ตอนที่ 12-27 สู้ตาย
ในห้องใต้ดินที่สลัวมืดหมอกสีเทานั้นกระจายเต็มไปทั้งห้องทันที ถ้าลินลี่ย์เลือกจะหลบหนีเงื่อนไขเดียวที่มีคือเขาจะต้องถอยหลังซึ่งในกรณีนั้นผู้วิเศษก็จะฉวยโอกาสหนี เมื่อเทพสู้กัน ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ทันที
“ฮึ่ม!” ตาของลินลี่ย์ดุร้ายและมุ่งมั่น ไม่สนใจหมอกเทาเขาพุ่งตรงเข้าหาผู้วิเศษ
“ข้าเป็นปฏิปักษ์กับคนผู้นี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
ผู้วิเศษเห็นว่าลินลี่ย์ไม่หลบและยังคงบุกตรงเข้าหาเขาก็ตกใจหนักจนไม่ทำอะไรอย่างอื่น เขาบินขึ้นไปข้างบน
“ปัง!” เพดานหินเบื้องบนแยกจากกันเหมือนกับเต้าหู้และเกิดอุโมงค์ที่ขุดออกไปอย่างง่าย
หมอกเทาไม่สนใจพลังเทพปกป้องสายธาตุลมและเกล็ดมังกรของลินลี่ย์ยังคงเข้าไปในร่างของลินลี่ย์ตรงเข้าหาใจของเขา ลินลี่ย์หัวเราะกับตนเองอย่างเยือกเย็น “อย่างที่ข้าคิด โจมตีวิญญาณ!”
ลินลี่ย์เตรียมตัวมาสำหรับการต่อสู้กับผู้วิเศษนี้แล้ว
“แครก แครก...” หมอกเทาพยายามโจมตีใส่วิญญาณลินลี่ย์ แต่โชคร้ายแทบจะทันทีที่มันสัมผัสกับเยื่อพลังใสที่น่ากลัวก็สูญสลายไปทันทีมีเพียงหมอกบางส่วนที่ยังเกาะช่องว่างที่ลินลี่ย์ใช้พลังวิญญาณของเขาอุดไว้ จึงอยู่ได้นานขึ้นเล็กน้อย
แต่ปริมาณหมอกเทาที่โจมตีช่องว่างน้อยมาก ขณะที่ลินลี่ย์เพ่งพลังจิตของเขาป้องกันส่วนที่แยกนั้น
“เจ้าเฒ่าบัดซบนี่ไวจริงๆ” ลินลี่ย์เร่งความเร็วจนถึงขีดจำกัด ไล่ตามผ่านอุโมงค์ที่เพิ่งสร้างใหม่ไป
ความจริงเมื่อเข้าถึงระดับเทพไม่มีความแตกต่างกันมากนักระหว่างจอมเทพกับนักรบ เป้าหมายสูงสุดของทั้งจอมเวทและนักรบก็คือกลายเป็นเทพ หลังจากกลายเป็นเทพ ระดับชั้นของทั้งสองจะเน้นไปที่การฝึกกฎธาตุ เพราะการเป็นนักรบหรือจอมเวทเป็นเรื่องในอดีต เมื่อการสู้รบเริ่มขึ้นคนผู้นั้นอาจเชี่ยวชาญสู้ระยะประชิดหรือห่างก็ได้
แต่ในแง่ของความเร็ว!
เซียนจอมเวทธาตุแสงอย่างเช่นเดลี่เมื่อกลายเป็นเทพมีแนวโน้มว่าจะไวกว่านักรบที่กลายเป็นเทพทั้งหมด
ผู้วิเศษมีความเร็วมากแทบจะเหนือกว่าเทพชั้นต้นทั่วไป แต่ความเร็วของลินลี่ย์..ก็สูงอย่างน่าประหลาด พื้นที่ซึ่งลินลี่ย์กล้าพูดได้ว่ามีความเร็วเหนือกว่าเทพอื่นและจากห้องใต้ดินขึ้นมาผิวดินเบื้องบนมีระยะแค่พันเมตร
ระยะห่างเล็กน้อยแค่นี้นับว่าไม่มีอะไรเลย ลินลี่ย์ไล่ทันผู้วิเศษอย่างรวดเร็ว
กระบี่ส่งเสียงครางกระหึ่มและชัดเจนมาก ผู้วิเศษบังคับตนเองให้สงบไม่ยอมให้วิญญาณได้รับผลกระทบ “เทพผู้นี้สามารถใช้เสียงโจมตีวิญญาณได้ เราไปทำให้คนผู้นี้โกรธเมื่อใดกัน?” ผู้วิเศษโกรธตัวเอง เมื่อเผชิญหน้ากับกระบี่มรณะอย่างนี้ ผู้วิเศษก็ต้องกวัดแกว่งเคียวดำของเขาต้านรับด้วยเช่นกัน
“แคล้ง!”
ความเร็วในการโจมตีของผู้วิเศษนับว่าสูงอย่างไม่น่าเชื่อและสามารถป้องกันพลังโจมตีของลินลี่ย์ได้
หลังจากเข้าถึงระดับเทพ พลังอำนาจของดาบมิติบั่นเศียรก็เพิ่มขึ้นอีกมาก เกิดริ้วระลอกมิติใกล้ๆและพลังที่น่ากลัวกระแทกใส่เคียวดำ อย่างไรก็ตามผู้วิเศษมีกลยุทธและประสบการณ์มากกว่าลินลี่ย์อย่างเห็นได้ชัด
“ปัง!”
อาศัยแรงเหวี่ยงที่เกิดจากการปะทะ ผู้วิเศษก็บินข้ามท้องฟ้าไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับแรงระเบิดตามหลังเขา อาคารบนภาคพื้นถูกระเบิดพังกระจัดกระจายจากแรงปะทะ ขณะที่ผู้วิเศษพุ่งสูงขึ้นไปในท้องฟ้า
อย่างไรก็ตามลินลี่ย์เร็วกว่าและไล่ตามทันเขาในพริบตาขวางผู้วิเศษไว้ในกลางอากาศ
ต้องเข้าใจไว้ว่าช่องเขานี้เป็นฐานที่สำคัญสำหรับหอการค้าดอว์สันซึ่งรับผิดชอบภารกิจในกิจการของหอการค้าดอว์สันในจักรวรรดิบาลุค มีคนเป็นหมื่นประจำการที่นี่อยู่นานแล้ว และการต่อสู้ของลินลี่ย์กับผู้วิเศษทำให้พื้นที่ของหุบเขาทั้งหมดสั่นสะเทือน และแม้แต่อาคารเหล่านั้นเริ่มพังทลาย โคมไฟเริ่มถูกจุดไปทั่วหุบเขาทันที
เสียงคำรามโกรธเกรี้ยวไม่พอใจได้ยินอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้จัดการสาขาของหอการค้าดอว์สันเริ่มตั้งตัวได้และสั่งคนของพวกเขา
“เกิดอะไรขึ้น?” เยลตวาดขณะที่เดินออกมาที่ว่างด้วยความโกรธ
ตอนนี้เกือบทุกคนในหุบเขากำลังเดินออกมานอกบ้านพักมาอยู่ในพื้นที่ว่าง ขณะนั้นแผ่นดินไหวและอาคารนั้นระเบิดทำให้หลายคนตกใจ ตอนนี้พวกเขาไม่กล้าอยู่ในบ้านของตนเองต่อไปอีกแล้ว
“ท่านประธาน, จู่ๆ อาคารที่พักระเบิดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยมีคนถูกฆ่าตาย ศีรษะของพวกเขาถูกหินปลิวกระแทก ขณะที่อีกสามคนได้รับบาดเจ็บ”
“มีคนอยู่เหนือพวกเรา!” ทันใดนั้นเสียงตะโกนตื่นเต้นดังจนได้ยิน “พวกเขาลอยตัวอยู่ในอากาศ!”
