บทที่ 4: ประโยชน์ของการรับศิษย์
บทที่ 4: ประโยชน์ของการรับศิษย์
เส้นทางแห่งการฝึกตนและการหลอมยานั้นยาวนาน มันอาจต้องใช้เวลาหลายวันหรือหลายสิบวันในการหลอมยา
เมื่อลู่เสี่ยวหรันหลอมเม็ดยาเสร็จ เวลาเจ็ดวันก็ได้ผ่านไปแล้ว
ในเตาหลอมยา มียาแก่นพลังจำนวนมากวางอยู่เงียบๆ มันมีทั้งหมด 50 เม็ด และพวกมันทั้งหมดก็ล้วนเป็นสีทองอร่าม
นี่เป็นเม็ดยาสำหรับขอบเขตปฐพีขั้นสูง มันเป็นยาระดับที่สูงกว่ายารวบรวมปราณสองระดับ
ในปัจจุบัน มันก็มีไม่ถึงสามคนในนิกายอสูรสวรรค์ที่สามารถหลอมยาเม็ดนี้ได้
ลู่เสี่ยวหรันหยิบเม็ดยาขึ้นมาแล้วโยนเข้าไปในปากของเขาเพื่อลิ้มรส
แคร็ก!
เม็ดยามีรสชาติเหมือนไก่กรอบ
“ถูกต้อง ความบริสุทธิ์สูงถึง 100% อันที่จริง ฉันนี่ก็เป็นอัจฉริยะจริงๆ แม้จะไม่มีระบบโกงๆ แต่ฉันก็ยังสามารถหลอมยาแก่นพลังที่ความบริสุทธิ์ 100% ได้”
ลู่เสี่ยวหรันเรียนรู้ทุกอย่างอย่างรวดเร็ว เขาใช้เวลาเพียงครึ่งปีในการเรียนรู้เคล็ดวิชาการฝึกตนทั้งหมดของนิกายอสูรสวรรค์ ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ยังได้เชี่ยวชาญพวกมันทั้งหมดและไปถึงจุดสูงสุดของความเชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ตาม เคล็ดวิชาการฝึกตนระดับสูงสุดของนิกายอสูรสวรรค์ก็เป็นเพียงเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตสวรรค์ ด้วยเหตุนี้เอง หลังจากที่ลู่เสี่ยวหรันได้เรียนรู้เคล็ดวิชาการฝึกตนนี้แล้ว เขาก็ไม่มีอะไรทำและใช้เวลาเรียนรู้การหลอมเม็ดยา การสร้างค่ายกล การหลอมอาวุธ และทักษะรองอื่นๆ
ไม่ว่าจะในกรณีใด การมีทักษะที่เชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
หากไม่มี "พวกขี้โกง" ในโลกนี้ ลู่เสี่ยวหรันก็มั่นใจว่าเขาจะเป็นตัวเอกได้อย่างแน่นอน 100%
ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จทั้งหมดนี้ก็ได้มาจากการทำงานหนักของเขาเอง
หลังจากกินยาแก่นพลังเข้าไปแล้ว ลู่เสี่ยวหรันก็ได้หมุนเวียนพลังวิญญาณของเขาและรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติในร่างกายของเขา
“เอ๊ะ? ทำไมการฝึกตนของฉันถึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก?”
เคล็ดวิชาการฝึกตน การหลอมเม็ดยา การหลอมอาวุธ และค่ายกล ทุกอย่างล้วนสามารถเพิ่มการฝึกตนของคนๆ หนึ่งได้ และในหมู่พวกมันทั้งหมด เคล็ดวิชาการฝึกตนก็สามารถยกระดับการฝึกตนได้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม การฝึกตนในปัจจุบันของลู่เสี่ยวหรันก็ได้มาถึงขั้นแรกของขอบเขตสูญสลายแล้ว และมันก็อยู่ที่ 40%
ต้องรู้ว่าในเวลาเพียงเจ็ดวันสั้นๆ ความเร็วในการฝึกตนของเขาก็ก้าวหน้าเร็วกว่าปกติมาก
ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็เพิ่งจะหลอมยาโดยใช้เวลาแค่เจ็ดวันเอง เขาไม่ได้ฝึกเคล็ดวิชาการฝึกตนของเขาเลย แบบนั้นแล้วการฝึกตนของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมากได้อย่างไร?
“เดี๋ยวก่อนนะ?”
ทันใดนั้นลู่เสี่ยวหรันก็นึกถึงหยุนหลี่เกอ ท้ายที่สุดแล้ว การเพิ่มขึ้นของระดับการฝึกตนของหยุนหลี่เกอนั้นก็หมายถึงการเพิ่มขึ้นของระดับการฝึกตนของเขาด้วยเช่นกัน
“หวังไฉ่”
[ นายท่าน ฉันอยู่นี่แล้ว ]
“หยุนหลี่เกอฝึกฝนไปถึงระดับไหนแล้ว?”
