341 - บาดเจ็บภายใน
341 - บาดเจ็บภายใน
“เจ้าไปซื้อเสื้อผ้าให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าต้องการออกจากที่นี่ไปซ่อนตัวที่อื่น” ฮั่วหรูเสวี่ยขออย่างเขินอาย ตอนนี้นางดูดีขึ้นหลังจากทานอาหาร
เอี้ยนลี่เฉียงเหลือบมองที่ฮั่วหรูเสวี่และกลืนน้ำลายเล็กน้อยขณะที่เขาครุ่นคิดว่าจะไม่ปล่อยนางไปง่ายๆ ดังนั้นเขาจึงทำหน้าจริงจังแล้วกล่าวว่า
“อืม… เห็นทีว่าเจ้าต้องอยู่ที่นี่อีกนาน เพราะว่าเมื่อวานนี้ข้าเพิ่งลางานเข้าไปในเมืองหลวง ดังนั้นอย่างน้อยๆก็คงจะเป็นเดือนหน้าถึงจะสามารถลาได้อีกครั้ง”
แน่นอนฮั่วหรูเสวี่ยไม่มีทางทราบว่าเอี้ยนลี่เฉียงมีสถานะเป็นบุคคลอันดับสองของคฤหัสถ์กวาง นางคิดว่าเขาเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งจึงเชื่อคำพูดของเขาทันที
ถึงกระนั้นก็ยังเร็วเกินไปที่จะเฉลิมฉลอง ทันทีที่พวกเขาทานอาหารเสร็จ เอี้ยนลี่เฉียงก็หยิบตะกร้าอาหารลงไปชั้นล่างให้คนรับใช้เก็บไปล้าง
เมื่อเขากลับไปที่ชั้นสอง เขาพบว่าประตูห้องนอนของเขาถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนา
เสียงของฮั่วหรูเสวี่ยมาจากภายในห้อง
“มันเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกสำหรับชายและหญิงจะอยู่ในห้องเดียวกัน ข้าจะอยู่ในห้องนี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ข้าสังเกตว่ามีเตียงอยู่ในห้องข้างๆกรุณาไปใช้ห้องนั้น
ข้าต้องการรักษาอาการบาดเจ็บอย่างเงียบๆคนเดียว หลังจากนี้ข้าจะออกไปทานอาหารเพียงแค่วันละหนึ่งมื้อ โปรดอย่าเข้ามาในห้องนี้หากข้าไม่ได้อนุญาตไม่เช่นนั้นข้าอาจจะเผลอทำร้ายเจ้า…”
นี่เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้ดื่มด่ำกับความงดงามไม่รู้จบ แต่สุดท้ายโอกาสของเขาก็พลาดไปอย่างน่าเสียดาย
เอี้ยนลี่เฉียงตกตะลึง เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากหัวเราะอย่างเคอะเขิน เขากลับมาที่ห้องและฝึกฝนคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นคนเดียวเงียบๆต่อไป
และเช่นเดียวกันฮั่วหรูเสวี่ยก็อยู่ในลานของเอี้ยนลี่เฉียงนับตั้งแต่วันนั้น
ในตอนกลางคืน มีเสียงของกระแสน้ำไหลผ่านผนังเมื่อฮั่วหรูเสวี่ยกำลังอาบน้ำ ร่างกายชายหนุ่มที่สุขภาพดีเอี้ยนลี่เฉียงก็ตื่นตัวเป็นอย่างมาก
ในเวลานี้จิตใจของเขาเต้นระรัวไม่หยุดจนต้องพยายามข่มกลั้นไว้อย่างเต็มที่
แม้จะมีฮั่วหรูเสวี่ยอยู่รอบๆ ชีวิตประจำวันของเอี้ยนลี่เฉียงในคฤหาสน์กวางก็ยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ แต่การฝึกฝนของเขายิ่งยากลำบากมากขึ้นเพราะอาจารย์ของเขาเคี่ยวเข็ญอย่างเต็มที่
ด้วยเหตุนี้ เอี้ยนลี่เฉียงจึงกลับไปที่ลานเล็กๆของเขาหลังจากที่ฝึกฝนจนสิ้นเรี่ยวแรง มันไม่เกินจริงนักหากจะบอกว่าเขาแทบจะคลานกลับบ้านมาทุกครั้ง
ในวันที่มืดมนของการฝึกฝน การได้พูดคุยกับฮั่วหรูเสวี่ยจึงกลายเป็นความสุขอย่างเดียวของเอี้ยนลี่เฉียง
การนั่งที่โต๊ะเดียวกันกับฮั่วหรูเสวี่ยในมื้อกลางวันทุกวัน การเฝ้าดูนางรับประทานอาหารอย่างสุภาพเรียบร้อยและมีส่วนร่วมในการสนทนาเล็กๆน้อยๆ
กลายเป็นความเพลิดเพลินที่หาได้ยากสำหรับเอี้ยนลี่เฉียง เขาแอบจินตนาการว่านางเป็นโค้ชส่วนตัวแสนสวยจากโรงยิมในชาติก่อน
เพราะเป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายจะชอบสอดส่ายสายตาไปที่หน้าอกของโค้ชแสนสวยในโรงยิม
เป็นธรรมดาที่ผู้ชายมักจะไม่แสดงความอ่อนแอให้กับผู้หญิงได้เห็น ดังนั้นการที่มีเทรนเนอร์ที่เป็นผู้หญิงในโรงยิมจะทำให้พวกผู้ชายประสบผลสำเร็จในการลดน้ำหนักได้เร็วกว่าปกติ
ในขณะเดียวกันเอี้ยนลี่เฉียงก็พยายามฝึกฝนอย่างเต็มที่ภายใต้การเฝ้าดูของฮั่วหรูเสวี่ย เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้นางเกิดความประทับใจ
ด้วยความพากเพียรเช่นนี้ เอี้ยนลี่เฉียงจึงรู้สึกว่าการพัฒนาของเขานั้นรวดเร็วขึ้นแม้จะฝึกฝนด้วยความบ้าคลั่ง
ในตอนนี้ต่อให้ไม่ต้องใช้ลมปราณที่อยู่ในร่างเขาก็เชื่อว่าสามารถบดขยี้ผู้ที่อยู่ในอาณาจักรนักรบต่อสู้ได้ทุกคน
ความจุปอดของเอี้ยนลี่เฉียงยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลและการฝึกฝนคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นอย่างต่อเนื่องทำให้เขาสามารถกลั้นหายใจในน้ำได้นานกว่าเดิมหลายเท่า
วันแล้ววันเล่าเอี้ยนลี่เฉียงกำลังก้าวหน้า ทว่าหนทางสู่การฟื้นฟูของฮั่วหรูเสวี่ยไม่ได้ยอดเยี่ยมอย่างที่เขาคาดไว้
นอกจากบาดแผลที่มองเห็นได้ใต้หน้าอกของนางแล้ว ยังดูเหมือนว่านางจะได้รับบาดเจ็บภายในอย่างร้ายแรง
ทุกๆสามวันฮั่วหรูเสวี่ยจะส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดในตอนกลางคืน
ในตอนแรกเอี้ยนลี่เฉียงไม่ได้สังเกตเห็นอาการบาดเจ็บภายในของฮั่วหรูเสวี่ยจนกระทั่งพวกเขาอยู่ด้วยกันสามวัน
เขาได้ยินเสียงครวญครางเบาๆที่เจ็บปวดมาจากห้องของนางเมื่อเขานอนหลับอยู่ในห้องของตัวเอง
พอรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาจึงลุกขึ้นและรีบไปที่ห้องของนางและเคาะประตูอย่างรวดเร็ว
“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”
“อย่า… เข้ามา…!”
เสียงของฮั่วหรูเสวี่ยจากอีกด้านหนึ่งของประตูนั้นอ่อนแอ แต่มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่ง
เอี้ยนลี่เฉียงลังเลอยู่ครู่หนึ่งและกลับไปที่ห้องของเขาและนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยความกังวล
สามวันต่อมาเอี้ยนลี่เฉียงก็ได้ยินเสียงแปลกๆมาจากห้องของฮั่วหรูเสวี่ย
ประมาณเที่ยงคืนอีกครั้งฮั่วหรูเสวี่ยไม่ได้ส่งเสียงใดๆในครั้งนี้ ทว่ากลับดูเหมือนนางใช้เล็บจิกเข้าไปที่ท่อนไม้เพื่อยับยั้งไม่ให้ตัวเองกรีดร้องออกมา
เอี้ยนลี่เฉียงลุกขึ้นและเคาะประตูอีกครั้ง
"เจ้าสบายดีหรือเปล่า?"
“อย่า… เข้ามา…” เสียงจากห้องนั้นแหบแห้งเล็กน้อย
แม้ว่าเขาจะชื่นชอบนางเป็นอย่างมากแต่เขาก็เคารพในความเป็นส่วนตัวของนาง ดังนั้นจึงไม่ได้พยายามพังประตูห้องเข้าไปต่อให้เขาเป็นห่วงนางแค่ไหนก็ตาม
ระหว่างรับประทานอาหารกลางวันในวันรุ่งขึ้น เอี้ยนลี่เฉียงสังเกตเห็นรอยเล็บห้ารอยบนหัวเตียงไม้ของนาง และสภาพของนางวันนี้ดูย่ำแย่เป็นอย่างมาก
“เจ้าได้รับบาดเจ็บภายในหรือไม่” เขาถามฮั่วหรูเสวี่ย
“อาการบาดเจ็บภายในธรรมดา…” นางตอบง่ายๆ
“เจ้าอยากได้ยาอะไร? ในคฤหาสน์กวางนี้มียามากมายข้าสามารถเอามาให้เจ้าได้…”
“อาการบาดเจ็บภายในนี้คือ…” ฮั่วหรูเสวี่ยกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่นางก็เปลี่ยนใจ
"ช่างเถอะมันไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ข้าจะจัดการเอง!”
สามวันต่อมา เสียงตะปูลากบนไม้ดังก็อีกครั้งจากห้องของฮั่วหรูเสวี่ย เอี้ยนลี่เฉียงรีบวิ่งไปที่ห้องของนางทันที
“อย่า… เข้ามา…”
……
เพียงชั่วพริบตาพวกเขาก็อยู่ด้วยกันมายี่สิบเอ็ดวัน…
ในขณะที่เอี้ยนลี่เฉียงกำลังฝึกฝนตัวเองอยู่นั้น
ก็มีเสียงดังออกมาจากห้องที่อยู่ติดกัน และมันดังมากกว่าปกติ
เอี้ยนลี่เฉียงยังได้ยินเสียงครวญครางอย่างเจ็บปวดอีกครั้งซึ่งเขาไม่ได้ยินมาหลายวันแล้ว
เขารีบวิ่งออกจากห้องของเขาและเคาะประตูฮั่วหรูเสวี่ย
"เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
คราวนี้ไม่มีคำตอบจากนาง
เอี้ยนลี่เฉียงตะโกนขึ้นสองครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบจากภายใน เขาจึงทำลายกลอนประตูห้องแล้วเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เอี้ยนลี่เฉียงมองเห็นฮั่วหรูเสวี่ยนอนอยู่บนเตียงโดยไม่มีความเคลื่อนไหว เขารีบวิ่งเข้าไปและใช้นิ้วสัมผัสที่ต้นคอของนางก่อนจะพบความเย็นที่น่าหวาดหวั่น
"ตื่น! ตื่นเร็วเข้า…!"
เอี้ยนลี่เฉียงเขย่านางให้ตื่นขึ้น แต่เขาพบว่านางไม่มีการตอบสนองแต่อย่างใด เพียงชั่วพริบตาเขาก็ตระหนักว่ามีชั้นน้ำแข็งเกาะบนหลังมือของนาง และร่างกายของนางก็ค่อยๆแข็งทื่อ…
เอี้ยนลี่เฉียงตกใจมาก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะจัดการกับสถานการณ์อย่างไร
เมื่อเห็นฮั่วหรูเสวี่ยที่ร่างกายเย็นยะเยือก เขาก็รีบถอดเสื้อผ้าออกโดยไม่ลังเลใดๆและโอบกอดนางไว้แน่นในอ้อมแขน พยายามให้ความอบอุ่นแก่นางด้วยหน้าอกของเขา