ตอนที่ 18-3 เป้าหมาย
การชะลอลงมาของกฎธรรมชาติดึงดูดความสนใจจากชาวบ้านในหุบเขาจำนวนมากสมาชิกชาวสาขายูลานรีบมารวมตัวกันมองดูอาคารที่ลินลี่ย์ ไอน่า เดเลียและคนอื่นๆอาศัยอยู่
ชาวเผ่าตระกูลมองดูขณะที่บาลุคเดินเข้ามาหาเช่นกัน และพวกเขาหลีกทางให้เขาทันที
บาลุคเดินเข้ามาหาลินลี่ย์ “ลินลี่ย์, มีใครบรรลุระดับใหม่? บีบีใช่ไหม? บาลุครู้ว่าอาคารหลังนี้เป็นที่พักของบีบีดังนั้นเป็นธรรมดาที่เขาจะได้ข้อสรุปเช่นนั้น ลินลี่ย์กำลังอารมณ์ดี เขาหัวเราะและพยักหน้า
“บีบีกลายเป็นเทพชั้นสูงจริงๆ หรือนี่? เขายังทำได้ไวกว่าข้าเสียอีก” บาลุคส่ายศีรษะและหัวเราะ บาลุคติดอยู่ที่คอขวดของกฎธาตุน้ำอีกเพียงก้าวเดียวก็จะกลายเป็นเทพชั้นสูง
“ท่านหัวหน้าตระกูลอาจจะบรรลุพรุ่งนี้ก็ได้ ท่านจะกลายเป็นเทพชั้นสูงเช่นกัน” ลินลี่ย์พูดให้กำลังใจ
บาลุคจะแข่งกับบีบีได้อย่างไร?
บีบีมีเศษเสี้ยววิญญาณและพลังเพิ่มขึ้นเร็วอย่างไม่ธรรมดา
“ลุง, ท่านพ่อข้าตอนนี้เป็นเทพชั้นสูงแล้ว เขาจะทรงพลังเท่ากับท่านหรือเปล่า?” ตาของไอน่าเป็นประกายขณะมองดูลินลี่ย์
“ไม่เร็วขนาดนั้นหรอก” เวดที่อยู่ใกล้ๆพูดด้วยความมั่นใจ “อาบีบีเพิ่งจะเลื่อนเป็นเทพชั้นสูงเขายังต้องการเวลาสำหรับฝึก ในขณะที่ท่านพ่อข้าฆ่าอสูรเจ็ดดาวได้ก่อนจะเป็นระดับเทพชั้นสูงเสียอีก ตอนนี้เขาย่อมทรงพลังมากกว่าอยู่แล้ว” เวดรู้สึกภูมิใจในตัวลินลี่ย์อย่างเห็นได้ชัด
“แต่พ่อพูดเองว่า...” ไอน่าไม่เข้าใจจริงๆ
“เขาจะเก่งเท่าๆ ข้า” ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น
“ท่านพ่อ..” เวดมองดูลินลี่ย์ด้วยความสงสัย
“เวด, ต่อให้เป็นข้าก็ยังไม่รู้สึกมั่นในความสามารถว่าจะต่อต้านทักษะเทพธรรมชาติของอาบีบีเจ้าได้หรอกนะ” ลินลี่ย์อธิบาย
เมื่อบีบีถึงระดับเทพชั้นสูง พลังโจมตีปกติของเขาอาจธรรมดาในแง่ของพลัง แต่ทักษะเทพธรรมชาติกินเทพของเขาไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีความสามารถในการครอบงำได้อย่างแท้จริง จะมีเทพชั้นสูงสักกี่คนที่สามารถทนพลังโจมตีกินเทพได้? ที่สำคัญไม่มีทางที่นักสู้จะสามารถตอบโต้พลังกินเทพได้
“พี่ใหญ่! เลิกยอข้าเถอะ” เสียงคนผู้หนึ่งดังขึ้นและบีบีสวมหมวกฟางเดินออกมาจากห้องและหัวเราะเบาๆ
