ตอนที่แล้วเกิดใหม่เป็นทารกขั้นเทพ ตอนที่5: กำเนิดเซียนน้อยสกุลหลิน สุริยันจันทราสาบสูญ ฟ้าดินกลับตาลปัตร!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเกิดใหม่เป็นทารกขั้นเทพ ตอนที่7: ตาเฒ่าสองคนนี้เสียสติไปแล้วหรือ?

เกิดใหม่เป็นทารกขั้นเทพ ตอนที่6: เจ้าจะเสียงดังทำไม? เดี๋ยวเซียนน้อยก็หวาดกลัวหรอก!


ตอนที่6: เจ้าจะเสียงดังทำไม? เดี๋ยวเซียนน้อยก็หวาดกลัวหรอก!

ในจวนอันหรูหรา ลานด้านหน้าประตูทางเข้า มีทั้งบรรพบุรุษและเหล่าผู้อาวุโสตระกูลหลินขัดสมาธิอยู่กลางอากาศ ล้วนพร้อมใจกับฟังเสียงของพลังแห่งเต๋า

หากมีคนนอกมาเห็นเหตุการณ์นี้ คงมองอย่างตกตะลึงจนลูกตาหลุดออกมาจากเบ้าแน่นอน!  ต้องรู้ว่าบรรพบุรุษและอาวุโสสกุลหลินนั้นมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ไม่เพียงแค่ในเมืองต้าหยาน หรือในอาณาจักรฉีซานเท่านั้น หากแต่เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งทวีปแผ่นฟ้าแห่งนี้!

ไม่ว่าผู้ใดได้พบเจอ ล้วนต้องทำความเคารพแสดงความนับถือ!

ความจริงแล้ว ส่วนใหญ่ที่ลอยอยู่บริเวณนี้ล้วนแต่เก็บตัวฝึกฝนบ่มเพาะปราณกันทั้งสิ้น ระยะเวลานับได้ร้อยปี เรียกได้ว่าไม่มีผู้ใดในตระกูลได้พบเจอมานานแล้ว  ในความคิดว่าคนสกุลหลิน เหล่าอาวุโสต่างจากไปอย่างสง่างาม ลึกลับ และทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

หากเป็นเพียงคนทั่วไปของตระกูลหลินแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะได้พบผู้อาวุโสเหล่านี้แม้เพียงคนเดียวได้โดยง่าย  มีเพียงเหตุการณ์ร้ายแรงที่ส่งผลกับทั้งตระกูลเท่านั้นที่จะเรียกให้ปรากฏตัวขึ้นได้

และหากกล่าวแล้ว ในรอบร้อยปีที่เก็บตัวบ่มเพาะมานี่ มีเพียงช่วงที่พวกเขาพักหายใจจากการปรับลมปราณเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่จะมีผู้ที่โชคดีในตระกูลได้พบเห็นบ้าง

แต่บัดนี้ เหล่าอาวุโสผู้หาตัวได้ยากยิ่งของตระกูลกลับมาลอยตัวบ่มเพาะปราณอยู่ตรงหน้าจวนของหลินเฮ่า พร้อมทั้งคอยฟังเสียงร้องไห้ของทารกแรกคลอดอย่างหลินซวน!

อักขระแห่งเต๋ามากมายลอยวนอยู่โดยรอบกายของพวกเขาราวกับแม่น้ำสีทองสายใหญ่ที่ไหลเชี่ยว

ในหูมีเสียงร้องของทารกที่แฝงพลังเต๋าทะลุทะลวงเข้าไปในจิตใจพร้อมทั้งปลุกความหยั่งรู้บางอย่างใจสำนึก  คอขวดลมปราณที่ติดขัดมานับร้อยนับพันปีของเหล่าอาวุโสเริ่มพังทลายลงภายใต้เสียงสะท้อนแห่งเต๋า!

ประกายแสงบางอย่างเริ่มทอแสงออกมา อักขระเต๋าอันศักดิ์สิทธิ์เริ่มปรากฏจากความว่างเปล่าแล้วเข้าไปหลอมรวมกับร่างของพวกเขา!

โดยเฉพาะกับบรรพบุรุษสกุลหลิน ตรงหน้าของเขามีอักขระมากมายลอยวนเวียนไปมา ในจำนวนมีอักขระสีม่วงทองอยู่เก้าตัวที่เปล่งแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าอักขระใด และในชั่วพริบตาต่อมา ไอปราณรอบตัวก็เริ่มทอแสงประกายราวกับดวงดาว  ตัวเขาสัมผัสได้ถึงพลังอันลึกลับไร้ที่สิ้นสุด!

“ท่านบรรพบุรุษบรรลุขั้นถัดไปแล้ว!!!”

“ช่างเป็นยอดอัจฉริยะ  ข้าที่บ่มเพาะพลังมาหลายปียังไม่แม้แต่สามารถเข้าใจของลึกซึ้งของเต๋าอันยิ่งใหญ่นี้ด้วยซ้ำ”

“ความรู้สึกอะไรกัน? ข้ายังไม่เห็นสัมผัสสิ่งใดได้เลย เฮ้! พวกเจ้าหลีกออกไปบ้าง อย่ามาขวางทางเยี่ยงนี้!”  ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวขึ้นระหว่างพยายามดันคนตรงหน้าให้หลีกทางออกไป

“ข้าไปขวางทางเจ้าได้เยี่ยงไร?  สงบปากสงบคำเดี๋ยวนี้  อย่าได้คิดจะรบกวนเทพเซียนตัวน้อยของเรา!”  ผู้เฒ่าด้านหน้ามองกลับไปอย่างเขร่งขรึมและปฏิเสธที่จะขยับไปไหนทั้งสิ้น!

“โอ้ คุณพระช่วย!”

เหล่าอาวุโสล้วนดูผอมบาง เส้นผมเป็นสีดอกเลา ดูราวกับวิญญาณแก่ๆ แต่ทุกย่างก้าวกลับทำให้เกิดความปั่นป่วนในอากาศ แลดูสง่างามและลึกลับ

แต่ตอนนี้ ตาเฒ่าทั้งหลายกลับเริ่มม้วนแขนเสื้อ และถกเถียงกันเสียงดังขึ้นทุกที พวกเขาไม่หลงเหลือความระมัดระวังใดๆ พร้อมทำทุกทางเพื่อให้ได้เข้าใกล้ทารกน้อยมากกว่าเดิม

“เงียบๆ  จงอย่าได้คิดรบกวนเจ้าเซียนน้อยของเรา!”

แต่หลังจากได้ยินคำพูดจากบรรพบุรุษสกุลหลิน ตาเฒ่าอาวุโสที่เหลือก็เริ่มกลับไปบ่มเพาะกันด้วยความสงบ  ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังแอบลืมตามามองทารกน้อยในห่อผ้าเป็นระยะๆ  ในดวงตาเต็มไปด้วยความหลงใหล!  ยิ่งจ้องมองหลินซวนมากเท่าใด ก็ยิ่งรู้สึกรักใคร่เจ้าตัวน้อยนี่มากขึ้นเท่านั้น  ยิ่งมองดูทารกน้อยนานขึ้น ก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นตาม  หากเพียงมีเทพเซียนตัวน้อยคนนี้ โอกาสอันยิ่งใหญ่มากมายย่อมจะปรากฏขึ้นในสกุลหลินแน่นอน!

และไม่เพียงแต่กับเหล่าอาวุโสทั้งหลายเท่านั้น  เสียงร้องไห้ที่แฝงพลังล้ำลึกนี้ยังกระจายไปทั่วทั้งอาณาเขตตระกูล  เพียงเหล่าผู้ฝึกตนทั้งหลายได้ยินเสียง ก็เริ่มนั่งลงแล้วบ่มเพาะพลังปราณ  ดูราวกับคนที่เมามาย

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดภาพประหลาดในจวนสกุลหลิน  ปกติแล้วในยามบ่ายเช่นนี้มักจะมีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาตามที่ต่างๆ  แต่ตอนนี้อาณาบริเวณรอบๆกลับเต็มไปด้วยความเงียบงัน และทุกคนกำลังนั่งบ่มเพาะพลัง!

ไม่ว่าจะบนหลังคา บนถนน บนเตียง หรือข้างๆโต๊ะอาหาร ผู้คนล้วนกำลังซึมซับลมปราณอยู่ทั้งสิ้น!

ในตระกูลที่ใหญ่โตถึงเพียงนี้  ปัจจุบันกลับมาเพียงเสียงร้องไห้ของทารกน้อยให้ได้ยินเท่านั้น

ทุกคนนั่งรับฟังเสียงร้องของหลินซวนราวกับกำลังดื่มสุราและเมามายในกลิ่นรสชั้นเยี่ยมของมัน ไม่เพียงแค่ผู้ฝึกฝนปราณเท่านั้นที่ดูมัวเมา บางคนถึงขั้นลุกขึ้นมาเต้นรำด้วยความรื่นเริง เหมือนกันคนเสียสติ ราวหัวเราะของพวกเขาดังทะลุชั้นฟ้า!

“เสียงร้องไห้นี่ราวกับมาจากสรวงสวรรค์ เป็นเสียงแห่งเซียนน้อย!”

“เทพเซียนมาจุติลงในสกุลหลินของเรา!”

ประกายแสงมากมายกำลังถักทอไปทั่วทั้งตระกูลหลิน แสงแห่งการเลื่อนขั้น!

เพียงวันเดียวเท่านั้น ผู้คนนับไม่ถ้วนของสกุลหลินก็ตัดผ่านขั้นลมปราณ!

และผู้ที่สามารถบรรลุได้ถึงสองขั้นปราณนั้น มีจำนวนถึงหนึ่งพันคน!

อันที่จริงแล้ว ไม่เพียงแต่ตระกูลหลินเท่านั้น  แต่ทั่วทั้งเมืองต้าหยานก็ห้อมล้อมไปด้วยเสียงแห่งเต๋านี้!

ถึงอย่างนั้น ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะได้ยินเสียงร้องของหลินซวนชัดเท่าผู้คนในตระกูลหลิน เหล่าผู้บ่มเพาะด้านนอกได้ยินเพียงเสียงแผ่วเบาของทำนองเต๋าเท่านั้น แต่ก็ทำให้ผู้คนล้วนตกตะลึงมากมายแล้ว!

“นี่คือ เสียงที่ยิ่งใหญ่แห่งเต๋า?  มันดังมาจากทางตระกูลหลินจริงๆด้วย!”  ชายวัยกลางคนในชุดดำผู้หนึ่งกล่าวขึ้น

“เกิดอันใดกัน?  เหตุการณ์ที่สองนี้ก็เป็นผลมาจากบรรพบุรุษสกุลหลินด้วยหรือ?”

“ช่างน่าหวั่นเกรงเกินไปแล้ว! นี่เพราะบรรพบุรุษหลินได้ก้าวผ่านชั้นลมปราณจริงน่ะหรือ?”

“ก่อนหน้านี้ ข้ามองเห็นปราณม่วงเข้มข้นมาจากทางตระกูลหลิน เป็นปราณเดียวกับที่มาจากทางตะวันออกไกลออกไปกว่าแสนลี้!  แล้วในครั้งนี้ เสียงแห่งเต๋าก็ยังคงมีศูนย์กลางอยู่ที่สกุลหลินอีกหรือ?  ทั้งหมดนี้นั้นควรเกิดเพราะบรรพบุรุษสกุลหลินเป็นแน่แล้ว!”  ชายแก่คนหนึ่งพูดพร้อมมองไปยังท้องฟ้าเบื้องบน ดวงตาเขาสะท้อนให้เห็นแสงสวรรค์สาดกระจายไปทั่ว!

“เมื่อบรรพบุรุษตระกูลหลินก้าวขึ้นไปถึงลมปราณชั้นนั้น ก็ไม่มีสิ่งใดให้กังขาเลยว่าสกุลหลินจะต้องรุ่งโรจน์  ตระกูลจะสามารถต่อต้านพวกเขาได้อย่างไรนับจากวันนี้?”

ในเมืองต้าหยาน จอมยุทธมากมายล้วงแล้วแต่จ้องมองไปยังที่ตั้งของจวนตระกูลหลินและคิดเพียงว่าปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นมานี้ล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากการที่บรรพบุรุษของสกุลหลินก้าวขึ้นสู่ชนชั้นลมปราณที่สูงขึ้นกว่าเดิม

สีหน้าของพวกเขาล้วนเปี่ยมไปด้วยความหลากหลายซับซ้อนยิ่ง บ้างก็ตกตะลึง บ้างกำลังเสียใจ บางส่วนไม่สามารถคาดเดาได้ และบางส่วนก็ทอดถอนใจ  อย่างไรก็ตามแต่ สุดท้ายแล้วทั้งหมดก็ล้วนทำเพียงนั่งลงแล้วเริ่มบ่มเพาะปราณพลางฟังสำเนียงแห่งเต๋าที่สะท้อนตามมา

และในที่สุด เมื่อเวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม พลังแห่งเต๋านี้ก็เริ่มค่อยๆจางหายไป

ในตอนนี้ หลินเฮ่าที่ยังคงอยู่ในห้องก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาจากในห้วงจิตของตน  เขาที่ตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นลุกขึ้นไปกอดบุตรชาย พร้อมกับกำลังจะกล่าวบางอย่างกับภรรยา

แต่แล้ว หลินเฮ่าก็สังเกตเห็นถึงเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลาย รวมทั้งบรรพบุรุษสกุลหลินที่กำลังขัดสมาธิรวบรวมปราณอยู่กลางอากาศบริเวณหน้าจวนของตน

หลินเฮ่าได้เพียงนิ่งค้างไป  ก่อนที่จะได้สติกลับมา เขาวางบุตรชายแล้วกันไปคำนับให้กับบรรพุบุรุษอย่างลนลานและเต็มไปด้วยความเคารพ

“ผู้น้อยหลินเฮ่าคารวะแด่เหล่าบรรพบุรุษสกุลหลิน!”

เพียงกล่าวจบ บรรพบุรุษอาวุโสสูงสุดของตระกูลหลินที่ลอยอยู่ตรงด้านหน้าสุดก็เปิดเปลือกตาโดยพลัน เมื่อเขายืนขึ้นเต็มความสูงอย่างมั่นคง สิ่งต่อมาคือเตะหลินเฮ่ากระเด็นออกไปให้พ้นทาง!  แล้วค่อยๆอุ้มหลินซวนตัวน้อยขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

“เจ้าลูกหลานอกตัญญู!!”

“ตะโกนเสียงดังยิ่งนัก!”

“อยากทำให้เด็กน้อยคงนี้หวาดกลัวหรือไร!”

หลินเฮ่า “.....”

บิดาท่านเถอะ! นั่นมันบุตรของข้าหรือของท่านกันแน่!!

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด