351 - การดำรงอยู่อันสมบูรณ์แบบ
1661 - การดำรงอยู่อันสมบูรณ์แบบ
มันยังคงเป็นพลังของเวลา แต่ตอนนี้ความหมายแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เราต้องไปถึงดินแดนแห่งการบ่มเพาะที่เฉพาะเจาะจงเสียก่อนถึงจะสามารถใช้ญาณวิเศษของบรรพบุรุษชนิดนี้ออกมาได้อย่างเต็มกำลัง
อาจกล่าวได้ว่าสิ่งประเภทนี้ไม่ใช่วิชาลับที่สืบทอดมา แต่จำเป็นต้องรู้แจ้งด้วยตัวเองจากนั้นจึงสามารถพัฒนาไปสู่สุดยอดญาณวิเศษอันชั่วร้ายของโลกใบนี้ได้!
เทียนที่อยู่รอบกายของฉีเมิ่งหงเริ่มริบหรี่ก่อนจะดับลงไปบางส่วน ส่งผลให้ควันของพวกมันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
นี่เป็นวิชาลับซึ่งถูกเรียกว่าดับหมื่นวิญญาณ!
มันคือการระเหิดของกฎเต๋า โดยปกติแล้วก่อนที่จะก้าวเข้าสู่อาณาจักรผู้สูงสุด โอกาสที่จะทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นนั้นริบหรี่แทบไม่สามารถเป็นไปได้!
ฉีเมิ่งหงถึงกับประสบความสำเร็จสามารถใช้ความวิชาขั้นเทพประเภทนี้ในวัยเพียงไม่ถึงร้อยปีนับว่าท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง เขาสร้างเทียนกาลเวลามาเผาไหม้ตัวเองเรียกพลังเพื่อดับสรรพสิ่ง
สือฮ่าวขมวดคิ้วรู้สึกถึงแรงกดดันที่ผิดปกติซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต ช่วงเวลาแห่งการเผาไหม้นี่เป็นวิธีการสังหารที่น่าตกใจของโลก
เขาควรใช้ไพ่ลับของตัวเองหรือไม่? เขาขมวดคิ้ว เขามีวิธีการสองสามอย่างบางทีอาจถึงเวลาที่ต้องใช้มัน
“อ๊ะ?”
ทันใดนั้นก็เกิดสิ่งผิดปกติ เลือดประหลาดสองสามหยดส่องแสงสีทองก่อนจะไหลไปที่แขนขาและกระดูกของเขา ทำให้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังที่แปลกประหลาด
นี่คือกระดูกสูงสุดชิ้นที่สาม! มันฟื้นขึ้นมาจริงในเวลานี้แสดงให้เห็นถึงพลังที่ไม่มีใครเทียบได้
สือฮ่าวมีความรู้สึกว่าญาณวิเศษล้ำค่าประเภทนี้กำลังจะเติบโตเต็มที่ มันได้รับการเลี้ยงดูมานานแล้วภายในตัวเขา ตอนนี้มันกำลังปรากฏตัวออกมา!
คลื่นแห่งแรงกระตุ้นที่ไม่อาจต้านทานได้ปะทุขึ้นภายในตัวเขาทำให้สือฮ่าวไม่สามารถกลั้นเสียงคำรามได้
เมื่อพลังที่อยู่ในร่างกายเอ่อล้นจนปะทุออกมา เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากโจมตีระบายพวกมันออก!
หงหลง!
กำปั้นของเขาเปล่งประกายอย่างน่าอัศจรรย์ราวกับว่าสายฟ้าสีทอง มันฟาดฟันไปทั่วจักรวาลอันมืดมิดทำให้โลกไร้ขอบเขตที่โบราณเก่าแก่แห่งนี้สว่างไสวราวกลับต้องแสงอาทิตย์
ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ด้านหน้าถูกบดขยี้ลงด้วยกำปั้นนี้!
ปู!
ฉีเมิ่งหงถูกหมัดกระแทกอย่างรุนแรงจนหน้าอกของเขาเป็นรูทะลุออกไปด้านหลัง เขาปลิวไปตามแรงหมัดพร้อมกับเลือดที่ฉีดกระจายออกจากหน้าอกย้อมท้องฟ้าให้เป็นสีแดงฉาน!