“พ่อ” ไอน่าวิ่งเข้าไปหาทันที
ลินลี่ย์เพียงแต่หัวเราะด้วยความประหลาดใจ “บีบี! ถ่อมตัวเกินไปหรือเปล่า? หายากจริงๆ” นี่แตกต่างจากนิสัยปกติของบีบี ลินลี่ย์สามารถรู้สึกได้..ว่าบีบีถึงระดับเทพชั้นสูงแน่นอนแล้ว
“เข้ามานั่งข้างในเถอะ”นีซต้อนรับทุกคนอย่างเป็นกันเอง
ลินลี่ย์,บาลุคและคนอื่นๆ ทุกคนเข้าไปในห้องรับแขก นีซรีบจัดเตรียมเครื่องดื่มมาให้ทุกคน หน้าของบีบีมีรอยยิ้ม และเขาดีใจจนคิ้วกระตุกขึ้นลง เขาหัวเราะลั่น “พี่ใหญ่! อย่ายอข้าต่อไปอีกเลย หลังจากกลายเป็นเทพชั้นสูงแล้วข้ารู้ตัวแล้วว่าตอนนี้ข้ามีพลังแค่ไหน”
“โอว?” ลินลี่ย์พูดด้วยความสงสัย
“ในที่สุดข้าก็เข้าใจว่าปูเบรุต...หลอกข้า!” บีบีพูดพลางถอนหายใจ
เมื่อเบรุตบอกบีบีว่าทันทีที่บีบีกลายเป็นเทพชั้นสูง พลังของเขาจะใกล้เคียงกับเบรุต
“พลังโจมตีที่ทรงพลังของข้าที่สุดเทียบได้กับปู่เบรุต แต่นั้นเป็นแค่ทักษะเทพธรรมชาติของข้า ข้าอย่างมากก็ใช้ทักษะเทพธรรมชาติได้สองครั้งก่อนที่พลังวิญญาณของข้าจะถูกใช้ไปหมด ไม่มีทักษะเทพธรรมชาติ ข้ามีแต่โดนต่อยตี อย่างมากก็เป็นหุ่นที่ใครๆ ทุบตีแล้วไม่ตายเท่านั้น” บีบีไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “เทียบกับปู่แล้ว ข้ายังอยู่อีกห่างไกล”
ลินลี่ย์หัวเราะ
“บีบี, ด้วยทักษะเทพธรรมชาติ ภายในระยะเวลาสั้นๆอย่างน้อยเจ้าก็สามารถฆ่ายอดฝีมือชั้นสูงได้สองคน แค่นั้นก็พอแล้ว” ลินลี่ย์กล่าว “ปู่ของเจ้าไม่ได้โกหกเจ้า เมื่อเจ้าใช้ทักษะเทพธรรมชาติ จะมีเทพชั้นสูงสักกี่คนที่เอาชนะเจ้าได้?”
บีบีถอนหายใจอย่างมีอารมณ์ “ข้าได้ยินว่าเมื่อปู่ขัดขวางแปดตระกูลใหญ่เมื่อในอดีต เขาเพียงแต่ใช้ไม้เท้าอย่างเดียว ผู้อาวุโสทุกคนของแปดตระกูลใหญ่ที่ถูกไม้เท้าฟาดจะตายทันที และแม้แต่ประมุขตระกูลที่ใช้สมบัติมหาเทพต้านรับก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส ปู่ไม่เคยใช้ทักษะเทพธรรมชาติ..”
ลินลี่ย์อดส่ายศีรษะไม่ได้
“บีบี,ปู่ของเจ้าหลอมรวมเคล็ดความรู้ลึกลับได้สองสามอย่างแล้ว” ลินลี่ย์กล่าว “เจ้ายังไม่ได้หลอมรวมสักเคล็ด แล้วเจ้าจะเทียบกับปู่ของเจ้าได้ยังไง?”
