ตอนที่ 1078 หุ่นรบแม่เหล็ก กับม้วนสารท้าสู้
การสัมมนาเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
ห้องโถงกลางซึ่งเป็นห้องจัดแสดงสินค้าถูกปิดไว้ครึ่งหนึ่งพร้อมกับเสียงดนตรีคลอแผ่นที่ปิดบังทั้งหมดถูกดึงออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นถึงการจัดแสดงที่สำคัญมากมาย
พื้นที่กลางห้องสั่นสะเทือนพื้นโลหะแยกออกบูธยกตัวขึ้นช้าๆ เหนือพื้นมีหุ่นรบสีแดงยืนอยู่กลุ่มหนึ่ง ตัวหุ่นสูงสิบเมตร ส่วนใหญ่สีแดงเข้มมีส่วนน้อยที่เป็นสีดำ ทำให้หุ่นรบนี้ดูน่าเกรงขามที่น่าประทับใจที่สุดเกี่ยวกับหุ่นรบนี้คือแขนยักษ์ทั้งซ้ายขวาแตกต่างกันดูไม่สมมาตร มือซ้ายเป็นรูปคีม และแขนขวาไม่มีมือแขนกลเชื่อมต่อกับโล่โดยตรง และโล่มีความหนาเป็นพิเศษจนดูแปลก
บนหน้าอกของมันมีตราสัญลักษณ์ขนาดใหญ่เย่ว์หยางจำได้ นี่คือสัญลักษณ์ใบทองที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองใบทอง
เครื่องหมายบนป้ายจะบ่งบอกถึงที่มาและสถานะอย่างชัดเจน
ถึงตอนนี้ผู้ที่ยืนอยู่ใต้หุ่นรบสีแดงเข้ม
คือเด็กหนุ่มยืนยิ้มกว้างและดูหยิ่งยโสเขาคือจินฉีบุตรของเจ้าเมืองที่เพิ่งพูดจบ
ด้วยวิธีนี้เขาเหมือนกับประกาศอย่างเงียบๆ ว่าเขาเป็นนักออกแบบและเป็นผู้ผลิตหุ่นรบสีแดงเขาเพลิดเพลินกับการชื่นชมจากคนรอบด้าน
“นี่คือหุ่นรบแม่เหล็กที่ออกแบบโดยคุณชายจินฉีลูกชายเจ้าเมืองใบทองหรือ? แน่นอนว่าตามความเห็นของข้าจงหัวบุตรคนที่สิบของเจ้าเมืองไม้เงินออกแบบ ‘อสูรไอพ่น’ และ ‘นักรบสมุทร’ของกัปตันคุ้กไม่อาจเทียบได้กับหุ่นรบแม่เหล็กนี้ มันดูสวยงามและกระหายเลือดมีชื่อเรียกไหม? ว่าไงนะ? เรียกว่าราชันย์สีเลือด?สมควรเป็นหุ่นรบระดับทองเท่านั้น มีสิทธิ์ได้รับชื่อที่ยิ่งใหญ่ว่า ‘ราชันย์สีเลือด’!” นักวิชาการผู้รู้บางคนมองแล้วอดส่งเสียงไม่ได้ทึ่งไม่ได้ เดิมทีคิดว่าไม่มีอะไร แต่เสียงของเขาน่าเกรงขาม
“การออกแบบแนวคิดเกี่ยวกับแม่เหล็กทำให้วิญญาณข้าสะท้านไหว! นึกไม่ถึงเมื่อข้าเห็นมันเข้าถึงกับทำอะไรไม่ถูก”คนที่สองถอนหายใจอยู่นาน ถ้ามีคนรู้จักเขาต้องยอมรับว่านี่คือหุ่นรบที่มีชื่อเสียงสร้างโดยปรมาจารย์
พร้อมกับคำว่าปรมาจารย์ทำให้ทุกคนเอ่ยปากชมทันที
คลื่นเสียงชมเชยดังขึ้น
ทุกคนยกนิ้วให้
ราวกับว่าถ้าไม่ได้ยกย่องหุ่นรบนี้จะกลายเป็นคนโง่ที่ไม่สามารถตัดสินคุณภาพสินค้าได้
“สหาย!พวกท่านช่วยสนับสนุนคุณชายจินฉีได้ไหม?” บางคนมองไม่เห็นและแค่พูดประจบ แต่ก็ไม่เกินจริง
“หุ่นรบทำได้ไม่เลว แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับ ‘อสูรไอพ่น’ และ ‘นักรบทะเล’ อีกคนหนึ่งมีมุมมองที่แตกต่างกัน ในบางจุดหุ่นรบแม่เหล็กมีจุดแข็งแต่ถ้ายังไม่ได้ทำการทดสอบโดยการต่อสู้ที่แท้จริงหุ่นนักรบทะเลของกัปตันคุ้กเป็นหุ่นรบสะเทิ้นบกสะเทิ้นน้ำพิเศษเวลาค้นคว้าวิจัยยังสั้นไป ยังไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้นักรบทะเลก็ยังพ่ายแพ้ ‘เจ้าชายแห่งความแค้น’ ที่องค์ชายจีอู๋ลี่ออกแบบส่วนอัจฉริยะจงหัวออกแบบอสูรไอพ่นที่ไม่สามารถปราบนักรบทะเลได้ เอาชนะได้ลำดับสอง
“ราชันย์อะไรกัน ช่างน่าขัน! องค์ชายจีอู๋ลี่ออกแบบหุ่นรบระดับแพลตตินัม ยังเรียกตนเองว่าเจ้าชาย ลูกเจ้าเมืองกลับเรียกหุ่นตนเองว่าราชันย์ ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ” กลุ่มคนที่ชื่นชมจีอู๋ลี่หงุดหงิด
“เจ้าสิ่งนี้ขู่ได้แต่คนรับใช้ ถ้ามันเข้าสู่สมรภูมิ คาดว่าอสูรไอพ่นและนักรบทะเลคงเล่นงานระเบิดเป็นแน่” นี่คือกลุ่มที่สนับสนุนจงหัว
“ไม่ได้โอ้อวดเกินจริง,หุ่นรบแม่เหล็กยังเป็นหุ่นรบระดับทอง” มีนักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างระมัดระวัง
“ถูกแล้ว แม้คนพูดประจบสอพลอจะดูน่ารังเกียจแต่หุ่นรบแม่เหล็กนี้ เป็นหุ่นรบยอดเยี่ยมแน่นอน!” มีบางคนส่ายหัวคัดค้าน
“ยังจะมีหุ่นไหนเทียบได้กับ ‘เจ้าชายแห่งความแค้น’หุ่นระดับแพลตตินัมที่ออกแบบโดยจีอู๋ลี่
“ไม่มีทาง ไม่มีใครล้มองค์ชายของเราได้”
“ตอนนี้ พวกเขาพูดได้ดี เอาแต่พูดถึงอสูรไอพ่นและนักรบทะเลไม่พูดถึงเจ้าชายแห่งความแค้นเหมือนกับว่าองค์ชายจีอู๋ลี่เป็นผู้ชนะเลิศคนล่าสุด คนอื่นเขายังไม่หาเรื่องทะเลาะพวกเจ้าจะเปรียบเทียบไปทำไม ทุกคนเอาแต่ยกยอว่ามีความรู้ พวกเจ้าคิดว่าจริงๆ แล้วจะง่ายขนาดนั้นหรือ?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า....”
“พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องพูดอย่างที่เรารู้กันดีว่าในพิธีประเมินคะแนนชีวิตครั้งล่าสุดเป็นที่นิยมมากที่สุดในรอบสิบปีที่ผ่านมาจีอู๋ลี่ จงหัว และกัปตันคุ้กอัจฉริยะทั้งสามได้กลับมาจากการศึกษาและออกแบบในแนวทางที่แตกต่างกัน ถึงแม้ว่าจะให้แรงบันดาลใจและแนวคิดในการค้นคว้าวิจัยมากมาย แต่อัจฉริยะทั้งสามแข่งขันกันในสาขาเดียวกันและสู้กันเองเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมจริงๆในสนามรบ ผู้ที่ไม่ได้ดูการแข่งขันไม่สามารถจินตนาการถึงความงดงามและโอกาส เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่สุดในชีวิต ต้องบอกว่าหุ่นรบแม่เหล็กที่แข็งแกร่งนี้มีความโดดเด่นแน่นอน แต่ถ้าเทียบกับการประเมินก่อนหน้านี้แม้ว่าจะดูด้อยกว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่ก็ดูมีเสถียรภาพในการออกแบบ อาจอยู่ในห้าอันดับแรกได้ ครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นจีอู๋ลี่ปรากฏตัวพวกเขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการประเมินเพื่อหลีกเลี่ยงความได้เปรียบและตอนนี้ไม่มีใครปราบจีอู๋ลี่และกลุ่มทั้งสามนี้ หุ่นรบแม่เหล็กนี้น่าจะผ่านในการประเมินชีวิตแน่ และสามารถได้ตำแหน่งที่ดีแม้แต่ได้แชมป์ก็มิใช่ว่าเป็นไปไม่ได้” บุรุษรูปงามตัดสินอย่างสงบ
“รู้สึกแย่จริงๆ จินฉีผู้นี้จะชนะเลิศได้หรือ?”
“ข้ารู้ว่าข้าจบการศึกษาได้อันดับห้าเมื่อปีที่แล้วถ้าเป็นตอนนี้ข้าจะแข่งเอาชนะเลิศกับจินฉีได้อย่างไร?”
“ปล่อยให้เป็นเรื่องปัจจุบันเถอะ หุ่นดาบของเจ้าไม่ใช่คู่ต่อกรกับหุ่นแม่เหล็กมันมีความสามารถทางด้านแม่เหล็กมันสามารถฆ่าหุ่นนักดาบของเจ้าที่ถือดาบยักษ์ฟันคนได้...”
“ขนาดไม่ได้ตำแหน่งอะไรเลยจินฉียังหยิ่งผยอง ถ้าเขาชนะเลิศได้เขาจะเห็นหัวเราหรือ?
“รีบๆ ไปหาปรมาจารย์ผู้ซ่อนเก็บตัวเป็นอย่างดีเขาน่าจะซ่อนตัวอยู่เบื้องล่างจินฉี!”
“จะมีอัจฉริยะมากมายจากที่ไหนพวกเจ้าคิดว่าผู้เดินทางกลับมาทุกคนเป็นอัจฉริยะหรือ? จริงๆ ก็คือเหตุผลที่อัจฉริยะเป็นอัจฉริยะได้ก็เพราะหายากและมีคุณค่า! อย่างจีอู๋ลี่,จงหัวและกัปตันคุ้กสามคนนี้กำลังต่อสู้กันพวกเขามีดีมากพอที่จะขึ้นไปติดสิบอันดับแรกของนักเรียนรุ่นใหม่ในรอบสหัสวรรษ อย่างจีอู๋ลี่มิใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะสู้จนขึ้นไปติดสิบอันแรกในครั้งเดียว!”
“แทนที่จะดูเป็นคนไม่ดีที่นี่ ข้ากลับไปดีกว่าข้าไม่ต้องการตามหลังจินฉี”
“ข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ดูเหมือนว่าเราจะคอเดียวกันพูดเข้าใจกันได้ง่าย ไปหาอะไรดื่มด้วยกันดีไหม?”
“งั้นก็ไปกัน.....”