[ เดี๋ยวฉันจะสร้างหน้าต่างค่าคุณสมบัติเฉพาะของหยุนลี่เกอสำหรับนายท่านให้ ]
ในไม่ช้า หน้าจอก็ปรากฏขึ้นในใจของลู่เสี่ยวหรัน
[ ชื่อ : หยุนหลี่เกอ ]
[ เพศ : ชาย ]
[ เคล็ดวิชาการฝึกตน : คัมภีร์จักรพรรดิโกลาหลบรรพกาล ]
[ ความก้าวหน้าการฝึกตนในปัจจุบัน: ระดับหนึ่ง ]
[ การฝึกตน: ขอบเขตโชคชะตาขั้นสิบสมบูรณ์]
“ถามจริง!”
ลู่เสี่ยวหรันอดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความตกใจ
เขาบรรลุถึงขอบเขตโชคชะตาขั้นสิบแล้วอย่างงั้นหรอ?
มันมีข้อผิดพลาดหรือเปล่า?
ท้ายที่สุดแล้ว การฝึกตนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย!
ทำไมมันถึงดูง่ายเหมือนกับการดื่มน้ำสำหรับหยุนหลี่เกอ?
พรสวรรค์ของหยุนหลี่เกอไม่ควรจะแข็งแกร่งไปกว่าของเขานี่
ยิ่งไปกว่านั้น คัมภีร์จักรพรรดิโกลาหลรรพกาลก็มีทั้งหมดสิบระดับ เขาเพิ่งฝึกฝนมันจนไปถึงระดับแรกและยังเหลืออีกเก้า..
หวังไฉ่อธิบายเมื่อเห็นความตกใจและสับสนของลู่เสี่ยวหรัน
[ สิ่งที่หยุนหลี่เกอฝึกฝนคือเคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขคราชันยุทธ์ชั้นยอด เมื่อเทียบกับเคล็ดวิชาการฝึกตนที่นายท่านฝึกฝนก่อนหน้านี้แล้ว มันก็เป็นขอบเขตที่สูงกว่า ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงเป็นเรื่องปกติมากที่ความเร็วในการฝึกตนของคนๆ หนึ่งจะเร็วขึ้นในช่วงสองสามระดับแรก หากเป็นนายท่านที่ฝึกฝนคัมภีร์จักรพรรดิโกลาหลบรรพกาลเอง คุณเองก็จะสามารถเลื่อนระดับจากคนธรรมดาไปสู่ขอบเขตโชคชะตาขั้นสิบได้ในเวลาเพียงสองชั่วโมง ]
ใบหน้าของลู่เสี่ยวหรันกระตุกอย่างดุเดือด
ความแข็งแกร่งของพวกขี้โกงนั้นช่างน่ากลัวจริงๆ
เขาฝึกฝนอย่างหนักทุกวัน แม้จะมีพรสวรรค์ที่โดดเด่น แต่เขาก็ยังต้องใช้เวลาสองเดือนกว่าจะถึงขอบเขตโชตชะตาขั้นสิบ
ในทางกลับกัน หยุนหลี่เกอก็ทำได้สำเร็จในเจ็ดวัน
โชคดีที่เขาเป็นคนที่ช่วยหยุนหลี่เองโกงเอง ไม่เช่นนั้นเขาก็คงจะฆ่าหยุนหลี่เกอแน่นอนเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน นี่เป็นเพราะยิ่งหยุนหลี่เกอฝึกฝนมากเท่าไร กำไรของเขาก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น!
เขามองไปที่หน้าต่างค่าคุณสมบัติของหยุนหลี่เกออีกครั้ง และทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่ามันมีถุงของขวัญเล็กๆ มากมายด้านล่าง
“หวังไฉ่ นี่คืออะไร?”
[ นายท่าน นี่คือถุงของขวัญแห่งความก้าวหน้า ทุกครั้งที่ลูกศิษย์ก้าวหน้าในแต่ละขั้น คุณก็จะได้รับถุงของขวัญขนาดเล็กนี้ และในทุกครั้งที่พวกเขาก้าวหน้าในแต่ละขอบเขต คุณก็จะได้รับถุงของขวัญขนาดใหญ่ ปัจจุบัน หยุนหลี่เกอได้ก้าวผ่านสามขอบเขตแล้ว ได้แก่ ขอบเขตสกัดกายา, ขอบเขตก่อกำเนิดและขอบเขตโชคชะตา ระหว่างสามขอบเขตนี้ยังมีขั้นเล็กๆ อีกสามสิบขั้น ดังนั้นมันจึงมีของขวัญชิ้นใหญ่ทั้งหมดสามชิ้นและของขวัญชิ้นเล็กสามสิบชิ้น ]
“…”
ลู่เสี่ยวหรันพูดไม่ออกอีกครั้ง มีแม้กระทั่งของขวัญ?
นี่มันมากเกินไปแล้ว!
ผู้ที่พึ่งพาตนเองในการฝึกตนจะคิดยังไงกับเขา?
