Chapter 157 Opens Kunpeng Divine Array comprehensively
全面开启鲲鹏神阵(一更)
ภายในห้องโถง,ทุกคนที่ใบหน้าเปลี่ยนสีไปตาม ๆ กัน.
เหล่ยเห่าที่เพิ่งวางแผนจะล้อมสังหารลู่อี้ผิงกับปิศาจคู่ซีจุ,ด้วยการใช้ค่ายกลเทวะคุนเผิง,แม้แต่ยวีชิงเหรินก็ยังเห็นด้วย.
“เจ้ามั่นใจนะว่าเป็นลู่อี้ผิง?”เหล่ยเห่าที่เอ่ยสอบถาม,น้ำเสียงที่ยากจะรักษาความสงบเอาไว้ได้.
“เรียนบรรพชน,ควรจะเป็นลู่อี้ผิง”บรรพชนชราเอ่ย“ผู้ใต้บังคับบัญชาลู่อี้ผิง,ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องกับคนของพวกเราด้านนอก,ขณะที่เขาตบอาวุโสนิกายเทวะคุนเผิงและบุตรชายของจินเทียนหงให้จมพื้นธรณีไป.”
“อาวุโสสูงคนหนึ่งได้ยินเสียงดังได้ออกไป,และจำได้ว่าคนที่มาเป็นลู่อี้ผิง.”
แต่ละคนที่จ้องมองหน้ากันและกัน,ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา.
ภายในห้องโถงที่เงียบสนิท.
นิ่งงันจนไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร.
ราวกับว่านามลู่อี้ผิงนั้น,มันจับใจเกินจะพรรณนา.
ซ่างเหรินจินกวงที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก,ก้าวเข้ามาด้านหน้าคุกเข่าคารวะเหล่ยเห่า“ขอให้บรรพชนชราสังหารลู่อี้ผิงด้วย,เพื่ออาวุโสนิกายคุนเผิงและแก้แค้นให้กับเทียนหง.”
เหล่ยเห่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“เจ้าลุกขึ้นได้แล้ว,ลู่อี้ผิงผู้นี้,ไม่อาจหนีไปใหนได้!”จากนั้นเขาก็สั่งการออกไปทันที“ถ่ายทอดคำสั่ง,ให้บรรพชนชราทุกคนประจำตำแหน่งค่ายกล,รอรับคำสั่งเปิดใช้งานค่ายกลเทวะคุนเผิง!”
“จ้าวพิภพและเทพสวรรค์คนอื่น ๆ ตามข้าไปพบกับลู่อี้ผิง!”
เสียงของเหล่ยเห่าที่ดังก้องไปทั่วห้องโถง.
“รับบัญชาบรรพชน”เหล่าบรรพชนชรานิกายเทวะคุนเผิงและเหล่าอาวุโสสูงรับคำสั่งพร้อม ๆ กัน.
เพียงไม่นาน,เหล่ยเห่า,เฉินโหยวเฉียน,สองปิศาจซีจุ,ยวีชิงเหริน,บรรพชนอสูร,ไท่จู่หวนโม่,และยอดฝีมือที่เข้าร่วมชุมนุม,ตลอดจนยอดฝีมือสำนักอู๋เซิ่ง,สำนักกระบี่ไท่ชิง,สำนักอสูรสวรรค์,และสำนักร้อยแปลงที่ก้าวตามคนของนิกายเทวะคุนเผิงไป.
นอกจากนี้ยังมีนิกายใหญ่,บรรพชนชราเจ้านิกายอีกหลากหลายนิกายก้าวตามหลังไปด้วย.
ทั้งจำนวนและกลิ่นอายดูทรงพลังเป็นอย่างมาก.
ในเวลาเดียวกัน,หลังจากที่วัวกระทิงมังกรเขาทองคำตบเหล่าอาวุโสนิกายเทวะคุนเผิงและจินเทียนหงหัวแบะ,ก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ,เวลานี้กำลังรอคอยเหล่าคนของนิกายเทวะคุนเผิงเข้ามาหา.
เหล่ยเห่านิกายเทวะคุนเผิงน่าจะรับรู้ว่าพวกเขามาแล้ว.
เหล่ายอดฝีมือรอบ ๆ ที่จ้องมองเหล่าอาวุโสนิกายเทวะคุนเผิงและจินเทียนเผิงหัวแบะต่างก็พูดคุยกระซิบกระซาบกัน.
เพราะอาวุโสสูงนิกายเทวะคุนเผิงคนหนึ่งที่จำลู่อี้ผิงได้,แต่ก็ไม่ได้เปิดเผย,ทำให้ผู้คนอื่น ๆ ไม่รู้สถานะของลู่อี้ผิง.
ในเวลานั้น,ใครบางคนอุทานออกมาด้วยความตกใจ“นิกายเสวียนเทียน!”
“นั่นคือบรรพชนชราจีเทียนนิกายเสวียนเทียน!”
ผู้คนต่างส่งเสียงดังอื้ออึง.
เห็นยอดฝีมือนิกายเสวียนเทียนที่บินมาแต่ไกล.
