ตอนที่35: อย่ามองคนแค่ภายนอก 2
‘โอะ?’
ไม่ใช่แค่โกโจเท่านั้นที่ตกใจ.
เช้านี้ก่อนที่พวกเขาจะมาหาเธอ เธอก็นั่งอยู่คนเดียวอย่างเบื่อหน่ายเหมือนเช่นเคย.
ตั้งแต่วันที่เธอเลิกเป็นเค็นปาจิคนแรกและเข้าหน่วยที่4แล้วเปลี่ยนชื่อจาก ยาจิรุเป็นเร้ตสึ เธอก็ได้ควบคุมรังสีอาฆาตของตัวเองมาตลอด.
ขนาดพวกควินซี่ที่กำลังจะสูญพันธ์ไปณ บนโลก เธอยังไม่สนใจเลย.
เพราะถ้าจะให้เทียบกับพวกควินซี่เมื่อพันปีก่อนที่นำโดยจูฮาบัชแล้ว พวกควินซี่ในตอนนี้นับว่าอ่อนแอเกินกว่าจะทำให้เธอเลือดร้อนได้.
คนสุดท้ายที่ทำให้เธอสนุกได้ก็มีแค่เจ้าหนูซาราคิ พอนึกถึงเขาแล้วรอยแผลที่คอก็เจ็บแปล๊บขึ้นมาทันที.
น่าเสียดายที่เด็กในวันนั้นกลับกลายเป็นเพียงแค่ซากในวันนี้. ตอนนี้เขากระจอกมากเสียจนเธอสามารถเอาชนะเขาได้พันๆครั้งโดยไม่ลืมตาเลยด้วยซ้ำ.
เธอโหยหาการต่อสู้และความตาย. น่าเสียดายที่เธอทำได้แค่ข่มมันไว้ในใจเท่านั้น.
เหตุนี้เธอจึงไปเรียนวิชารักษามาจากอาจารย์ของเธอ, คิรินจิ เท็นจิโร่ สมาชิกของหน่วย0และนักรักษาที่เก่งที่สุดในโซลโซไซตี้.
ทุกๆคนตายเร็วเกินไป, เธอเลยตัดสินใจไปเรียนการรักษาเพื่อที่จะทำให้การต่อสู้มันนานมากที่สุด.
ดังนั้นเธอเลยนั่งคิดอยู่ว่า....ถ้าเธอฝึกใครซักคนให้แกร่งพอแล้วมาสู้กับเธอล่ะ?
สู้กับศิษย์ของเธอจนตัวตายไปข้างคงทำให้เธอหายอยากได้ จริงมั้ย?
ตอนแรกนั้นเป้าหมายของเธอคือซาราคิ. ถ้าเธอเอาจริงล่ะก็ เขาจะได้เลิกทำตัวงุ่มง่ามแล้วกลับไปเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขาเสียที.
แต่น่าเสียดายที่พวกตาแก่วังกลาง46ห้องนั่นห้ามไม่ให้เธอทำ. ขนาดยามาโมโตะเองก็ยังถูกห้ามตอนที่จะสอนเค็นโด้ให้เด็กนั่น.
แต่เอาจริงๆเธอแก่กว่าพวกวังกลาง46ห้องเสียอีก จะบอกว่าตาแก่ก็ไม่ได้ แต่เธอเป็นสตรีตัวน้อยคงทำแบบนั้นไม่ได้.
ในเมื่อตอนนี้เธอฝึกซาราคิไม่ได้ เธอก็คอยเฟ้นหาคนอื่นๆมาตลอด แต่ก็มีน้อยคนนักที่เข้าตาเธอ ส่วนพวกที่พอเข้าท่าก็ดันไม่เข้าหน่วยเธอซะงั้น.
เธอได้ทิ้งความหวังนั้นไปนานแล้วและเตรียมพร้อมที่จะใช้ชีวิตกับความเบื่อหน่าย.
จนกระทั่งมีอัจฉริยะคนหนึ่งเข้ามาที่หน่วยเธอ.
เธอไม่สนใจคำว่า ‘อัจฉริยะ’ เท่าใดนัก.
คนพวกนั้นไม่มีใครเคยได้อาบเลือดของศัตรูมาก่อนเลย และส่วนใหญ่ก็ตัวแข็งด้วยความกลัวไปก่อนจะได้รบเสียอีก.
และด้วยความเบื่อหน่ายนั้น.
คนที่เบื่อน่ะชอบทำอะไรไร้สาระอยู่แล้ว.
เป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปีที่เธอปล่อยรังสีอาฆาตส่วนหนึ่งออกมาผ่านแรงดันวิญญาณของเธอ.
แน่นอนว่าเธอต้องเลือกเป้าหมายด้วย. หากเธอใช้แบบไม่คิดล่ะก็ พวกอ่อนแอคงจะเข่าทรุดและสลบไปด้วยความกลัวแน่ๆ.
มันก็แค่บททดสอบเล็กๆ. ต่อให้เขาล้มเหลวก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป. เธอก็จะยังคงต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นเหมือนคุณแม่เหมือนที่ทำมาตลอดหลายศตวรรษ.
แต่ว่า,
‘เด็กนี่ไม่ชะงักเลย’
ทันทีที่เด็กนั่นเข้ามาเธอก็เห็น.
เด็กคนนี้ไม่กลัวเลย.
แม้ว่าเขาจะดูเตรียมพร้อมจะหนีตลอดเวลาก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้มาจากความกลัวแต่เป็นเพราะเขาประมาณตนดี.
มันไม่ใช่สิ่งที่เด็กฝึกหัดควรจะทำ.
ถึงเขาจะฆ่าฮอลโล่วไปบ้างแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่พอที่จะทำให้เขาเลือกทำเช่นนี้.
‘เด็กนี่คงเคยเป็นนักรบไม่ก็ทหารมาก่อนตอนยังมีชีวิตอยู่แน่’
เป็นครั้งแรกหลังจากที่ผ่านมานาน อุโนะฮานะรู้สึกว่าใจเธอเต้นรัวขึ้น.
‘เด็กนี่อาจจะเป็นคนคนนั้นก็ได้’
ไม่มีสิ่งใดแน่นอน แต่ถ้าเธอทำได้สำเร็จ เธอก็จะได้การต่อสู้ที่เธอใฝ่หามาตลอด.
“ยินดีต้อนรับจ่ะโกโจ ซาโตรุ. ชั้นคือ อุโนะฮานะ เร็ตสึ. ชั้นหวังว่าเธอจะมีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่นะ.”
พอมองรอยยิ้มที่ดูแตกต่างกับพลังที่เธอปล่อยมาแล้ว โกโจก็ทำได้แค่ส่ายหัว.
‘ดูเหมือนเราจะเจอแม่มดสองหน้าแล้วสินะ’
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ชินกับเรื่องใส่หน้ากากแล้ว.
เขายกผ้าปิดตาขึ้นแล้วยิงฟันยิ้มอย่างมีความสุข.
“ยินดีที่ได้พบครับ หัวหน้าอุโนะฮานะ. โกโจ ซาโตรุพร้อมรับใช้แล้วครับ”
อิซาเนะเอียงหัวด้วยความงุนงงว่าทำไมทั้งสองคนถึงยิ้มให้กัน.
‘ทำไมเรารู้สึกว่ามันหนาวทั้งๆที่มันอบอุ่นขนาดนี้นะ?’
โกโจถามออกไปโดยไม่สนใจอิซาเนะที่กำลังงงอยู่
“ผมอยากรู้จังเลยครับว่าหน้าที่ของผมคืออะไร?”
อุโนะฮานะพยักหน้าให้ “หน่วยของเราไม่ใช่หน่วยสู้หรอกนะ. แต่ถึงอย่างนั้นการต่อสู้ก็เป็นสิ่งจำเป็นและเลี่ยงไม่ได้. ชั้นจะให้คุณเลือกค่ะ”
เธอยกมือขึ้นมาแล้วชูสองนิ้ว.
“สองเดือน. ชั้นขอเวลาสองเดือนค่ะ. ในช่วงสองเดือนนั้นคุณจะได้รับสถานะเป็นเด็กฝึกงาน. หลังจากสองเดือนนั้นแล้วถ้าคุณอยากจะออก คุณก็สามารถไปเลือกเข้าหน่วยอื่นได้โดยไม่มีปัญหาค่ะ.”
“แล้วถ้าผมอยากอยู่ต่อล่ะครับ?”
“ถ้าคุณอยากจะอยู่ต่อหลังจากสองเดือนนั้นแล้วล่ะก็ – ชั้นจะรับคุณเข้ามาในหน่วยเองค่ะ”
โกโจยิ้มให้ด้วยความท้าทาย “คุณไม่กลัวหรอครับว่าผมจะเหนือกว่าคุณ? เพราะผมกล้าพูดได้เลยว่าผมเหนือกว่าแน่”
“ฮุฮุฮุ~ ชั้นชอบคนที่เหนือกว่าชั้นมากกว่าอะไรอีกค่ะ. ชั้นหวังว่าคำพูดของคุณคงไม่ใช่แค่การคุยโวนะคะ.”
“เอ่อ?! หา?! ชั้นพลาดอะไรคะเนี่ย?!”
ส่วนอิซาเนะนั้นก็ยิ่งงงไปกว่าเดิม.