พลังของหมัดนี้ได้ครอบงำสวรรค์และปฐพีอย่างกะทันหัน มันทะลวงหน้าอกของฉีเมิ่งหงจนหน้าอกของเขาเป็นรูขนาดใหญ่ กระดูกสีขาวโผล่พ้นออกมาเป็นภาพที่น่าสยดสยอง
ฉีเมิ่งหงเงยหน้าขึ้นทันทีสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจไม่กล้าที่จะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนนี้เขารู้สึกมึนงงเล็กน้อย
ในความเป็นจริงทุกคนก็ตะลึง เกิดอะไรขึ้นกันแน่? นี่มันกะทันหันเกินไป!
ฉีเมิ่งหงเพิ่งเริ่มสะสมพลังขึ้นมาเพียงนิดหน่อยเท่านั้นมันยังไม่เพียงพอที่จะใช้ญาณวิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิตของเขา แต่ใครจะคิดว่าฮวงจะส่งหมัดตรงเข้ามาทำลายพวกมันอย่างสมบูรณ์?
ไม่มีใครคาดคิดว่าฉีเมิ่งหงจะได้รับการโจมตีจากพลังเขย่าโลกเช่นนี้ หลังจากที่เทียนถูกจุดขึ้นเพื่อแสดงความรุ่งโรจน์เขากลับไม่มีโอกาสใช้มัน
ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดเมื่อเขารวบรวมความแข็งแกร่งเกือบจะเพียงพอเตรียมที่จะทำลายคู่ต่อสู้ ฮวงก็ลงมือขัดขวาง!
มันเป็นเหมือนกับการที่ถูกเตะจากสวรรค์ร่วงลงสู่ขุมนรกอันมืดมิด!
นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจเกินความคาดหมายของทุกคน ใครบ้างที่ไม่รู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของญาณวิเศษบรรพบุรุษที่ทรงพลังที่สุดของอสูรกาลเวลา? มันถือว่าเป็นวิชาลับเทียบเท่าการโจมตีของเทพเจ้า
“ฉีเมิ่งหงพ่ายแพ้แบบนี้!”
หลายคนแทบคลั่งพวกเขาพึมพำกับตัวเองโดยไม่สามารถยอมรับผลลัพธ์นี้ได้
แม้แต่ตระกูลจักรพรรดิก็ยังพ่ายแพ้ แล้วใครในรุ่นเดียวกันที่จะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ให้กับฮวงได้?
เหล่าราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายต่างก็มีความหวังและโหยหาชัยชนะโดยปรารถนาให้มันเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและบริสุทธิ์ยุติธรรม
พวกเขาต้องการให้ฮวงพบกับความพ่ายแพ้ต่อหน้าต่อตาทุกคนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับคนหมู่มาก
อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดแม้แต่ผู้แข็งแกร่งของตระกูลจักรพรรดิก็ยังถูกทำลายลงภายใต้มือของฮวง ตำนานไร้พ่ายก็จบลงอย่างไร้เหตุผลในครั้งเดียว
ฉีเมิ่งหงไม่สามารถยอมรับสิ่งนี้ได้ใบหน้าของเขาบึ้งตึงด้วยความคับแค้น เขากำลังจะใช้ญาณวิเศษขั้นสูงสุดในชีวิต แต่เขากลับถูกขัดขวางด้วยกำปั้นอันทรงพลังนั้นเสียก่อน
“ฮวง!”
เขาพ่นเลือดออกมาหนึ่งคำ ต่อความพ่ายแพ้ครั้งนี้เขาไม่เต็มใจอย่างยิ่ง เขามั่นใจว่าตราบใดที่เขาสามารถแสดงวิชาลับของบรรพบุรุษออกมาได้สำเร็จเขาจะสามารถสังหารศัตรูได้ทุกคน
ความสำเร็จอยู่เพียงแค่ปลายจมูกแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องทนรับกับความทุกข์ทรมานจากความพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช!
สือฮ่าวกลับพบว่าความรู้สึกนี้ยอดเยี่ยมเกินไปจริงๆ ในขณะนั้นเลือดทั้งหมดของเขาไหลเวียนด้วยความเร็วที่แปลกประหลาดพลังชีวิตอันมากมายมหาศาลพุ่งพล่านหล่อเลี้ยงร่างกายของเขา
ทวีคูณ!
ความแข็งแกร่งของเขาทวีคูณขึ้นหลายครั้งด้วยอัตราที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในช่วงเวลานั้นมันเหมือนกับว่าเขาเป็นคนที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้หมัดที่เขาปลดปล่อยออกมาถึงได้ระเบิดผ่านการป้องกันตัวและเนื้อหนังอันแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเกือบจะถึงแก่ชีวิต
เขารู้สึกว่าเมื่อตำรากระดูกเหล่านี้สุกงอมพลังของมันจะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้มันยังไม่สมบูรณ์แบบยังขาดอยู่นิดหน่อยเท่านั้น แต่เขาก็เห็นแล้วว่ามันทรงพลังขนาดไหน
เพียงแค่การโจมตีธรรมดา ก็สามารถทำให้เกิดพลังศักดิ์สิทธิ์ประเภทนี้มันทำให้แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังสั่นสะท้านอยู่ข้างใน
กระดูกสูงสุดในร่างกายของเขามันรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงภัยคุกคามจากภายนอก ทำให้มันวิวัฒนาการก่อนเวลาที่เหมาะสม
สือฮ่าวไม่รู้ว่านี่เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี เขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหาใดๆ ในระหว่างขั้นตอนการบำรุงญาณวิเศษล้ำค่าชนิดนี้เพราะเขาคาดหวังอย่างมากกับมัน
ตอนนี้เขารู้สึกว่าเลือดในร่างกายของเขาร้อนขึ้นเล็กน้อยอักขระมากมายถูกสลักลงไปภายในกระดูกบนหน้าอกของเขา ตอนนี้มันเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ยังเหลือเวลาอีกยาวไกลให้เขาพัฒนาความสามารถศักดิ์สิทธิ์นี้
เมื่อนานมาแล้วกระดูกสูงสุดของเขาได้ถูกดึงออกไปก่อนจะมอบให้กับสือยี่i อีกชิ้นหนึ่งมอบให้กับน้องชายของเขา ตอนนี้มันกลายเป็นกระดูกชิ้นที่สามซึ่งกำลังถูกเลี้ยงด้วยเลือดสูงสุดที่เพิ่งวิวัฒนาการขึ้นมาใหม่
ตอนนี้เลือดสูงสุดกำลังไหลเวียนอยู่เหนือกระดูกหน้าอกของเขาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ราวกับว่ามันจะเติบโตเป็นกระดูกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
สิ่งนี้ทำให้สือฮ่าวลังเลและคิดถึงสิ่งต่างๆอย่างต่อเนื่อง เขาไม่รู้ว่าควรเข้าไปยุ่งหรือปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้น
เขาขมวดคิ้วรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยพลังของญาณวิเศษสุดล้ำค่าจากกระดูกชิ้นที่สามก่อนเวลาเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดหรือไม่
“ฮวงข้าไม่เต็มใจ เจ้ากล้าที่จะต่อสู้กับข้าอย่างสุดความสามารถหรือไม่”ฉีเมิ่งหงคลานขึ้นจากพื้น หน้าอกของเขาจากด้านหน้าสู่ด้านหลังเป็นแผลขนาดใหญ่เหวอะหว่ะที่ไม่ว่าผู้ใดที่ได้เห็นต่างก็ต้องรู้สึกสยดสยอง
เขารับเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ เขาพ่ายแพ้เช่นนี้ทำให้เขาเจ็บปวดใจอย่างถึงที่สุด มันจบลงแบบนี้ได้อย่างไร?
ในที่สุดพลังแห่งการเผาไหม้เขาก็สัมผัสถึงขอบเขตที่กำลังจะแสดงพลังสูงสุดออกมาได้ แต่เขากลับถูกอีกฝ่ายโจมตีอย่างรุนแรงจนเปลวเทียนเหล่านั้นกระจัดกระจายออกไป มันทำให้เขายอมรับเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ
“โอ้?”
สือฮ่าวมองไปทางเขา และไม่ได้ดำเนินการลงมือในทันที
ตอนนี้ร่างกายของฉีเมิ่งหงเปล่งประกายด้วยแสงสีแดง เขาต้องการที่จะดำเนินการอีกครั้ง
เปลวไฟจากเทียนแห่งกาลเวลาถูกจุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
สือฮ่าวไม่ได้ดำเนินการใดๆและมองดูเทียนเหล่านั้นด้วยความสนใจ
แน่นอนว่าเวลาถูกเผาผลาญไปเรื่อยๆราวกับว่าเครื่องบูชากำลังถูกนำออกไป
“ฆ่าฆ่าฆ่า!”
ฉีเมิ่งหงก็คำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขากลัวว่าสือฮ่าวจะพยายามโจมตีขัดขวางเขาอีกครั้งดังนั้นเขาจึงเผาผลาญเทียนพวกนั้นอย่างรวดเร็ว
วิชาลับนี้มีพลังที่แปลกประหลาดราวกับว่ามันสามารถทำลายล้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั่วทั้งอาณาจักรโบราณแห่งนี้ได้