ในขั้นต้น ถ้าไม่มีหวังไฉ่ ลู่เสี่ยวหรันก็คิดว่าเขาคงจะได้รับพรจากสวรรค์ด้วยการเป็นอัจฉริยะ และเมื่อถึงตอนนั้น เขาก็คงจะรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมนักกับคนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้พบกับหวังไฉ่ เขาก็ตระหนักว่าการดูถูกเหยียดหยามที่แท้จริงนั้นหมายความว่าอย่างไร
ลู่เสี่ยวหรันเปิดถุงของขวัญขนาดเล็กและสูดหายใจเข้าลึกๆ
“มันเป็นแค่ถุงของขวัญชิ้นเล็กๆ ดังนั้นมันก็ควรจะเป็นแค่ของขวัญชิ้นเล็กๆ น้อยๆ ใช่ไหม?”
[ เม็ดยาแก่นพลังขอบเขตปฐพีคุณภาพสูง x100 ]
“???”
“มันจะต้องมีข้อผิดพลาดแน่ๆ อีกครั้ง”
ลู่เสี่ยวหรันเปิดถุงของขวัญขนาดเล็กอีกใบ
[ เคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตสวรรค์ชั้นยอด หมัดอัสนี x1 ]
ลู่เสี่ยวหรัน: “…”
“หวังไฉ่ออกมา”
[ นายท่านต้องการอะไร? ]
“แกให้ถุงของขวัญฉันผิดหรือเปล่า? นี่เป็นถุงของขวัญขนาดเล็กจริงๆ หรอ?”
[ ??? ]
“แกรู้ไหมว่าฉันต้องใช้เวลาถึงเจ็ดวันเพื่อหลอมยาคุณภาพต่ำจำนวน 50 เม็ด แกมั่นใจจริงๆ หรอว่านี่คือของขวัญชิ้นเล็กๆ?”
[ เอ่อ? ฉันได้ห่อมันในจำนวนที่น้อยที่สุดแล้ว ]
ลู่เสี่ยวหรัน :“…”
“ที่จริงแล้ว ทำไมแกถึงไม่ให้รางวัลกับฉันโดยตรงไปเลยล่ะ? แกจะให้ฉันรับลูกศิษย์มาเพื่ออะไร?”
[ ฉันจะทำอย่างนั้นถ้าฉันทำได้ แต่ปัญหาคือถ้าฉันไม่ใช้วิธีนี้ ฉันก็จะไม่สามารถสร้างรางวัลใดๆ ได้ ]
“ช่างมันเถอะ”
[ รับทราบ ]
หลังจากที่หวังไฉ่หายตัวไป ลู่เสี่ยวหรันก็เปิดถุงของขวัญขนาดเล็กทีละใบและได้รับยาอันล้ำค่า อาวุธเวทมนตร์ และเคล็ดวิชาการฝึกตนจำนวนมาก ...
อย่างไรก็ดี ถุงของขวัญขนาดใหญ่ทั้งสามนั้นก็ยังล้ำค่ายิ่งกว่า
[ เคล็ดวิชาการฝึกตนขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอด — ศาสตร์นักษัตร ]
[ ค่ายกลขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอด— ค่ายกลผนึกสวรรค์แปดทิศ ]
[ ค่ายกลขอบเขตราชันยุทธ์ชั้นยอด— ค่ายกลราชาอัสนีสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ]
มากเกินไปแล้ว!
นี่มันมากเกินไปแล้ว!
นี่มันผิดปกติเกินไปหรือเปล่า? ผู้ฝึกตนในโลกนี้ที่ทำงานหนักจะอดทนกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?
“ลืมมันไปเถอะ ยังไงฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ฉันว่านี่คงเป็นภาระของผู้ชายที่โชคดีอย่างฉันแม้ว่าฉันไม่เต็มใจจะยอมรับสิ่งเหล่านี้ก็ตาม”
หลังจากได้รับของรางวัลมาแล้ว ลู่เสี่ยวหรันก็นึกถึงศิษย์ของเขา
“ไปดูหยุนหลี่เกอสีกหน่อยดีกว่า เด็กเหลือขอคนนี้ฝึกฝนหนักเกินไปหรือเปล่านะ? หลังจากผ่านไปเจ็ดวันเจ็ดคืน เขาก็ได้ฝึกตนจนถึงขอบเขตโชคชะตาขั้นสิบ บางทีเขาอาจจะเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันก็ได้?”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ลู่เสี่ยวหรันก็รีบเดินออกจากห้องเล่นแร่แปรธาตุของเขาและมาถึงที่ที่หยุนหลี่เกออยู่
จากระยะไกล เขาเห็นหยุนหลี่เกอนั่งไขว่ห้างอยู่บนหินก้อนใหญ่
ราวกับว่าเขาได้สร้างกระแสน้ำวนหลุมดำขนาดเล็ก เขาดูดซับพลังปราณวิญญาณสวรรค์และปฐพีที่อยุ่ล้อมรอบเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างไม่รู้จบ ความเร็วของเขาช่างน่ากลัวจนน่าตกใจ..