พลังต่อยและเตะของลอร์ดเบรุตแฝงไว้ด้วยพลังมหาศาล..แต่สำหรับบีบีเขาใช้ทักษะเทพธรรมชาติของเขาเพื่อต่อสู้ในระดับนั้น เห็นได้ชัดว่าบีบีไม่สบายใจกับเรื่องนี้
บาลุคที่อยู่ใกล้ๆพูดด้วยเสียงดังลั่น “บีบี,ทักษะเทพธรรมชาติเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การฝึกฝนหนักก็เป็นเรื่องที่จำเป็นด้วย.. ข้าเองก็เหมือนกันได้ยินว่าความแข็งแกร่งของร่างกายเจ้ายังเหนือกว่าร่างแปลงมังกรของลินลี่ย์ แต่เจ้ายังไม่ได้หลอมรวมเคล็ดลึกลับได้เลย ข้าคิดว่าเนื่องจากวิถีที่ลอร์ดเบรุตเป็นหนึ่งในสุดยอดฝีมือของแดนนรกเขาคงต้องหลอมรวมเคล็ดความรู้ได้หลายเคล็ดแน่นอน”
“ใช่แล้ว” บีบีพยักหน้า
ลินลี่ย์ก็คาดไว้แล้วอย่างไรก็ตามความแข็งและพลังของร่างหนูกินเทพในระดับเทพชั้นสูงเทียบได้กับประกายเทพ มีความเป็นไปได้ว่าแม้เขาแค่เพียงหลอมรวมสักสี่หรือห้าเคล็ดลึกลับเขาคงจะทรงพลังพอครอบงำทวีปได้
มีร่างที่ทรงพลังเป็นหลักบวกกับหลอมรวมเคล็ดลึกลับได้สี่หรือห้าเคล็ด...เบรุตก็สามารถย่ำไปทั่วแดนนรกทั้งหมดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะเขามีสมบัติมหาเทพ...
“ใครจะรู้กันว่าลอร์ดเบรุตหลอมรวมเคล็ดได้เท่าใดแล้ว” ลินลี่ย์สงสัย
ในอดีตจากที่สนทนากันระหว่างลินลี่ย์กับเบรุต ลินลี่ย์ได้รู้ว่า...เบรุตยังไม่ถึงระดับพารากอน อย่างไรก็ตามพรสวรรค์ธรรมชาติของเขาก็ทรงพลังมากอยู่ดี แม้ว่าเขาจะเพียงหลอมรวมได้สี่หรือห้าเคล็ดลึกลับก็ตาม เขาก็คงเทียบได้กับเทพชั้นสูงระดับพารากอน
“ข้าจำเป็นต้องฝึกฝนให้หนักเพื่อหลอมรวมเคล็ดลึกลับให้ได้” บีบีกัดฟัน
เมื่อเห็นสีหน้าบีบีแล้วลินลี่ย์อดหัวเราะไม่ได้ “อย่างนั้นบีบีข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะหลอมรวมเคล็ดได้ยังไง”
“บีบี” ทันใดนั้นนีซที่อยู่ใกล้ๆ เอ่ยปากขึ้น
“หืม?” บีบีมองนาง
“เจ้าลืมอะไรไปหรือเปล่า?” นีซจ้องมองบีบี “เรื่องที่สำคัญมาก!”
นีซจ้องมองทำให้บีบีรู้สึกสงสัย เขาอดเกาศีรษะไม่ได้ “เจ้าพูดถึงเรื่องอะไร?” นีซหงุดหงิด นางไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ในที่สุดนางอธิบาย “ตอนนั้นเจ้าบอกข้าว่าหลังจากเจ้ากลายเป็นเทพชั้นสูงแล้ว...”
“โอว..เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องไปเยี่ยมซาโลมอนพี่ชายของเจ้าใช่ไหม?” บีบีรู้ได้ว่านางกำลังจะพูดเรื่องอะไร และเขาทำสีหน้าปั้นยาก “เรื่องนั้นเจ้าเอาจริงหรือ?”
นีซทำหน้าบึ้งทันทีและนางได้แต่เงียบ
สีหน้าของนีซทำให้บรรยากาศในห้องโถงค่อนข้างอึดอัดลินลี่ย์ขมวดคิ้ว จากนั้นส่งสำนึกเทพถาม “บีบี, นี่เรื่องอะไรกัน?”
วันนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นวันที่น่ายินดี กลับลงเอยด้วยความไม่สบายใจอย่างนี้ได้ยังไง?
“พี่ใหญ่, นีซอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว และนางต้องการไปเยี่ยมซาโลมอนพี่ชายนาง แต่ท่านก็รู้ดีนี่ว่าข้ากับซาโลมอน...เจ้านั่นลืมมิตรภาพของคนอื่น โชคดีแค่ไหนแล้วที่ข้าไม่ฆ่าเขา จะให้ไปเยี่ยมเขาอีกหรือ?แต่เวลานั้นข้าไม่ต้องการให้นีซอึดอัด ดังนั้นก็เลยบอกผลัดนางไปว่าข้ายังแข็งแกร่งไม่พอ และนั่นเป็นการเดินทางที่อันตราย ข้าบอกว่าหลังจากข้ากลายเป็นเทพชั้นสูงข้าจะมีความแข็งแกร่งพอคุ้มกันนางไปทวีปเจดโฟลทได้ ข้าพูดไปตามน้ำอยากให้นางรู้สึกดีขึ้น แต่ใครจะคิดกันเล่าว่า...นางจำคำพูดเหล่านี้ไว้เสมอมา” บีบียังมีสีหน้าลำบากใจ
ลินลี่ย์เข้าใจเรื่องทั้งหมด
บีบีไม่ค่อยจริงจัง แต่นีซมักจำเอาไว้เสมอ ที่สำคัญหลังจากบิดามารดาของนางตายไปแล้วญาติที่เหลือของนางก็คือพี่ชายของนาง แม้ว่าซาโลมอนจะไม่จริงใจต่อลินลี่ย์และคนอื่นแต่เขามักจะทุ่มเทให้กับน้องสาวเสมอ
“ในอดีต..เจาบอกว่าทำให้ข้ารู้สึกดีไม่ใช่หรือ?” ในที่สุดนีซเอ่ยปาก ดวงตานางเริ่มมีน้ำตาเอ่อ
บีบีตะลึง..แต่เขาเป็นคนถือทิฏฐิดื้อรั้น
ตอนนั้นเขาใช้พลังโจมตีสูงสุดด้วยอาวุธประกายเทพต้องการจะฆ่าซาโลมอนด้วยมีดนั้น หลังจากนั้นเอลควินอสูรเจ็ดดาวป้องกันการโจมตีของเขาช่วยซาโลมอนไว้เป็นผลให้เอลควินต้องสูญเสียอาวุธสมบัติเทพของตนเอง
เพราะเหตุการณ์นั้นจะให้บีบีลดตัวไปเยี่ยมซาโลมอนได้อย่างไร? เป็นไปได้ว่าในใจของซาโลมอนยังมีความรู้สึกเกลียดต่อบีบีอยู่
“นินนี่ สิ่งที่พี่ชายเจ้ากระทำต่อข้าเมื่อปีนั้น...และความจริงที่ว่าเขาพยายามให้พี่ใหญ่ของข้าและเดเลียถูกฆ่า...” ขณะที่บีบีพูดเรื่องเหล่านี้นีซเริ่มหลั่งน้ำตาอย่างควบคุมตัวมิได้
ที่สำคัญคือนีซมีพี่ชายอยู่คนเดียว
เดเลียเมื่อเห็นเช่นนี้รู้ว่าหลายอย่างกำลังจะเลวร้ายนางพูดผ่านสำนึกเทพทันที “บีบี,หยุดพูดเรื่องเหล่านี้ แม้ว่าการกระทำของซาโลมอนในตอนนั้นนับได้ว่าไม่เป็นธรรมแต่เป็นเพราะเขาเชื่ออย่างผิดๆ ว่าลินลี่ย์หักหลังเขา เพื่อนินนี่เจ้าเดินทางไปเถอะ มิฉะนั้นนินนี่จะใจสลายไปทั้งชีวิต..ลินลี่ย์กับข้าก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้” เดเลียยังคงส่งสำนึกเทพบอกลินลี่ย์เช่นกัน
เห็นได้ชัดว่าเดเลียรู้ว่าคำพูดของลินลี่ย์มีผลโน้มน้าวใจบีบีมากที่สุด
“ช่างเถอะบีบี, ให้โอกาสซาโลมอนเถอะ ถ้าซาโลมอนปฏิเสธที่จะแสดงความเสียใจและเปลี่ยนความประพฤติ อย่างนั้นเจ้าก็ทำตามใจเถอะ” ลินลี่ย์พูดในใจกับบีบี
ลินลี่ย์คิดได้ว่านีซรู้สึกอย่างไร
ที่สำคัญนีซไม่มีความผิดอะไร นางไม่สมควรถูกตำหนิในเรื่องนี้
“ก็ได้ พี่ใหญ่ ข้าจะให้โอกาสเจ้านั่นอีกสักครั้ง!”