นักเรียนส่วนใหญ่พอกันออกไปนอกพื้นที่ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าหุ่นรบแม่เหล็กนั้นแข็งแกร่ง แต่พวกเขาไม่สามารถยอมรับทัศนคติหยิ่งยโสของจินฉีได้
ยกเว้นจีอู๋ลี่เจ้าชายโอรสสวรรค์ผู้ทำให้พวกเขาภูมิใจไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้แม้แต่จงหัวและกัปตันคุ้กผู้ยอดเยี่ยมพอกัน มีแต่จีอู๋ลี่ที่ใกล้เคียงเทพเท่านั้นที่พวกเขารู้สึกชื่นชมอย่างแท้จริง
จินฉียืนอยู่ในสนามภายใต้หุ่นแม่เหล็กนามว่าราชันย์เลือดใบหน้าของเขามีรอยยิ้มรับคำชื่นชมยินดีจากมิตรสหายต่างๆ เขาโฆษณาชวนเชื่อทุกวันย่อมประสบความสำเร็จอย่างมิต้องสงสัย แม้ว่าจะมีเสียงที่เห็นต่างแต่ที่สำคัญนั่นเป็นส่วนน้อย ยกเว้นตัวแทนนักเรียนผู้หยิ่งยโสอื่นๆ ส่วนใหญ่จะเข้ามาแสดงความยินดีกับเขา
เขาไม่เคยคาดหวังให้นักเรียนผู้มีความหยิ่งยโสเหล่านี้ยกย่องเทิดทูนเขาเหมือนกับจีอู๋ลี่
เขารู้ว่าจีอู๋ลี่เป็นอัจฉริยะที่เขาไม่มีทางเทียบได้
ไม่มีทางไล่ตามได้ทัน
ไม่ว่าจะพยายามเพียงไหนก็ตาม
จีอู๋ลี่ไม่ใช่ศัตรูของเขาแน่นอน คนแบบนั้นจะไม่อยู่ในหุบเขามนุษย์นานนักจีอู๋ลี่จะออกไปในอีกไม่ช้า.... แน่นอน จีอู๋ลี่ไม่ใช่ภัยคุกคามใหญ่แม้แต่น้อย!
เย่ว์หยางยืนอยู่ในกลุ่มผู้คนและฟังอย่างเงียบงัน
เขารวบรวมข้อมูลอย่างเงียบๆ
แม้จุดแสดงผลงานหุ่นรบแม่เหล็กเขาสังเกตอย่างระมัดระวัง สำหรับนักเรียนอย่างเขาที่ไม่ได้จากไป แต่ไปที่เวทีเพื่อสังเกตดู ไม่ว่าจะเป็นจินฉีหรือเจ้าหน้าที่เมืองใบทองล้วนแต่มีความสุข ถ้าไม่ใช่เพราะจินฉี กลุ่มสาวๆ สาวๆที่เชียร์คงเข้าไปหาเขา จินฉีแม้ว่าต้องการเข้ามาจับมือกับเย่ว์หยางเป็นการให้กำลังใจนักเรียนใหม่ผู้ยากไร้ในการเข้าแข่งขันชิงชนะเลิศ
นอกจากได้พบผองมิตรสหายเขาพบว่ามีนักเรียนไม่มากที่ออกมาสนับสนุนหุ่นรบแม่เหล็กของจินฉี
เย่ว์หยางเห็นบนเวที
หยางผิงจากเมืองเปลวอาทิตย์สหายของจินฉีมองเห็นเขา
แต่เขาอดคิดไม่ได้ว่าเย่ว์หยางตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของหุ่นรบแม่เหล็ก เมื่อเย่ว์หยางเดินลงไป เขาแค่นเสียงเยาะเย้ย “เป็นยังไง? เจ้าบ้านนอกกลัวจนฉี่ราดเลยใช่ไหมเล่า? หุ่นรบนี้เจ้าไม่มีทางแข่งขันสู้ได้ทั้งชีวิต เป็นช่องว่างที่เจ้าไม่มีทางก้าวข้ามตลอดชีวิต!”
“ช่วยสอนตัวเองดีกว่าไหม?” เย่ว์หยางยิ้มเล็กน้อยเคยเห็นสุภาพบุรุษด่าคืนไหม?