ครั้งนี้ดูเหมือนว่านิกายเสวียนเทียนเองก็รับเชิญจากนิกายเทวะคุนเผิงเช่นกัน.
ผู้ที่นำยอดฝีมือกลุ่มใหญ่ด้านหน้านั้น ก็คือจีเทียน.
พริบตาที่ยอดฝีมือนิกายเสวียนเทียนมาถึง.
สองข้างทางที่เปิดทางให้กับพวกเขาในทันที.
อย่างไรก็ตาม,ลู่อี้ผิง,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำและหวนจิวที่ยังคงยืนเด่น ขวางทางไม่ไปใหน.
จีเทียนที่เห็นใครบางคนขวางทาง,ก็ขมวดคิ้ว,ทว่าเมื่อเห็นด้านหลัง แต่ก็บอกได้ชัดเจนว่าเป็นลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ ก็หยุดชงักด้วยความตกใจ.
ขณะที่ผู้คนรอบข้างที่เผยความประหลาด,พวกเขาก็เห็นจีเทียนเดินไปด้านหลังลู่อี้ผิงโค้งคำนับ“จีเทียน,คารวะท่านลู่อี้ผิง.”
หลินเจ๋อและพรรคพวกเวลานี้ใบหน้ากระตุกตะลึงไปอีกครั้ง.
“ลู่อี้ผิง?!”
“บรรพชนทัณฑ์สายฟ้า,ลู่อี้ผิง!”
หลายคนที่ยืนอยู่รอบ ๆ ต่างก็ถอยหลังออกไปสองสามก้าว,เผยใบหน้าหวาดกลัวออกมา.
ลู่อี้ผิงที่หันกลับมา,จ้องมองจีเทียนด้วยท่าทางไม่สนใจ,ทว่าจีเทียนเวลานี้รู้สึกเย็นยะเยือบหนังหัวชาหนึบ,เร่งรีบอธิบายออกมาทันที“ท่านลู่,นิกายเทวะเสวียนเทียนของพวกเรา มาเข้าร่วมงานชุมนุม,แน่นอนว่าไม่ได้คิดร้ายกับท่านลู่อย่างแน่นอน.”
“จริงรึ?”ลู่อีผิ้งเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ.
จีเทียนเร่งรีบเอ่ย“สวรรค์และปฐพีเป็นพยาน,พวกเรามาเพียงแค่มาดูความคึกครื้นเท่านั้น.”เขาที่เอ่ยด้วยท่าทางสั่นกลัว.
ในเวลานั้น,ที่ไกลออกมากลิ่นอายที่น่าเกรงขามที่แผ่ออกมาแต่ไกล,เป็นกลุ่มคนของนิกายเทวะคุนเผิง,สำนักอู๋เซิ่ง,สำนักกระบี่ไท่ชิง,สำนักอสูรสวรรค์,สำนักร้อยแปลง,และอีกหลายสำนักนิกายที่มากันจำนวนมาก.
เมื่อเห็นกองทัพของนิกายเทวะคุนเผิง,สำนักอู๋เซิ่งและคนอื่น ๆ,จีเทียนที่ใบหน้าเปลี่ยนสี,เร่งรีบถอยห่างออกไป,ด้วยเกรงว่านิกายเทวะคุนเผิงและสำนักอู๋เซิ่งจะเข้าใจผิด.
ลู่อี้ผิงเห็นเช่นนั้นก็หาได้ใส่ใจอะไร.
เพียงไม่นาน,กองทัพของนิกายเทวะคุนเผิง,สำนักอู่เซิ่ง,สำนักระบี่ไท่ชิง,สำนักอสูรสวรรค์,สำนักร้อยแปลงก็มาอยู่ด้านหน้าพวกเขา.
ซ่างเหรินจินหวง,จินเหม่ยจวนมาถึง เห็นบนพื้น,จินเทียนหงที่คุกเข่าจมอยู่บนพื้น,กลิ่นอายชีวิตที่สูญสลาย,ดวงตาก็แดงซ่านขึ้นมาทันที.
“เทียนหง!”ซ่างเหรินจินกวงที่เอ่ยคลอด้วยความโกรธเกรี้ยว,ก้าวไปที่ด้านหน้าจินเทียนหง,พร้อมกับคว้าร่างของอีกฝ่ายร้องโหยหวย,“หงเอ๋อ!”
เหล่าคนของนิกายเทวะคุนเผิงที่กลายเป็นเงียบไปในทันที.
จินเหม่ยจวนที่จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความโกรธเกรี้ยว,แววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง.
“ลู่อี้ผิง,เจ้าสังหารสามีของข้า,ตอนนี้ยังสังหารหลานของข้า,เจ้าและคนของเจ้า ต้องตายเหมือนหมา,ถูกสับเป็นชิ้น ๆ ไม่เหลือแม้แต่ศพ!”จินเหม่ยจวนที่โกรธเกรี้ยวบ้าคลั่งคำรามลั่นเสียงสั่นด้วยความเกลียดชัง.
อย่างไรก็ตาม,ขณะที่นางเอ่ยจบ,ฝ่ามือของวัวกระทิงมังกรเขาทองคำก็ตบลงมาแล้ว.
