ตอนที่ 838 พายุพลังงาน
เวลาผ่านไปช้าๆ ขณะที่อากาศยามราตรีหนาแน่นขึ้น เมลิซซายืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ รู้สึกหนาวเล็กน้อย
ซือหม่าเซี่ยวยังคงผ่อนคลายและมักจะทำสถานการณ์ที่ทำให้คนอื่นอยากเข้ามาหาและชกหน้าเขานัก
เขาจะพูดกับแฟรงค์อย่างไม่ใส่ใจและพวกเขาสามารถบอกได้ว่าแม้ว่าบุรุษหนุ่มที่ชื่อว่าซือหม่าเซี่ยวนี้จะยังผ่อนคลายแต่เขาได้รับความไว้วางใจมาก หลังจากฟังเขาพูดชั่วขณะ สีหน้าไม่พอใจของเมลิซซาก็หายไปและเปลี่ยนเป็นนับถือเข้ามาแทน
เมลิซซาไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่เอาแต่ใจตัวเองและจิตใจคับแคบ แม้ว่านางจะอายุน้อยและไร้เดียงสาในบางด้าน แต่นางขยันทำงานหนักและดำเนินกิจการในธุรกิจเทียบนางกับสหายของนางแล้ว นางมีประสบการณ์และสติปัญญมากกว่าด้วยความสามารถในการตัดสินใจได้ดีกว่า นางสามารถประเมินมาตรฐานคนอื่นอย่างหยาบๆ ได้
‘คนผู้นี้ไม่เจตนาจะเข้าเรื่องสนทนา’
แม้ว่าเขาจะมีน้ำเสียงเนือยๆแต่เขามักจะพูดได้ตรงจุด และชี้ให้เห็นจุดสำคัญได้เสมอ ด้วยคำพูดไม่กี่ประโยคเขามักทำให้ผู้คนประหลาดใจหรือต้องไตร่ตรองตามคำพูดของเขาซึ่งแฝงความหมายที่ลึกซึ้งและพิสูจน์ถึงสติปัญญาของเขา
ไม่ว่าเขาจะทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่แต่ก็ทำให้ปู่ของนางรู้สึกนับถือ
“ข้าสงสัยจริงว่าท่านมีทางเงื่อนไขอะไรเกี่ยวกับอนาคตของเรา?”แฟรงค์อดถามไม่ได้ หน้าของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ
เมลิซซาตกใจ หน้าของนางเต็มไปด้วยอาการตกใจ นางไม่เคยคาดเลยว่าปู่ของนางจะขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาใหญ่กับซือหม่าเซี่ยว
สถานการณ์ของกลุ่มการค้าเมซฟิลด์ไม่นับว่าดีและตกต่ำลงทุกวัน แม้ว่าทุกคนพยายามจะทำแผนใหม่แต่ผลที่พวกเขายอมให้ผลิตมักมีขนาดเล็กน้อยและพวกเขาดำดิ่งลงเหว ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ผลกำไรของพวกเขาต่ำลงทุกปี และในปีที่ผ่านมาธุรกิจของพวกเขาขาดทุนเป็นครั้งแรก
เจ้าของร้านทั้งหลายทอดทิ้งพวกเขาและผู้อื่นก็ต่อต้านพวกเขาทำให้ธุรกิจของพวกเขาอ่อนแอลงทุกที
นางอดมองหน้าของซือหม่าเซี่ยวไม่ได้และมักรู้สึกว่าบุรุษหนุ่มที่อยู่ต่อหน้านางดูไม่แก่กว่านางเท่าใดนักมีพลังที่ยากจะหยั่งถึง ปู่ของนางเป็นคนที่นางเชื่อถือที่สุด และเป็นเพราะเขาที่สามารถยึดเหนี่ยวธุรกิจไม่ให้พังครืนลงได้
ซือหม่าเซี่ยวหัวเราะ เขาเหยียดเอวและพูดพลางหัวเราะ “ข้าจะได้รับประโยชน์อะไร?”
เมลิซซาคิดว่านางได้ยินผิดและมีท่าทีโกรธทันที ‘เขาหยาบคายจริงๆ’
แฟรงค์ก็ตกใจเช่นกันเป็นครั้งแรกที่เขาพบกับคนที่พูดตรงๆ แต่ที่สำคัญเขาเป็นนักธุรกิจผู้อยู่ในวงการมาหลายปี และการอ้อมค้อมและความใจกว้างของเขาต่างจากคนทั่วไป เขาพูดอย่างระมัดระวัง “ไม่ว่าท่านต้องการอะไร โปรดบอกเราได้เต็มที่”
ซือหม่าเซี่ยวสามารถบอกความรอบคอบของอีกฝ่ายได้และหัวเราะ
เขาไม่ประหลาดใจ ถ้าใครบางคนพบกับคนแปลกหน้าบนถนนและเชื่อถือเขาได้โดยง่าย เขาคงถูกกินรวบได้ในไม่ช้าซึ่งแม้แต่กระดูกของเขาก็จะไม่เหลือ แต่เขาไม่ใช่คนที่จะเปิดเผยความตั้งใจของเขาง่ายๆ ผู้คนจะเข้าใจได้ง่ายๆยังไงว่าราชาแมงป่องต้องการอะไร?
ทันใดนั้นแสงรัศมีสว่างวาบมาจากแต่ไกลท้องฟ้าที่มืดสนิดพลันสว่างวาบ เหมือนกับว่ามีดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นมาจากพื้น
ซือหม่าเซี่ยวยืนขึ้นและเพ่งมองไปในระยะไกล
โกวอวี้ปรากฏอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบนางเปล่งประกายที่น่าหลงใหล
‘ช่างเป็นพลังปั่นป่วนที่ทรงพลังจริงๆ!’
สีหน้าของซือหม่าเซี่ยวพลันเคร่งเครียด แม้จะพวกเขาจะอยู่ในระยะห่างกัน แต่เขาสามารถรู้สึกได้ถึงพลังงานที่ผันผวน ใครก็สามารถจินตนาการว่าเป็นพลังโจมตีที่สะท้านโลกขนาดไหนโกวอวี้ปรากฏด้วยตัวเองเพราะนางรู้สึกได้ถึงพลังงานปั่นป่วนเช่นกัน
สีหน้าที่เคร่งเครียดของเขาฝืนยิ้ม ‘ตามคาดของหนุ่มชาวฟ้า พลังโจมตีครั้งนี้แข็งแกร่งรุนแรงกว่าเมื่อก่อน!’
‘โดยไม่รู้ตัว เขาเริ่มทิ้งห่างเราออกไปทุกทีเสียแล้ว’ นี่เป็นความรู้สึกที่น่ากลัวอย่างสิ้นเชิงทำให้ความผยองในตัวเขาหายไปไม่เหลือร่องรอย ทำให้เด็กหนุ่มผู้มากสีสันรู้สึกขมขื่น
ก่อนที่จะมาถึงดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ ซือหม่าเซี่ยวมักจะวางถังเทียนไว้เป็นคู่แข่งระดับเดียวกับเขา เนื่องจากความมีทรัพยากรและความเชื่อมั่นเสมอกัน กลุ่มดาวแมงป่องเป็นหนึ่งในสิบสองกลุ่มดาวตำหนักระนาบสุริยุปราคา และแข็งแกร่งมากกว่ากลุ่มดาวหมีใหญ่ ในแง่ความแข็งแกร่งทำไมซือหม่าเซี่ยวทั้งที่มีโกวอวี้ใช้งานจึงกลัวถังเทียน?
หลังจากออกจากแดนบาปมาถึงดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ ความแตกต่างในเรื่องพลังของพวกเขาเริ่มจะทิ้งห่าง แม้ว่าหลังจากกลับมาที่ดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์แล้วพลังของโกวอวี้ไม่เพียงแต่ฟื้นฟูเต็มที่ แต่ถังเทียนยังมีความก้าวหน้าอย่างใหญ่หลวง
ความแข็งแกร่งคือพื้นฐานสำหรับทุกสิ่ง และพวกเขาอยู่ในโลกที่ความแข็งแกร่งเป็นเจ้าซือหม่าเซี่ยวเข้าใจชัดดี
“เราชนะ”
เห็นอยู่ในระยะไกล เมื่อรัศมีแสงจางลงความมืดยามราตรีกลับคืนมาอีกครั้ง ซือหม่าเซี่ยวพูดเบาๆ
แฟรงค์กับเมลิซซาชะงักค้าง หน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยอาการตกใจ ‘นะ..นั่นถือว่าชนะหรือ?’
พวกเขาสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ กองพลกงล้อไม่ใช่กองพลประเภทกระสุนมนุษย์พวกเขาจะแพ้ได้อย่างรวดเร็วยังไงได้? พวกเขามีกำลังพลที่แข็งแกร่งถึง 5000 นาย กำลังพล 200 จะต้านกำลังคน 5000 คนได้ยังไง?
พวกเขาไม่สามารถนึกภาพสถานการณ์ด้วยจินตนาการอย่างนั้น
หน้าของจอห์นสันเปลี่ยนไปทันที เขาตะโกนอย่างกระวนกระวาย “เดินเครื่อง! ทุกคนเข้าเรือเดี๋ยวนี้! เปิดม่านพลังป้องกัน! เร็วเข้า!”
ทุกคนค่อนข้างมึนงง แต่พวกเขายังคงเชื่อฟังคำสั่นและกลับขึ้นเรือ เรือขนส่งทุกลำเปิดม่านพลังงานป้องกัน
ตอนนี้เสียงหวีดแปลกประหลาดดังขึ้นเสียงดังเข้าหูทุกคน เป็นเสียงหวีดหวิวที่เริ่มจากจากต่ำไปสูง เหมือนกับว่าอยู่ใกล้พวกเขา ทุกคนลืมตากว้างพยายามมองดูว่าเป็นอะไร แต่พวกเขาทุกคนเห็นแต่ความมืด
หน้าของจอห์นสันกระวนกระวายขณะที่เขาตะโกน “กระสุนส่องแสง!”
แสงสีขาวมากมายยิงออกมาจากเรือในท้องฟ้าพุ่งขึ้นไปในอากาศแสงเพิ่มความเข้มขึ้นในอากาศอย่างต่อเนื่องทำให้แสงสีขาวส่องไปทั่วบริเวณ ในที่สุดทุกคนก็สามารถเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าได้ชัด และทุกคนสีหน้าเปลี่ยน
บนพื้นที่ราบในระยะไกลมีแนวเส้นขาวโปร่งใสซึ่งขยายใหญ่อย่างต่อเนื่อง เสียงหวีดในอากาศกลายเป็นน่ากลัวมากยิ่งขึ้นและจากตอนแรกที่เสียงคมชัด มันกลายเป็นเสียงที่ต่ำมาก
หลังจากนั้นไม่นาน ในที่สุดทุกคนก็เห็นได้ว่าคืออะไร
เป็นคลื่นระเบิดขนาดใหญ่ขยายคลุมในพื้นที่ 20กิโลเมตร กระทบเข้ากับพื้นและขยายพุ่งหาพวกเขาด้วยความเร็วน่าประหลาด
อากาศบิดเบี้ยวแรงระเบิดแฝงไปด้วยพลังงานนับไม่ถ้วน เหมือนกับฝูงปลาเล่นอยู่บนคลื่น ทำให้แรงคลื่นระเบิดมองดูสง่างาม ไม่ว่ามันกวาดไปที่ใดต้นหญ้าต้นไม้กลายเป็นผุยผง หินและทราย มันแสดงถึงแรงกดดันและพลังที่รุนแรงทุกอย่างถูกถอนขึ้นกับพื้นทำให้เกิดรอยแตกแยกปรากฏไปทั่วขนาดก้อนหินที่มั่นคงที่สุดก็ยังแตกเป็นหินลูกเล็กลูกน้อยปลิวกระจายไปทั่วเหมือนกับอุกกาบาต แต่เมื่อสัมผัสพลังงานที่แฝงอยู่ในคลื่นแรงระเบิด ก็สลายไปในทันที
แสงไฟที่โชติช่วง, พลังสายฟ้าแปลบปลาบลูกเห็บปรากฏอยู่ในคลื่นระเบิดก่อเป็นรัศมีแสงที่เกิดจากการปะทะกันด้วยคุณสมบัติพลังงานที่แตกต่างกัน
คล้ายกับจะเป็นวันสิ้นโลก!
“พายุพลังงาน!”
หน้าของเมลิซซาซีดขาวไม่มีสีเลือด ทันใดนั้นนางตระหนักได้ว่าเป็นพายุพลังงานที่ถูกสร้างขึ้นโดยแสงแพรวพราวก่อนหน้านี้!
เพียงแต่พายุจะไม่มีพลังที่น่ากลัวอย่างนั้นมีแต่พลังงานปั่นป่วนที่หนาแน่นทำให้เกิดพายุพลังงาน แม้แต่พลังงานในอากาศก็เพิ่มมากขึ้นมากทำให้ทุกที่มีพลังผันผวนไปหมด
ทำให้พวกเขาไม่มีเวลาคิด เสียงกึกก้องน่าตื่นตระหนกปรากฏอยู่หน้าขบวนของพวกเขาทันที
บึ้ม!
ทัศนวิสัยของทุกคนมืดมัวเรือที่อยู่ใต้เท้าพวกเขาสั่นไม่หยุด และพวกเขาไม่สามารถยืนนิ่งอยู่ได้ประกายแสงเจิดจ้านับไม่ถ้วนและสายฟ้ากระพริบแปลบปลาบไปทั่วรอบนอกม่านพลังงานพวกเขารู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขาอยู่ในตาพายุหมุน ม่านพลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
เรือที่แข็งแรงมั่นคงปล่อยเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ขณะที่ความกลัวท่วมทับความรู้สึกทุกคน
เสียงแหลมและเสียงกรีดร้องตะโกนดังเข้าหูพวกเขา ฉากภาพระทึกใจอยู่ข้างหน้าพวกเขา เมลิซซาตะลึงไปเช่นกัน
ไม่มีใครรู้ว่าคงอยู่นานเท่าใด อาจจะชั่วเวลาไม่กี่วินาทีหรืออาจจะสองสามนาที แต่หัวใจของพวกเขาเต้นแรงและเสียงหวีดหวิวค่อยๆ ห่างออกไป และเรือที่กำลังโคลงเคลงสงบลง
ทุกคนค่อยๆ เรียกความสงบกลับคืนมา
“ตุ้บตุ้บ ตุ้บ!”
หน่วยคุ้มกันทุกคนทรุดตัวก้นกระแทกกับดาดฟ้า หน้าพวกเขาซีดขาวเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ตาของพวกเขาเหม่อมองไปไกล ขณะที่พวกเขาหอบหายใจร่างสั่นสะท้านอย่างมิอาจควบคุมไว้ได้
จอห์นสันดีขึ้นมาก เขาไม่ถึงกับทิ้งตัวลงนั่ง แต่มือของเขาจับราวแน่น หน้าซีดขาวพอกัน
หลังจากสองนาที จอห์นสันจึงคลายมือออก ซึ่งยังคงสั่นเล็กน้อย ขณะที่เขามองดูรอบๆอย่างมึนงง
พื้นข้างล่างพวกเขาอยู่ในความสับสนมีรัศมีที่ถูกพลังงานทำลายขยายตัวออกไปไกล
กองเรือทั้งหมดถูกพัดไปไกลสองสามร้อยเมตรและมีรอยขีดข่วนทั่วทุกที่ พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บและโชคดีไม่มีการสูญเสีย
‘พายุพลังงาน นั่นคือพายุพลังงาน พายุพลังงานในตำนาน
ตำนานบอกไว้ว่ามีเพียงกองทัพระดับสุดยอดที่ปลดปล่อยพลังโจมตีทำลายล้างทุกอย่าง
พวกเขาเห็นประจักษ์กับตาตนเอง
ราวกับว่าทุกคนรอดพ้นจากภัยพิบัติและมีชีวิตใหม่ที่ต้องทนทุกข์จากความเครียดและความสูญเสีย
ใช่แล้วความสูญเสีย
แม้แต่จอห์นสันเองก็ยังรู้สึกสูญเสียสิ้นหวัง พวกเขาไม่เคยดูแคลนพลังของโจรเลย แต่พายุพลังงานเปลี่ยนวิธีการมองกองทัพของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง
กี่กองทัพในทวีปกวงหมิงที่สามารถสร้างพายุพลังงานได้?