“....” คนผู้นี้โมโหจนปอดแทบระเบิด
“ข้าไม่อยากเสียเวลาคุยกับคนน่าไม่อายอย่างเจ้า ลาก่อน!” เย่ว์หยางยังคงยิ้มแต่ทั้งรอยยิ้มและคำพูดนี้เหมือนหมัดที่ต่อยใส่หน้าอีกฝ่ายโดยตรง
เย่ว์หยางออกจากบูธแสดงผลงานก็เดินรอบๆห้องโถงใหญ่
มีหลายอย่างที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่เห็นแก่ตัว
ส่วนใหญ่เป็นแร่ธาตุสมุนไพรผลิตภัณฑ์พิเศษ ตำรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำราเก่าๆ โบราณที่ไม่มีใครเข้าใจนั่นคือเป้าหมายแรกที่เขาจะต้องได้มาไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ในทางตรงกันข้ามคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจหุ่นรบ,อสูรหุ่นชุดเกราะ และอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ เมื่อเดินวนดูรอบๆ เขาได้ผลรับมากมาย แต่พันผลึกสวรรค์ที่อาจารย์ใหญ่ให้ไว้ก่อนนั้นยังคงเหลือไม่มากมีเพียงไม่กี่สิบใบ
ขณะที่เย่ว์หยางกำลังก้าวออกจากประตูมีคนสองคนรออยู่ที่ประตู
คนหนึ่งคือหยางผิงตัวแทนเมืองเปลวอาทิตย์ที่โมโหจนเกือบกระอักโลหิตและสหายที่ดูสีหน้าเศร้าของเขา
หยางผิงไม่ให้โอกาสเย่ว์หยางปฏิเสธและส่งม้วนกระดาษให้โดยตรง “เจ้าขี้ขลาด ถ้าเจ้าแน่จริงเป็นลูกผู้ชายพอก็เลือกท้าทายข้าเป็นคู่ต่อสู้ในงานฉลองประเมินคะแนนชีวิต ข้าจะให้เจ้าเด็กใหม่ที่ดีแต่เล่นลิ้นสำบัดสำนวนหยิ่งยโสได้รู้ว่าอะไรเรียกว่าพลัง อะไรเรียกว่าการตบหน้า”
ม้วนกระดาษนี้มีสีแดงและมีตราสีทองอยู่ตรงกลาง
ภายใต้ตราเครื่องหมายมีดาบคู่อยู่ใต้โล่
เย่ว์หยางจำสิ่งนี้ได้นี่คือม้วนสารท้ารบที่ขุนนางใช้ท้าทายกัน สารท้ารบนี้เป็นม้วนกระดาษชนิดหนึ่งที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันภายใต้ฐานรูปปั้นเทพสงครามเพื่อให้สำนึกของเทพสงครามอนุมัติการต่อสู้
อย่างม้วนกระดาษที่อยู่ในมือของเย่ว์หยางนี้มีมูลค่าอย่างน้อย 50 ผลึกสวรรค์
ยิ่งกว่านั้น ถ้าเย่ว์หยางไม่ต้องการับคำท้าและเก็บไว้เฉยๆ อย่างนั้นม้วนสารท้ารบก็ใช้ไม่ได้
ถ้าเย่ว์หยางยินดีรับคำท้าของหยางผิงเมื่อเขาเปิดม้วนสาร สามวันหลังจากการเปิดม้วนสารท้ารบทั้งสองฝ่ายจะถูกส่งไปยังสนามรบที่กำหนดไว้ หยางผิงเสียหน้าจากการถูกตำหนิเขาโกรธจัดต้องการให้เย่ว์หยางปั้นสีหน้าที่น่าเกลียดในวันพิธีประเมินคะแนนชีวิตซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของเย่ว์หยาง
“ถึงเวลานั้น ก็รวมสหายของเจ้าทั้งหมดมาเลยจะได้ไม่น่าเบื่อ!” เย่ว์หยางอดหาวไม่ได้ เขาทำตัวเหมือนเสือขี้เกียจ ที่ถูกมดแมลงน้อยท้าทาย
“ก็ได้, ตามที่เจ้าต้องการเลย!” หยางผิงตัวแทนของเมืองเปลวอาทิตย์รู้สึกว่าลำไส้เขากำลังขมวดด้วยความโกรธเขาไม่รู้ว่าต้องใช้ความอดทนมากมายแค่ไหน
เย่ว์หยางออกไปแล้ว
เมื่อกลับมาที่ห้องแสดงสินค้าเมืองไม้เงินมีคนมากกว่าสองคนรออยู่ที่ประตู
เป็นบุรุษชุดงามผู้เรียกตนเองว่าฉีมู่แล้วบุรุษรูปงามที่เรียกตนเองว่า หมิงจู!