ตูมมมม
พริบตานั้นนางก็คุกเข่ามีสภาพไม่ต่างจากอาวุโสนิกายเทวะคุนเผิงและจินเทียนหงก่อนหน้านี้.
“เหม่ยจวน!”บรรพชนชรานิกายเทวะคุนเผิงผู้หนึ่งที่ตกใจและโกรธเกรี้ยว,ต่อยหมัดออกไปยังวัวกระทิงมังกรเขาทองคำทันที.
บรรพชนชราคนดังกล่าว,คืออาจารย์ของเฟยเจี่ยและจินเหม่ยจวนนั่นเอง.
หมัดของเขาที่ทรงพลังน่าเกรงขาม,เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่มีพลังจ้าวพิภพ 80 ล้านพลังต่อสู้.
วัวกระทิงมังกรที่เงยหน้าขึ้นมา,พร้อมกับง้างฝ่ามือฟาดออกไปทันที.
ตูมมมมมม!
ในเวลาต่อมาอาจารย์ของเฟยเจี่ยและจินเหม่ยจวน,ที่ถูกตบ พลังสะลายเกราะเทวะแตกวิ่น,กระเด็นออกไป,ก่อนที่จะล่วงหล่นลงบนพื้น,โลหิตได้อาบไปทั่วร่าง,ตกตายไปแล้ว!
“อะไรนะ?!”
ไม่ว่าจะเป็นเหล่ยเห่า,เฉินโหยวเฉียน,สองปิศาจซีจุ,ยวีชิงเหริน,บรรพชนอสูร,ไท่จู่หวนโม่,แทบทุกคนที่ตะลึงตาค้าง.
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าผู้ยิ่งใหญ่ที่มีพลังพิภพ 80 ล้านกับถูกตบด้วยวัวกระทิงมังกรเขาทองคำเพียงฝ่ามือเดียว.
เมื่อครั้งเกิดเรื่องที่เมืองเทียนเป่ย,วัวกระทิงมังกรเขาทองคำได้ใช้หมัดมิติเก้าโคจรเอาชนะเฟยเจี่ย,หลาย ๆ คน ต่างก็คาดเดาไว้ว่าวัวกระทิงมังกรเขาทองคำคงมีพลังจ้าวพิภพราว ๆ 70 ล้านพลังต่อสู้.
ตอนนี้กับตบผู้ยิ่งใหญ่พลังต่อสู้ 80 ล้านฝ่ามือเดียว! วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเป็นไปได้ว่าเหมือนกับลู่อี้ผิง,มีพลังเหนือจ้าวพิภพอย่างงั้นรึ?!
เหล่ยเห่า,เฉินโหยวเฉียนและคนอื่น ๆ จ้องมองวัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,ใบหน้าเปลี่ยนสี,ยากที่จะสงบใจเอาไว้ได้.
ซ่างเหรินจินหวงเวลานี้ใบหน้าซีดไร้สีไปในทันที.
ลู่อี้ผิงกวาดตามองเหล่ยเห่า,เฉินโหยวเฉียน,สองปิศาจซีจุและคนอื่น ๆ เอ่ยอย่างไม่แยแส“สังหารให้หมด!”เสียงที่เย็นยะเยือบ,ดังก้องไปทั่วนิกายเทวะคุนเผิง,ก้องอยู่ในหูของยอดฝีมือทุกคน.
เหล่ยเห่า,เฉินโหยวเฉียน,สองปิศาจซีจุ,ใบหน้ากลายเป็นซับซ้อนประหลาดใจ
“เปิดค่ายกลเทวะคุนเผิง!”
“เร็วเข้า!”
เหล่ยเห่าที่ตะโกนด้วยน้ำเสียงสั่นหวาดกลัว.
ขณะที่เขาตะโกน,พริบตานั้น,บนพื้นดินที่สั่นไปมา,ค่ายกลมากมายที่ส่องแสงสว่างจ้าพื้นดินที่แตกเป็นทางดังลั่น,ปรากฏกลิ่นอายสัตว์อสูรที่หนักหน่วงรุนแรงจากบรรพกาลกวาดไปทั่วสวรรค์และปฐพี.
กลิ่นอายที่น่าเกรงขาม,ทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก,ไม่เว้นแม้แต่เหล่าผู้ยิ่งใหญ่จ้าวพิภพขั้นสูง.
“ค่ายกลเทวะคุนเผิง,นี่คือค่ายกลอันดับหนึ่งของจิวเทียน,เมื่อเปิดใช้งาน,ทุกคนด้านในจะต้องตาย,รีบหนีเร็ว!”
ทุกคนที่ถอยหลังออกไปสองสามก้าว,บินหนีออกจากพื้นที่ของนิกายเทวะคุนเผิง หนีตายจ้ะระหวั่นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย.
ผู้คนที่แตกตื่นหนีตายราวกับผึ้งแตกรัง,ทว่าเวลานั้นบนท้องฟ้านิกายเทวะคุนเผิงปรากฏเงาใหญ่ยักษ์ขึ้นมาในทันที.