“เซียน!” หลายคนร้องตกใจ คนที่นี่ทั้งหมดเงยหน้าจ้องมองในอากาศเหนือหุบเขา แม้ว่าจะเป็นยามราตรี แต่หลายคนจุบคบเพลิงและแสงโคมเหล่านั้นรวมทั้งแสงจันทร์เลือนรางทำให้พวกเขาเห็นเงาร่างในอากาศเลือนราง
เมื่อเห็นร่างทั้งสองในอากาศ เยลสีหน้าเปลี่ยน
“ผู้วิเศษ? และ...นักรบเลือดมังกร?” เพราะความเชื่อมโยงกันทางวิญญาณของเขาเยลรู้สึกได้ชัดว่าผู้วิเศษอยู่เหนือเขา แต่นักรบเลือดมังกรนี้เป็นใคร เยลไม่แน่ใจ เพราะเกล็ดของนักรบเลือดมังกรเรืองแสงเป็นสีฟ้าทอง
“นั่นคือนักรบเลือดมังกร!” ใครบางคนพูดด้วยความประหลาดใจ
คนข้างล่างทุกคนจ้องมองด้วยความตื่นเต้น
ลินลี่ย์จ้องมองเซียนจอมเวทข้างหน้าเขา เขาลอบตกใจ “ข้าคิดไม่ถึงเลยว่า เจ้าผู้นี้จะน่าทึ่งขนาดนี้ สามารถสู้ระยะประชิดได้”
เขาเพิ่งโจมตีไปสามกระบี่แล้วซึ่งทั้งหมดนั้นผู้วิเศษนี้สามารถป้องกันรับไว้ได้ด้วยเคียวดำ
ถ้าเขาสู้ระยะประชิดได้ย่ำแย่พ่อมดผู้วิเศษนี้คงตายไปตั้งแต่อยู่ในพิภพเกบาโดสนานแล้ว สามารถรอดอยู่ได้ในที่อย่างนั้นไม่มีใครสามารถเห็นจุดอ่อนของเขาได้ชัดเจน ถ้าคนเรามีจุดอ่อนใหญ่เกินไป ก็จะต้องมีเวลาที่คนอื่นฉวยจุดอ่อนและฆ่าท่านได้แน่นอน
“เจ้าเป็นใคร? ดูเหมือนเราทั้งสองไม่เคยเป็นปฏิปักษ์ต่อกันมาก่อนใช่ไหม?” ผู้วิเศษยืนอยู่ในอากาศจ้องมองลินลี่ย์ขณะพูด “บางทีเจ้าคงเข้าใจอะไรผิด?” ผู้วิเศษไม่ต้องการเริ่มการต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ เมื่อเขายังบาดเจ็บหนักอยู่
เมื่อดูร่างมังกรแปลงที่อยู่หน้าเขา ผู้วิเศษนึกถึงลินลี่ย์เป็นคนแรก
แต่ต่อมาในทันทีเขาละทิ้งความคิดนั้นไป “ไม่ใช่ลินลี่ย์ ลินลี่ย์เป็นแค่เซียนคนหนึ่ง นอกจากนี้เยลยังบอกข้าว่าหลังจากลินลี่ย์แปลงเป็นนักรบเลือดมังกรระดับเซียนแล้วเกล็ดมังกรของเขาเป็นสีน้ำเงินเข้มและไม่ใช่สีอย่างนี้... คนที่อยู่ต่อหน้าข้าเห็นได้ชัดว่าเป็นเทพ”
“เป็นไปได้ไหมว่าเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสตระกูลนักรบเลือดมังกร?” ผู้วิเศษพึมพำในใจ
หลังจากกลับมาทวีปยูลาน เขาเรียนรู้เรื่องราวได้ไม่มากแต่ก็ยังรู้ว่าห้าพันปีที่แล้ว ปรากฏตระกูลสี่สุดยอดนักรบขึ้น
“หรือว่าจะเป็นผู้อาวุโสของตระกูลนักรบเลือดมังกรค้นพบว่าข้าส่งเยลไปฆ่าลินลี่ย์?” ผู้วิเศษอดคาดเดาไปในทางนั้นไม่ได้
“ไม่มีความเป็นปฏิปักษ์หรือ?”
เสียงเยือกเย็นดังออกมาจากปากลินลี่ย์ “ถ้าเราไม่มีความเป็นปฏิปักษ์กันข้าจะมาทำไม...” พูดไม่ทันขาดคำลินลี่ย์ก็กลายเป็นสายลมโจมตีใส่ผู้วิเศษ เคียวดำของผู้วิเศษกลายเป็นเงาดำเข้ามาป้องกันไว้อีกครั้ง
“ฮึ่ม” พ่อมดผู้วิเศษในตอนนี้เต็มไปด้วยเพลิงอำมหิตต้องการจะฆ่าเช่นกัน เนื่องจากคู่ต่อสู้ไม่ต้องการเจรจาด้วย อย่างนั้นต่อให้เขาต้องเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บอีกครั้งเขาจะฆ่าเจ้าคนที่อยู่ต่อหน้าเขาให้ได้
เคียวดำสั่นสะท้านและแสงสีเขียวในดวงตาของพ่อมดผู้วิเศษสว่างเจิดจ้าขึ้น เสียงต่ำที่น่ากลัวเปล่งออกจากปากของพ่อมดผู้วิเศษและในทันใดนั้นเคียวดำขนาดมหึมาปรากฏออกมาอย่างไม่มีสัญญาณเตือนฟันตรงใส่ลินลี่ย์ สำหรับลินลี่ย์เขาเอียงตัวหลบขณะที่โจมตีด้วยกระบี่เลือดม่วงในมือของเขาแทงใส่ร่างของพ่อมดผู้วิเศษ
กระบี่เป็นล้านๆ ปรากฏขึ้น...
สัจธรรมแห่งสายลม – ระลอกลม!
ระดับปัจจุบันของเขาเมื่อใช้เคล็ดระลอกลม ทุกๆกระบี่สามารถสร้างและฉีกพื้นที่มิติได้ กระบี่เป็นล้านๆคลุมรอบตัวพ่อมดจอมเวททันที แม้ว่าพ่อมดผู้วิเศษจะกวัดแกว่งเคียวได้รวดเร็วก็ตาม แต่ไม่ว่าเขาจะเร็วมากเพียงใด ก็ไม่สามารถป้องกันเงากระบี่เป็นล้านๆเหล่านี้ได้
ใจพ่อมดผู้วิเศษเต็มไปด้วยความโกรธ
เคียวของเขาตวัดฟันทันทีและเปลี่ยนสภาพเลือนรางป้องกันเงากระบี่ที่แทงเข้ามาที่ศีรษะของเขาทักษะควงดาบของเขา นี่คือสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดเขาไม่สามารถป้องกันเงากระบี่ได้ทั้งหมดเงากระบี่ม่วงหลายสายฟันใส่ร่างของผู้วิเศษที่เหลือจนเหมือนเนื้อบดซึ่งถูกกลืนกินโดยรอยฉีกเล็กๆในมิติ
หัวของพ่อมดผู้วิเศษปลิวไปไกลทันทีและแม้แต่เคียวดำก็บินตามไปพร้อมกันด้วย
“ข้าบาดเจ็บหนักจริงๆ แต่เจ้ากำลังจะตาย” พ่อมดผู้วิเศษรู้ดีว่าท่าโจมตีของเขานั้นทรงพลังถึงเพียงไหน กล่าวโดยทั่วไป วิญญาณของเทพชั้นต้นทั้งหมดเมื่อเผชิญกับพลังโจมตีของเคียววิญญาณมหึมาที่เขาเพิ่งใช้ไปจะต้องถูกตัดขาดครึ่ง
เคียวดำมหึมาที่สร้างขึ้นโดยพ่อมดผู้วิเศษ
พ่อมดผู้วิเศษไม่มีอะไรแต่พลังจิตของเขาตัดผ่านกะโหลกผ่าเข้าไปในจิตใจของลินลี่ย์
“แคล้ง!”
เคียวดำเมื่อกระแทกกับเยื่อเกล็ดใส ก็แตกสลายทันที พลังงานมากกว่าครึ่งสลายไปทันที
พลังงานที่ยังเหลืออยู่ปริมาณเล็กน้อยกลายเป็นพลังงานสีดำแต่ก็ยังมีมากพอโจมตีอย่างรุนแรงบ้าคลั่งได้พลังงานสีดำโจมตีอย่างไม่เจาะจงและปะทะใส่รูที่ลินลี่ย์ใช้พลังจิตอุดเอาไว้ พลังจิตที่ลินใช้อุดไว้คงอยู่ได้ระยะหนึ่งก่อนที่จะแตกสลายและจากนั้นมีพลังสีดำเพียงเล็กน้อยที่เหลืออยู่ ลินลี่ย์รีบใช้พลังจิตวิญญาณที่ยังเหลือของเขาทำลายมันทั้งหมด
“เป็นพลังโจมตีวิญญาณที่น่ากลัวจริงๆ” ลินลี่ย์ประหลาดใจ
เป็นเรื่องยากมากที่ควบคุมพลังวิญญาณ กล่าวโดยทั่วไปจอมเวทระดับเก้าก็ทำได้เพียงขยายและรั้งพลังจิตของตนได้เท่านั้น
ขณะที่เซียน พวกเขาสามารถเคลื่อนพลังวิญญาณได้เพียงเล็กน้อยแต่เป็นเรื่องยากมากในการใช้พลังวิญญาณโจมตี สำหรับเทพที่อยู่ต่อหน้าเขานี้ เขาสามารถใช้พลังจิตสร้างเป็นเคียวดำที่เป็นของแข็งได้ นี่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจจริงๆ
“เขามีชีวิตสร้างชื่อเสียงในฐานะเป็นยอดฝีมือผู้กลั่นวิญญาณ นับว่าเป็นผู้น่ากลัวในแดนวิญญาณจริงๆ” ลินลี่ย์รู้สึกอัศจรรย์ใจ
ถ้าไม่มีการป้องกันความเสียหายนั้นไว้เยื่อพลังใสซึ่งดูดซับพลังโจมตีส่วนใหญ่ไว้บางทีลินลี่ย์คงได้รับบาดเจ็บหนักจากพลังโจมตีนั้นได้ง่ายแน่
“แคร็ก แคร็ก...”
ร่างของผู้วิเศษเริ่มรักษาตัวอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันเขาคว้าแหวนมิติเก็บของที่หล่นลงไปมาสวมไว้ ร่างของเทพปกติจะเก็บพลังศักดิ์สิทธิ์ไว้มากมาย พ่อมดผู้วิเศษปกติจะไม่เข้าใจผิดกระทำการผิดพลาด ร่างของเขาฟื้นฟูเป็นปกติสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว
“ตอนนี้เจ้านั่นน่าจะตายแล้ว” พ่อมดผู้วิเศษมองดูลินลี่ย์ด้วยความระมัดระวัง
เขาพบว่า..ลินลี่ย์กำลังมองดูเขา มุมปากของเขายกโค้ง เขากำลังยิ้ม?
“อะไรกัน?” พ่อมดผู้วิเศษประหลาดใจ
แม้แต่ในพิภพจองจำเกบาโดสเขาอาศัยการโจมตีนี้เพื่อครอบงำ การโจมตีนี้ล้มเหลวเพียงครั้งเดียว นั่นก็คือ เมื่อเขาเผชิญกับเทพชั้นต้นยอดฝีมืออย่างมูบา หลังจากนั้นได้รับบาดเจ็บทางวิญญาณอย่างหนักเพราะใช้งานพลังโจมตีสูงสุดซึ่งทำให้มูบาบาดเจ็บลึกและบังคับเขาให้หนีไป
“ข้าแค่ต้องการดูว่าพลังเทพของเจ้าสามารถใช้ฟื้นฟูได้มากแค่ไหนเท่านั้น!” ลินลี่ย์แค่นเสียง
ลินลี่ย์รู้ดีว่าการรวบรวมพลังเทพให้มากขึ้นเป็นกระบวนการที่ช้ามาก สามารถซ่อมแซมร่างกายคนได้รวดเร็วเป็นผลของการใช้พลังเทพที่สะสมอยู่ในร่างกายมานาน แต่ปริมาณพลังเทพเพียงพอใช้ได้ครั้งหรือสองครั้งที่สำคัญปริมาณพลังเทพที่พ่อมดผู้วิเศษเพิ่งใช้ไป กับร่างกายที่ถูกทำลายไปนับว่าเป็นปริมาณที่น่าทึ่ง
ประกายแสงม่วงที่ร้ายกาจวาบขึ้นอีกครั้งและเสียงครางกระหึ่มดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
เงากระบี่เป็นล้านๆถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
หน้าของพ่อมดผู้วิเศษซีดขาว หลังจากมีประสบการณ์ต่อสู้ที่คุกคามชีวิตหลายครั้งในพิภพจองจำเกบาโดส เขาสามารถกำหนดผลที่ออกมาของการต่อสู้ครั้งนี้ได้ทันที ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป พลังเทพของเขาจะใช้ไปทั้งหมดและจากนั้นเขาจะไม่สามารถป้องกันการโจมตีของลินลี่ย์ และเขาจะต้องตายแน่นอน!
“อ๊าคคค! นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว!!!” พ่อมดผู้วิเศษรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
พ่อมดผู้วิเศษไม่มีความลังเลใจต่อไปและตัดสินใจเลือกใช้..... ไม้ตายสุดท้ายที่เขาใช้กับมูบา
“ครั้งสุดท้ายที่ข้าใช้วิชานี้ วิญญาณของข้าได้รับความเสียหายอย่างหนัก ข้าหวังว่าครั้งนี้ หลังจากใช้วิชานี้วิญญาณของข้าคงจะไม่พังทลายโดยตรง” พ่อมดผู้วิเศษไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าเขาไม่ทำเช่นนี้ เขาจะต้องตายแน่นอน ตาของเขาพ่อมดผู้วิเศษยิงรังสีดำสองสายซึ่งทะลุเข้าไปในเคียวดำโดยตรงและเริ่มสั่น
ในทันทีนั้นรังสีเคียวเก้าสายปรากฏออกมากลางอากาศอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเคลื่อนไหวไปตามจังหวะแปลกประหลาดเคียวดำทั้งเก้าม้วนเป็นวงจากนั้นฟันใส่ลินลี่ย์ไม่ให้โอกาสเขาได้หลบ
ไร้เสียงและที่สำคัญคือ ป้องกันไม่ได้!
“แย่แล้ว”ลินลี่ย์ต้องการหนี แต่เคียวดำทั้งเก้าบินเป็นแนวโค้งทำให้เขาไม่มีที่หนี
ลินลี่ย์ไม่สามารถป้องกันเคียวดำทั้งเก้าซึ่งฟันลงมาที่ใจของเขา
“ปัง!”
เคียวดำทั้งเก้าส่วนใหญ่ปะทะใส่เยื่อเกล็ดพลังสีใสและกระจายออกไปแต่มีอยู่เล่มหนึ่งฟันใส่ช่องว่างที่ลินลี่ย์ใช้พลังจิตอุดไว้จนพังทลายทันทีและเคียวดำนั้นฟันเข้าใส่วิญญาณลินลี่ย์
พลังจิตทะลักเข้าช่องว่างเหมือนคลื่นมุ่งจู่โจมใส่วิญญาณรูปกระบี่
“แคล้ง!” เคียวดำฟันใส่วิญญาณรูปกระบี่โดยตรง
“ครืนนน...”วิญญาณรูปกระบี่สั่นสะท้านรุนแรง
ขณะนั้นเองหยดน้ำสีฟ้าสามหยดที่ซ่อนอยู่ภายในแหวนมังกรขนดที่ลินลี่ย์สวมอยู่มีอยู่หยดหนึ่งเปล่งพลังงานทันที แสงสีฟ้าปกป้องฉาบผิววิญญาณรูปกระบี่ของลินลี่ย์เพิ่มขึ้นทันทีในที่สุดก็ทำลายเคียวดำนั้นได้
“อา!” ลินลี่ย์กุมศีรษะตนเองร่วงลงจากฟ้าส่งเสียงร้องเต็มที่ วิญญาณเขาไม่ได้ถูกทำลาย แต่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะที่รุนแรงครั้งนี้
ขณะที่มองดูร่างลินลี่ย์ร่วงลงจากท้องฟ้าพ่อมดผู้วิเศษมีรอยยิ้มที่ใบหน้า “ในที่สุดเขาก็ตายจนได้”
แต่ขณะที่ร่างหลักของลินลี่ย์ร่วงลงจากอากาศ...
“ควั่บ!” ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ก็บินออกมาจากร่างหลักกระบี่เลือดม่วงอยู่ในมือของเขาร่างแยกศักดิ์สิทธิ์จับกระบี่เลือดม่วงไว้แน่นและพุ่งตรงเข้าหาพ่อมดผู้วิเศษที่วิญญาณของเขาใกล้จะพังทลาย
ประกายกระบี่นับไม่ถ้วนสว่างวาบ
พ่อมดผู้วิเศษเงื้อเคียวดำอย่างสิ้นหวัง “ไม่....!”
ร่างของพ่อมดผู้วิเศษถูกสับเละจากเงากระบี่นับล้านๆและพลังบางส่วนของกระบี่เลือดม่วงกระแทกใส่ประกายศักดิ์สิทธิ์อย่างรุนแรงทำให้วิญญาณของพ่อมดผู้วิเศษซึ่งผสานเข้ากับประกายศักดิ์สิทธิ์แตกสลาย ขณะที่ประกายศักดิ์สิทธิ์ร่วงลงไป
ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์เหยียดมือคว้าประกายศักดิ์สิทธิ์ไว้ จากนั้นเปลี่ยนเป็นร่างเลือนรางบินไปที่ร่างหลัก
ประกายสับสนฉายผ่านในดวงตาเยล แต่จากนั้นเวลาต่อมา สายตาเขาก็เห็นชัดอีกครั้ง
ขณะที่มองลินลี่ย์ที่กลับคืนร่างเป็นมนุษย์บนพื้นแล้ว เยลถึงกับตาแดงและเขารีบเข้าไปหาทันที “น้องสาม!”