บีบีชำเลืองมองลินลี่ย์ จากนั้นพูดกับนีซ “พี่ชายของเจ้าเป็นตัวบัดซบจริงๆ เพราะสิ่งที่เขากระทำกับเรา!”
“พี่ของข้าเสียใจตั้งแต่นั้น เขาไม่รู้จริงๆ เขากล่าวหาท่านเพราะเข้าใจผิดซึ่งเป็นเหตุให้เขาทำตัวอย่างนั้น หลังจากนั้นมาเขาเสียใจจริงๆ” นีซรีบกล่าว
บีบียื่นมือประคองนีซ “นินนี่, อย่างนั้นก็ได้ เพื่อเจ้า,ข้าจะไปเยี่ยมพี่ชายเจ้า..แต่เกี่ยวกับปัญหาที่ว่าข้าจะเป็นยังไงเมื่อเผชิญหน้ากับเขานั่นขึ้นอยู่กับทัศนคติของเขา! ถ้าเขายังทำตัวแบบนั้น..อย่างนั้นเจ้าอย่าตำหนิข้าก็แล้วกัน”
บีบียังไม่อาจอดกลั้นความโกรธไว้ได้
“พี่ชายของข้าจะต้องสำนึกผิดและขออภัยแน่นอน” นีซรีบกล่าวและใบหน้าของนางมีรอยยิ้มอีกครั้งหนึ่ง
“พ่อ, แม่” ไอน่าค่อยกล้าพูดในที่สุด “ข้าอยากไปกับท่านด้วยเหมือนกัน!”
“ไม่ได้” บีบีขมวดคิ้ว “ไอน่า เจ้ายังไม่เป็นระดับเทพ เรากำลังจะไปทวีปเจดโฟลท การเดินทางยาวนาน และถ้าเผชิญพบเจอกับอันตรายในระหว่างทางแค่แรงระเบิดเล็กน้อยก็สามารถฆ่าเจ้าได้”
นีซเห็นด้วย“นาน่า รอคราวหน้าเถอะ”
เมื่อเห็นว่าทั้งบิดาและมารดาของนางมีความเห็นเหมือนกันทั้งคู่ไอน่ารู้สึกจนใจ
วันต่อมาบีบีทำตามคำขอของนีซออกเดินทางไปพร้อมกับนาง ทั้งสองคนออกจากเทือกเขาสกายไรท์มุ่งหน้าสู่แคว้นโคลด์คาล์มทวีปเจดโฟลท นี่เป็นการเดินทางระยะยาวกว่าจะกลับมาน่าจะใช้เวลาอีกร้อยปี
สำหรับลินลี่ย์และเดเลียพวกเขากับเวดและไอน่าเดินทางท่องเที่ยวแคว้นอินดิโก
แม้ว่าจะอยู่ในแคว้นอินดิโกมาหลายปี แต่พวกเขาไม่มีโอกาสไปเยี่ยมชมสถานที่มีชื่อเสียงในแคว้นอินดิโก ขณะที่เผชิญพบเจอปัญหาบางอย่างขณะเดินทางในแคว้นอินดิโกด้วยพลังของลินลี่ย์ก็สามารถคลี่คลายปัญหาได้ทั้งหมดแล้ว
พริบตาเดียว..
