามา!”
ซูเห่าไม่ได้เอ่ยอะไรอีก,ยืนอยู่ต่อหน้าเสี่ยวอี้ซู.
ทว่าเวลานี้เหล่าผู้ชมมากมายที่อยู่รอบ ๆต่างก็หยุดและเข้ามาชมความสนุก.
ดูเหมือนว่าผู้ชม ยิ่งปล่อยเวลานานไปก็ยิ่งมารวมตัวกันมากเท่านั้น.
สายลมพัดกวาด,ริ้วแสงสีทองที่พุ่งตัดอากาศ,กลิ่นอายที่สาดซัดไปทั่วลานยุทธ์.
ซูเห่าที่เคลื่อนที่ความเร็วเป็นอย่างมาก จากเดินเร็วกลายเป็นวิ่งและพุ่งเข้าหาเสี่ยวอี้ซู,พร้อมกับต่อยออกไปทันที.
เมื่อไปถึงด้านหน้าเสี่ยวอี้ซูหนึ่งเมตร,ซูเห่าก็ยกยิ้มขึ้นมาทันที.
“ท่าเท้าเคลื่อนเงา!”
เสี่ยวอี้ซูที่ต่อยสวนมาพบกับความว่างเปล่า,ซูเห่าได้หายไปแล้ว.
เสี่ยวอี้ซูที่ดวงตาหดเกร็ง,สัมผัสได้ถึงวิกฤติอย่างไม่เคยมีมาก่อน,เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับคู่ประลองมากมายในอดีตเลย.
เขาหันหน้ากลับไปอย่างรวดเร็ว,ยกมือขึ้นกันใบหน้าเอาไว้.
“ตูมมมม!”
พลังที่มากมายเกินจะกล่าวกระแทกมายังแขนของเขา,แทบจะหักไปในทันที,มันผลักกระแทกไปยังหน้าผากของเขา,ศีรษะของเขาที่สั่นไปมา ร่างกายกระเด็นลอยออกไปทันที.
ก่อนจะล่วงลงบนพื้น จากนั้นก็ลากครูดไปบนพื้นถึงสองเมตร.
เงียบสงัด!
เหล่าผู้ชมรอบ ๆ แทบไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็น.
พวกเขาเห็นอะไร? นี่คือนักเรียนยอดพรสวรรค์นักเรียนปีสอง,ตัวตนไร้เทียมทาน,คาดไม่ถึงว่าจะกระเด็นออกออกไปเพียงแค่หมัดเดียว,แม้แต่ลากครูดไปบนพื้นด้วยแรงกระแทก.
ในเวลานั้น,ซูเห่าเอ่ยออกมาเล็กน้อย“โอ้ว~ ปฏิกิริยาเร็วดี! คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะป้องกันเอาไว้ได้.”
ในเวลานั้นทุกคนจ้องมองซูเห่าด้วยความแปลกประหลาดเอ่ยอธิบายออกมาไม่ได้.
เสี่ยวอี้ซูที่ยืนขึ้นช้า ๆ,เวลานี้เขาเริ่มกลายเป็นบ้าคลั่ง,สายตาจดจ้องเขม็งคมกริบ,ดั่งสัตว์ร้ายจ้องขย้ำเหยื่อ.
เสี่ยวอี้ซูที่ระงับความเจ็บเอ่ยออกมาว่า“เข้ามาอีก!”
ซู่เห่าที่ย่ำเท้าบนพื้นก่อนจะพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว.
เห็นฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมแพ้,ซูเห่าจึงตัดสินใจโจมตีอย่างโหดเหี้ยมทันที,เพื่อจบการต่อสู้,เขาได้โคจรจินซีของจอมยุทธ์,เคลื่อนไหวต่อยออกไปยังทิศทางของเสี่ยวอี้ซู.
“หมัดทะลายภูผา!”เสี่ยวอี้ซูตะเบ็งเสียง,พร้อมกับปลดปล่อยพลังต่อสู้ต่อยสวนซูเห่าออกไป.
หมัดของซูเห่าที่กระแทกหมัดของเสี่ยวอี้ซูที่ต่อยออกมาเต็มกำลั งกระเด็นออกไปอย่างง่ายดาย.
“เป็นไปไม่ได้!”เสี่ยวอี้ซูที่ถูกทำลายทักษะอย่างง่ายดาย,รู้สึกได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง.
“หมัดทะยาน!”ซูเห่าที่เคลื่อนที่เข้าใกล้อีกฝ่ายพร้อมกับต่อยจากล่างขึ้นบนเสยปลายคางของเสี่ยวอี้ซูออกไปในทันที.
เสี่ยวอี้ซูได้แต่มองอย่างช่วยไม่ได้,ต้องการจะป้องกันเอาไว้แต่ไม่มีเวลาแล้ว.
“ปัง!”
“แคก!”
เสียงกระแทกได้ยินเสียงกระดูกร้าว,เสี่ยวอี้ซูลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าสองเมตร,พ่นโลหิตคำโตออกมา,ก่อนจะล่วงหล่นลงบนพื้น,หมดสติไปหลังจากนั้น.
เสี่ยวอี้ซูที่นอนกองฝันหวานบนพื้นแล้ว,เหล่าผู้ชมรอบ ๆ รู้สึกราวกับว่ากำลังฝันไป.
เสี่ยวอี้ซูตำนานไร้พ่ายของปีสอง,ได้พ่ายแพ้ซะแล้ว,หลาย ๆ คนที่รู้สึกใจสลายไปด้วย.
พวกเขาไม่อาจเชื่อได้ว่า นี่คือความจริง,เวลานี้ทั่วลานยุทธ์กลายเป็นเงียบ,ไม่มีใครกล้าเอ่ยกล่าวอะไรออกมา.
กลุ่มชายผมแบนเวลานี้ยืนเซ่อเป็นไก่ไม้,อ้าปากหวอ ออกมา.
ซูเห่าที่หันหน้ากวาดตามองเหล่าผู้ชมรอบ ๆ,เอ่ยออกมาว่า“จากนี้,พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันเลย! ใครไม่สู้ก็คุกเข่าลง,หากใครยืนอยู่ก็ถือว่าท้าทายข้า!”
อย่างไรก็ตาม,คาดไม่ถึงว่าจะไม่มีใครขยับ.
ซูเห่าที่เผยยิ้มชั่วร้าย“ในเมื่อไม่มีใครเข้ามา,ข้าก็จะเข้าไปเอง.”
ทันใดนั้น,สายลมที่พัดวูบไหวกวาดม้วนออกไปในทันที.