มีเพียงห้า!
ถูกแล้วมีเพียงสุดยอดห้ากองทัพของทวีปกวงหมิงเท่านั้นต้องเป็นห้าแม่ทัพพยัคฆ์กวงหมิงเท่านั้น
กองทัพ 200 คนไม่ด้อยไปกว่าห้าทัพพยัคฆ์กวงหมิงในขณะนั้นไม่คำนึงว่าจะเป็นแฟรงค์ผู้มากประสบการณ์และมีปัญญาฉลาดหรือจอห์นสันผู้มีประสบการณ์การสู้ หรือเมลิซซาผู้มีปัญญาไว พวกเขาล้วนอึ้งคิดอะไรไม่ออก
หลังจากสูญเสียความนึกคิด พวกเขารู้สึกตกใจ,กลัว นับถือ
จากนั้นมีความหวัง
ในดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ที่ซึ่งกองทัพครองความเป็นใหญ่ที่ซึ่งความแข็งแกร่งเป็นกฎ ที่ซึ่งผู้แข็งแกร่งได้รับการยกย่องให้เป็นราชา จะมีโอกาสใดที่ดีกว่านี้?
เทียบกันแล้ว สถานการณ์กลุ่มการค้าเมซฟิลด์ถือว่าไม่มีอะไรเลย ตราบใดที่พวกเขาสามารถคว้าสายใยความหวังนี้ได้ อย่างนั้นปัญหาของกลุ่มการค้าเมซฟิลด์ก็คงจะหายไป และพวกเขาจะมีแต่อนาคตที่รุ่งเรืองรออยู่
ไม่ว่ากองทัพนี้จะมาจากไหน ไม่ว่าพวกเขาจะมาจากทวีปกวงหมิงหรือไม่ก็ตามก็ไม่สำคัญ
ตราบใดที่กองทัพนี้คงอยู่พลังของมันเพียงพอสั่นสะเทือนได้ทั้งโลก บางทีกองทัพนี้คงไม่อาจครอบครองได้ทั้งโลก แต่องค์กรธุรกิจของพวกเขาอาจจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกองทัพนี้ก็ได้
แฟรงค์ปลาบปลื้มใจรู้ว่าไม่ว่ายังไงก็ตามพวกเขาไม่อาจพลาดโอกาสนี้ กลุ่มการค้าเมซฟิลด์ไม่สามารถดำเนินไปทางเส้นทางเดิมของพวกเขา ถ้าพวกเขาไม่เปลี่ยน พวกเขาจะค่อยๆเดินสู่ความเสื่อมโทรมและล่มสลายช้าๆ
ตอนนี้ เขากังวลอยู่อย่างเดียวทำอย่างไรจึงจะได้รับความเชื่อถือจากอีกฝ่ายหนึ่ง แม้ว่าซือหม่าเซี่ยวจะดูเป็นมิตรและอารมณ์ดีแต่เขาไม่ใช่คนที่เกลี้ยกล่อมได้ง่ายแน่นอน ถ้าพวกเขาไม่มีผลประโยชน์ พวกเขาก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวกับอีกฝ่ายได้
บางทีเขาต้องการบางอย่างที่น่าดึงดูดใจมากขึ้น
แฟรงค์ไตร่ตรองในความมืดอย่างเงียบงัน