ก็เที่ยวเดินทางเป็นร้อยปี ระหว่างร้อยปีนี้ร่างแยกทั้งสี่ของลินลี่ย์ยังเพ่งสมาธิกับการฝึกฝนร่างแยกธาตุน้ำได้รับประโยชน์มากที่สุดในที่สุดก็เริ่มฝึกเคล็ดลึกลับที่หก ร่างแยกธาตุลมของเขากำลังฝึกเคล็ดที่แปดเช่นกัน..แต่ร่างแยกธาตุไฟของเขาจะลำบากหน่อย ยังคงติดอยู่ที่เคล็ดที่สี่และยังไม่มีความคืบหน้าในการเข้าใจพื้นฐานในอีกสองเคล็ดที่เหลือ
เห็นได้ชัดว่าพรสวรรค์ของลินลี่ย์เกี่ยวกับธาตุไฟอ่อนกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ภายในอสูรโลหะ ลินลี่ย์นั่งบนเก้าอี้
“ลินลี่ย์ เจ้าฝึกถึงเคล็ดที่หกธาตุน้ำแล้วดูท่าทางมีความสุขของเจ้าก็รู้แล้ว” เดเลียนำจานอาหารและเหล้ามาให้”
ตาลินลี่ย์เป็นประกาย “ไม่ถูก,ข้าไม่ได้มีความสุขเพราะข้าฝึกถึงเคล็ดที่หกธาตุน้ำแต่เป็นเพราะเคล็ดพลังธาตุและเคล็ดสนามพลังโน้มถ่วงเริ่มเชื่อมโยงกันเล็กน้อย” ลินลี่ย์มีความสุขไม่มีใดเปรียบ “เป็นเวลาสองร้อยปีแล้ว เกินกว่าสองร้อยปีแล้วเรื่องราวระหว่างตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์และแปดตระกูลใหญ่ถึงที่สุด ในที่สุดข้าก็ก้าวหน้าได้บ้างในเรื่องของกฎธรรมชาติธาตุดิน! ความก้าวหน้านี้หมายความว่าข้ามีหวังจะหลอมรวมเคล็ดลึกลับสี่อย่างได้”
“หลอมรวมสี่เคล็ด?” เดเลียถาม
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน แม้ว่าเคล็ดลับพลังธาตุจะหลอมรวมกับเคล็ดแก่นธาตุและเคล็ดสนามพลังโน้มถ่วง ก็เป็นแค่ความเชื่อมโยงแต่ยังไม่สามารถหลอมรวมได้ โชคดีหลอมรวมกับเคล็ดชีพจรโลกได้สำเร็จแล้ว หลังจากอีกสองเคล็ดหลอมรวมได้สิ้นเชิงข้าจะหลอมรวมเคล็ดทั้งสี่ให้เป็นหนึ่ง” ลินลี่ย์รู้ดีว่าเพื่อให้เคล็ดลึกลับทั้งสี่หลอมรวมกันเขาจะต้องแยกหลอมรวมเคล็ดพลังธาตุกับอีกสามเคล็ดลึกลับ
และจากนั้นเขาจะเริ่มหลอมรวมขั้นสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบ
“แต่ยังต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด?” เดเลียถามอีกครั้ง
“ถ้าข้าทำได้เร็ว ใช้เวลาไม่กี่ร้อยปีหรือพันปี ถ้าข้าช้าก็ใช้เวลาหมื่นปี” ลินลี่ย์หัวเราะ
“นานเกินหรือเปล่า?” เดเลียหัวเราะเช่นกัน
ลินลี่ย์พูดอย่างจริงจัง “เดเลีย! ข้าฝึกมาจนบัดนี้ก็เป็นเวลารวมกันสองพันปีแล้วถ้าข้ายังฝึกต่อไปด้วยความเร็วระดับนี้..การหลอมรวมเคล็ดลึกลับทั้งสี่ภายในหมื่นปีก็ทำให้เฉลิมฉลองกันได้แล้ว” ลินลี่ย์มองดูแดนนรกออกไปที่นอกหน้าต่าง
“ข้าไม่มีอะไรต้องเสียใจแล้ว ข้าเพียงหวังแต่ว่าสักวัน ข้าจะฝึกได้ถึงขั้นสูงสุด ไม่ว่าภายในหมื่นปีล้านปีหรือนานกว่านั้นก็ตาม... ข้าจะไล่ตามเป้าหมายต่อไป” ตาของลินลี่ย์เต็มไปด้วยแววแห่งความหวัง
ปีนั้นที่เดลินโคเวิร์ทพาเขาเข้าสู่เส้นทางฝึกฝน แม้ว่าเป้าหมายอันดับหนึ่งของลินลี่ย์ก็คือแก้แค้น ขณะที่ฝึกเพื่อแก้แค้นลินลี่ย์ก็หลงรักการฝึกฝน และรู้สึกว่าตนทำได้เกินขีดจำกัดอย่างต่อเนื่อง
“ลินลี่ย์! เจ้าจะทำให้สำเร็จจนได้ ข้าจะอยู่กับเจ้าตลอดเวลา และจะรอดูเจ้าไปจนถึงจุดสูงสุดยอด!” เดเลียอดจับมือลินลี่ย์ไม่ได้และพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน