บทที่ 13 สวัสดีตอนเช้า เหล่าแรงงานทั้งหลาย
บทที่ 13
สวัสดีตอนเช้า เหล่าแรงงานทั้งหลาย
“เหมือนเทพีแห่งโชคลาภกำลังเข้าข้างฉันเลย ไม่เพียงแต่ผู้เล่นต่างทำงานให้กับฉันเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำงานเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฉันไปพร้อมกันอีกด้วย” เหออี้หมิงมองเห็นถึงคุณค่าอันน่าทึ่งของอาณัติสวรรค์ได้ในพริบตา
แน่นอนตอนนี้ ในมุมมองของผู้เล่นเขายังมองภาพเหออี้หมิงกำลังนิ่งสงบ
“ระบบตรวจดูว่าตอนนี้คะแนนชะตากรรม ของฉันมีกี่คะแนน” เหออี้หมิงยิงคำถามไปที่ระบบในทันที
“101 คะแนน” ระบบทำการตอบกลับอย่างทันท่วงที เห็นได้ชัดว่าเหออี้หมิงได้รับคะแนนเหล่านี้มาจากที่ผู้เล่นรวบรวมมาได้
เนื่องจากมีคะแนนชะตากรรมที่มากพอสมควร เค้าจึงไม่คิดที่จะตระหนี่
“เหล่าสาวก พวกเจ้าทำงานอย่างหนักเพื่อสังหารเจ้าอูฐสงคราม เพื่อช่วยเหลือนิกายของเรา ผู้นำนิกายยินดีเป็นอย่างยิ่ง”
“เพราะฉะนั้น ข้าจะทำการสอนเทคนิคฝึกฝนของนิกายให้กับทุกท่าน อย่างเป็นทางการ”
“กายานิรันดร์ของอาซัวอ์ เป็นเทคนิคการฝึกฝนในขอบเขตพลังของพวกเจ้า!”
เหออี้หมิงพูดอย่างสงบ
“เปิดใช้งานอาณัติสวรรค์” เหออี้หมิงได้เปิดความสามารถของระบบเพื่อถ่ายทอดเทคนิคฝึกฝนกายานิรันดร์ของอาซัวอ์ให้แก่สาวกของเขา
ผู้เล่นทั้ง 88 คนรู้สึกว่าดวงตาของพวกเขากำลังมีความมืดครอบงำ
เช่นเดียวกับการใช้แผ่นหยกฝึกฝน ผู้เล่นจะได้รับการฝึกฝนผ่านร่างมายาในอาณาเขตฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำอีก
ผู้เล่นที่ความสามารถในการเรียนรู้ก็จะเข้าใจสิ่งนี้ได้อย่างว่องไว ผู้เล่นทุกคนต่างฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต่อไปเรื่อยๆ
ส่วนผู้เล่นที่มีความสามารถในการเรียนรู้ที่น้อยอย่างน่าสงสารก็ต้องใช้เวลาเยอะกว่าปกติหลายเท่า
พวกเขาใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงก่อนที่ผู้เล่นทุกคนจะทำการฝึกฝนจนสำเร็จ
ผู้เล่นต่างกำลังสนใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ร่างกายที่เปล่งแสง
ออกมาชั่วขณะหนึ่ง และรับรู้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นและกำลังหมุนเวียนอยู่ภายในร่างกายของพวกเขา
ร่างกายของพวกเขาถูกพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ด้วยความช่วยเหลือของอาณัติสวรรค์ความเร็วในการฝึกฝนได้ถูกเร่งขึ้นอย่างมาก
ถึงผู้เล่นเหล่านี้ได้เรียนรู้กายานิรันดร์ของอาซัวอ์แล้วก็ตาม แต่ถึงยังไงมันก็ยังเป็นเพียงคุณสมบัติพื้นฐานและยังต้องการการพัฒนาไปอีกมาก
แต่ช่องว่างความห่างของพลังเหออี้หมิงกับเหล่าสาวกก็ยังมีอยู่มาก
ไม่เพียงแต่คุณสมบัติของเขาเองจะเพิ่มเป็นสองเท่า แต่ร่างกายของเขายังได้มีการพัฒนามาอย่างก้าวกระโดด
ความห่างชั้นของผู้เล่นกับเขาตอนนี้เหมือนกับสวรรค์ และ นรก
“ว้าว สิ่งนี้นี่มันสุดยอดไปเลย”
“กายานิรันดร์ของอาซัวอ์? ถ้าได้รับการฝึกฝนนี้แต่แรกเจ้าสัตว์อสูรก็คงเป็นแค่วัวที่พร้อมจะโดนเชือด”
_
ผู้เล่นต่างกำลังมีความสุขถึงร่างกายที่ถูกพัฒนามา
แต่ยังไม่จบ!
เหออี้หมิง ออกประกาศการแจ้งเตือนใหม่ให้กับผู้เล่น ซึ่งนั่นจะเป็นข่าวดีอีกเรื่อง
ติ๊ง!
“ฟังก์ชั่นการแลกของรางวัลได้เปิดใช้งานเรียบร้อยแล้ว”
“ถึงผู้เล่น : ตอนนี้คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้ผ่านระบบเพื่อแลกของนิกายโดยใช้คะแนนสมทบได้แล้ว”
_
ผู้เล่นต่างพากันอยากรู้อยากเห็นและสงสัยหลังจากได้อ่านการแจ้งเตือนพวกเขาต่างเรียกหน้าต่างแลกของนิกายขึ้นมา และทำการลงชื่อเข้าใช้อย่างว่องไว
ในตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถแลกเปลี่ยนได้
“1 คะแนนการฝึกฝนขอบเขตพลังหลอมรวมกายา = 200 คะแนนสมทบ”
(คำอธิบาย : การพัฒนาขอบเขตพลังหลอมรวมกายา
ขั้นที่ 1 ไปขั้นที่ 2 ต้องใช้ 1 คะแนน
ขั้นที่ 2 ไปขั้นที่ 3 ต้องใช้ 2 คะแนน
ขั้นที่ 3 ไปขั้นที่ 4 ต้องใช้ 3 คะแนน
ไปจนถึง
ขั้นที่ 9 ไปขั้นที่ 10 ต้องใช้ 9 คะแนน)
“เราสามารถพัฒนาขอบเขตพลังโดยใช้แต้มสมทบนิกาย?”
“โอ้ไม่นะ! แสดงว่าการสังหารมอนสเตอร์ไม่ได้เพิ่มค่าประสบการณ์?
เราจำเป็นต้องซื้อคะแนน EXP (คำย่อของประสบการณ์ในภาษาอังกฤษ) หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจสินะ”
_
ผู้เล่นเริ่มกิจวัตรปกติของตนเองบางคนที่ไม่มีแต้มสำหรับแลกเปลี่ยนก็เริ่มทำการปรุงอาหารเพื่อหารายได้ บ้างบ่นถึงความยากจนของตัวเอง บ้างก็ตื่นเต้นในระบบใหม่นี้
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อไม่รอช้าจิ้มลงไปในอากาศไปมา เขาทำการใช้ 200 แต้ม เพื่อแลกกับคะแนนการฝึกฝนทันที
ทันใดนั้นเขาก็อยู่ในระดับที่สองของหลอมรวมกายาเป็นที่เรียบร้อย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันนี่แหละผุ้เป็นอมตะ” หลังกระโดดโลดเต้นและคำรามคำพูดอันโอ้อวดออกมา ก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็ได้วิ่งลงจากเขาไปหามอนสเตอร์ที่ใกล้ที่สุดในทันที
“ให้ตายสิ” เสียงของก๋วยเตี๋ยวที่กำลังเดินออกมาจากโถงฟื้นคืนชีพ เขาถูกสังหารอีกครั้ง และพบว่าขอบเขตพลังได้ถูกรีเซ็ตกลับมาสู่ขั้นแรกอีกครั้ง
โชคดีที่เทคนิคฝึกฝนกายานิรันดร์ของอาซัวอ์ไม่ได้ถูกรีเซ็ตไปด้วย
“เหล่าสาวกของข้า” เหออี้หมิงทำการพูด
“เมื่อเห็นการพัฒนาที่แข็งแกร่งของพวกเจ้า ข้านั้นก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง จึงขอประกาศว่า ข้าทำการเปิดพื้นที่ทั้งหมดสำหรับพวกเจ้า”
“มีหลายสถานที่ให้ทำการสำรวจ ภูเขาแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยอสูรอูฐสงครามอีกมากมาย และเจ้าอาจได้พบพวกมันอาสัยอยู่เป็นฝูงในบางพื้นที่อีกด้วย”
“จงออกไปต่อสู้และฝึกฝนความแข็งแกร่งของพวกเจ้า” เหออี้หมิงกล่าวปลุกใจสำหรับสาวกของเขา
“คำแนะนำ : คะแนนสมทบนิกายจะอยู่อย่างถาวรและไม่โดนรีเซ็ตจากการตาย ผู้เล่นสามารถสะสมและใช้พวกมันเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งได้”
“ทุกพื้นที่เปิดแล้วแปลว่าเราไปที่ไหนก็ได้สินะ”
“ไปลงนรกซะ ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเรา ถ้าเจอสัตว์อสูรนั่นมัน GG แน่”
(Good game มีความหมายว่าเป็นเกมที่ดี มักใช้เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน แต่ผู้เล่นบางคนนำมาเป็นแสลงใช้ในความหมายเชิงลบ)
“แปลว่าคะแนนสมทบนี้สามารถนำไปใช้ได้ในการอัพเดตเวอร์ชันต่อไปในอนาคตได้?”
_
ตอนนี้เหล่าผู้เล่นได้เป็นมากกว่าผู้เล่น
“ไปกันเถอะเหล่าสาวก” เหออี้หมิงพูดเบาๆ
“อรุณสวัสดิ์ เหล่าคนงานของข้า” เหออี้หมิงคิดอยู่ในใจ
นี่ไม่ใช่สาวกของเหออี้หมิง แต่คือคนงานของเขา
ยิ่งผู้เล่นฆ่ามอนสเตอร์เท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งนำความแข็งแกร่งมาให้เขา
หากผู้เล่นสังหารอูฐสงครามสองตัว พวกเขาจะได้รับ 200 คะแนนสมทบ และก็จะเพิ่มแต้มชะตากรรมให้เขา 2 แต้ม
พูดง่ายๆ พวกเขามีหน้าที่ในการผลิดแต้มชะตากรรมให้กับเหออี้หมิง เพื่อแลกกับคะแนนสมทบ
ด้วยแผนนี้เขาสามารถพัฒนาการฝึกฝนของเขาได้อย่างดีเลยทีเดียว
แม้ตอนนี้เหออี้หมิงจะอยู่ในช่วงแรกของขอบเขตพลังชีพจรวิญญาณ แต่ได้จินตนาการถึงตัวเองเมื่ออยู่ระดับที่ห้าของชีพจรวิญญาณไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทำแบบนี้มันไร้คุณธรรมจริงๆ แต่เขาแสดงความรู้สึกว่าชอบกับวิธีนี้เป็นอย่างมาก
ในขณะที่ตอนนี้ ผู้เล่นต่างเริ่มเดินทางลงจากเขากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว