ตอนที่ 19 แค่สุนัขของตระกูล
เปลี่นชื่อตัวละครนะครับ แก้ให้อ่านได้ถูกต้อง เหลยหง = เล่ยหง
******************************************************************
เล่ยหง หรือที่รู้จักกันในนาม ท่านเล่ย
จักรพรรดิแห่งโลกใต้ดินของหยุนไห่
ก่อนที่จะพูดอะไรออกมาชายคนข้างๆก็ขยับเก้าอี้มาให้เล่ยหงนั่งลงบนเก้าอี้
"เอาละ ฉันจะให้โอกาสนาย คุกเข่าแล้วขอโทษฉันและมาเป็นผู้ติดตามของฉันแล้วฉันจะให้นายอยู่อย่างสบายในที่ของนาย!"
เล่ยหง ขยับแหวนในมือของเขาและพูดเบา ๆ
เขารับรู้ว่า เจียงเป่ยเฉิน เป็นคนที่มีความสามารถด้วยพรสวรรค์ของเขา เขาเลยอยากได้มาใช้งาน
เจียงเป่ยเฉิน หัวเราะและสายหัว
“พวกโลกใต้ดินเนี้ยชอบล้อเล่นแบบนี้หรอ?”
“ไอ้เวร! แกรู้ไหมกว่าพ่อบุญธรรมของฉันจะรับใครเข้ามายากขนาดไหน เพราะงั้นนายห้ามปฏิเสธ!”
หวังเต็งตะโกน
เล่ยหงโบกมือของเขาโดยเขาไม่โกรธเลยแม้แต่นิดเดียว เขาพูดกับเจียงเป่ยเฉินด้วยน้ำเสียงสุภาพ: "พ่อหนุ่มโลกนี้ไม่แบ่งแยกขาวดำชัดเจน มีแค่สิ่งที่ควรทำกับไม่ควรทำ ฉันแนะนำให้นายยอมรับโอกาสนี้ไว้ไม่งั้นนายจะเสียใจทีหลังเอานะ!"
"ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของคุณ แต่ว่าน่าเสียดายผมไม่สามารถทำงานกับคนหน้าด้านแบบคุณได้!!"
เจียงเป่ยเฉิน กล่าวเบา ๆ
“ไอ้เด็กเวร!”
"พ่อบุญธรรมหมอนี่มันหยิ่งเกินไปเลิกพูดกับเขาแล้วฆ่าทิ้งซะ!"
หวังเต็งโกรธเกรี้ยว
ถ้า เล่ยหง ไม่ได้สนใจในตัวของ เจียงเป่ยเฉิน เขาอาจจากไปแล้ว
ในตอนนี้เล่ยหงไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียงแค่ส่ายหัวและโบกมือเบา ๆ
ทันใดนั้นชายร่างใหญ่สองคนพลันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก็เดินออกมาจากด้านหลังเล่ยหง
ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกันพวกเขาเป็นมือขวาของ เล่ยหง เขาเป็นคนผิวคล้ำ พวกเขาคือนักสู้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ เล่ยหง เชิญมาเป็นพิเศษตั้งแต่มาถึงพวกเขายังไม่เคยแพ้ใครเลยสักคนเดียว
หลังจากเดินออกมาข้างหน้าแล้ว ทั้งสองคนก็เดินไปหาเจียงเป่ยเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
แต่ทว่าท่าทีของเจียงเป่ยเฉินยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ชายผิวสีเดินเข้าใกล้ เจียงเป่ยเฉิน และกำปั้นพุ่งเข้าใส่ เจียงเป่ยเฉิน โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
และเมื่อกำปั้นนั้นอยู่ใกล้ในระยะสามนิ้วห่างจากคิ้วของ เจียงเป่ยเฉิน เจียงเป่ยเฉิน ก็ขยับตัวและหายไปจากสายตาของชายคนนั้น
เมื่อชายคนนั้นได้สติอีกครั้งเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกของเขา เขารู้ได้ทันที่ว่าถูกหมัดอันรุงแรงซัดเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างจัง ต่อมาจากการปะทะกันชายคนนั้นรู้สึกเหมือนตัวเองถูกรถสิบล้อพุ่งเขาชนตัวเขากระเดนถอยหลังราวกับลูกปืนใหญ่
ชายร่างใหญ่อีกคนที่อยู่เบื้องหลังตะลึงไปชั่วขณะและรีบพุ่งตรงไปหา เจียงเป่ยเฉิน พร้อมกับส่งเสียงคำราม
ตูม! เพียงแค่การปะทะครั้งแรกกันเขาก็ถูกส่งให้ลอยออกมาอีกคน
ในเวลานี้ทุกคนตะลึงเป็นอย่างมาก
หวังเต็งมีใบหน้าราวกับรับประทานอุจจาระ เขารู้ดีว่ามันเป็นยังไงเพราะเขาเคยสัมผัสกับพลังนั้นมาก่อนแล้ว
แต่เขายังประเมินเจียงเป่ยเฉินต่ำไป
เพราะตอนนี้มือขวาทั้งสองคนของพ่อบุญธรรมของเขาก็ถูกฆ่าตายไปแล้วในเวลาไม่กี่วินาที เรื่งนี้แม้แต่เล่ยหงยังคาดไม่ถึงว่าเจียงเป่ยเฉินผู้นี้จะมีพลังมากขนาดนี้
นี่มันสร้างความประหลาดใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตามเขาไม่กังวลมากนักเพราะเขาพาคนมามากมาย ยังไงก็ตามเขาก็คิดว่ามันคงเพียงพอที่จะลาเจียงเป่ยเฉินไปตายด้วย! แต่เขากลับคิดผิด! เพราะเจียงเป่ยเฉินกำลังเดินเข้าไปหา เล่ยหง ทีละก้าว ทีละก้าว ด้วยใบหน้าที่เย็นชา
ลูกน้องของเล่ยหงพุ่งเข้าไปขัดขว้างเขาไว้ แต่ทุกๆคนที่เข้าไปล้วนถูกจัดการไม่เหลือแม้แต่คนเดียว ไม่มีใครสักคนที่จะสามารถหยุดเจียงเป่ยเฉินได้ เพียงเวลาไม่กี่ลมหายใจทุกคนที่ เล่ยหง พามาด้วยนั้นก็ถูกเจียงเป่ยเฉินจัดการล้มลงไปกองอยู่กับพื้น และตอนนี้เจียงเป่ยเฉินก็มายืนอยู่เบื้องหน้าเขาแล้ว
เล่ยหงแข็งค้างราวกับต้นไม้
เจียงเป่ยเฉินยืนมือออกไปแล้วหยึบเอาแว่นกันแดดของเล่ยหงออกเผยให้เห็นแววตาของเขาที่อยู่ภายใต้แว่นนั้น แววตาของเขาดูสงบ แต่แน่นอนว่านั้นมันก็แค่นั้นเพราะตอนนี้เม็ดเหงื่อค่อยๆไหลซึมออกมาจากหน้าผากของเขา
“เป็นอะไรไป ร้อนหรอ”
เจียงเป่ยเฉิน พูดติดตลก
"ไอ้หนูฉันยอมรับ ว่าฉันประเมินความสามารถนายต่ำเกินไป แต่นายควรรู้ไว้ว่าการที่ฉันขึ้นมาถึงตำแหน่งนี้ได้ก็เพราะตัวฉันเองเพียงแค่โทรศัพท์ครั้งเดียวฉันก็สามารถทำให้นายหายไปได้เลย! "
เล่ยหง กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้ม
แน่นอนว่าการที่เขาจะสามารถขึ้นเป็นจักรพรรดิโลกใต้ดินได้เขาต้องมีคนหนุนหลัง! "เหอ เหอ งั้นนายจะให้คนที่อยู่เบื้องหลังช่วย?"
โอเคฉันจะให้โอกาสนายโทรหาเขา บางทีฉันอาจจะไว้ชีวิตนายก็ได้"
เจียงเป่ยเฉินคลี่ยิ้มออกมาอย่างช้าๆและโยนแว่นกันแดดในมือของเขาลงไปใต้เท้าของเขาและบดขยี้มันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เล่ยหง เช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากของเขา
เขารีบหยิบโทรศัพท์ออกมาโทร.
ตุ๊ด! โทรศัพท์ดังขึ้นสองครั้งและทันใดนั้นก็มีเสียงที่มีอายุ ๆ ดังมาจากข้างใน: "เฮ้ เซียวเล่ยโทรหาฉันมีอะไรเหรอ"
"นายท่านผมมีปัญหา ผมต้องการความช่วยเหลือจากคุณ!"
เหล่ยหงพูดด้วยความลำบากใจด้วยฐานะของเขา เขาจะไม่มีทางขอความช่วยเหลือจากบุคคลทางโทรศัพท์เว้นแต่จะพบปัญหาจริงๆ
ชายชราในโทรศัพท์เงียบไปชั่วขณะ เขารู้ความสามารถของเล่ยหงและดูเหมือนว่านี่ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ
"เกิดอะไรขึ้น? ในพื้นที่นี้ใครๆก็รู้ว่านายเป็นคนของฉัน นี่แสดงว่าคนๆนี้ไม่เห็นแก้หน้าฉันเลยสินะ?"
"นี่ ... " สีหน้าของเล่ยหงบิดเบียวเล็กน้อย แต่เขาเชื่อว่าเบื้องหลังของเจียงเป่ยเฉิยไม่ได้ทรงพลังขนาดนั้น ที่เขาคาดไม่ถึงคือพลังต่อสู้ของชายหนุ่มที่แข็งแกร่งจนไม่มีใครหยุดเขาได้!
“ให้ฉันคุย!”
ชายชราเปิดปากของเขาและพูด
เหล่ยหงรีบยื่นโทรศัพท์ให้มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย เขาเชื่อว่าตราบใดที่เจียงเป่ยเฉินรับสายเขาจะต้องหวาดกลัวมาจนต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตอย่างแน่นอน!
"เฮ้ นายคิดว่านายเป็นใครอายุเท่าไรกัน นายสามารถใช้มือเดียวบังฟ้า เรียกลมเรียกฝนได้อย่างนั้นหรอ?"
เจียงเป่ยเฉิน รับโทรศัพท์และพูดติดตลกนิดๆ
“เสียงนี่?”
เสียงในโทรศัพท์สั่นในชั่วขณะและตะโกนขึ้นมาทันที: "คนของผม ล่วงเกินคุณไปแล้วผมจะรู้ได้ไงว่าเป็นคุณ"
"อย่างงี้ผมจะชดเชยความผิดนี้ยังไงกันเนี้ยย! "
"ลืมไปเถอะเรื่องเล็กน้อยคุณไม่ต้องกังวลไปหรอก"
เจียงเป่ยเฉิน ส่ายหัวและพูด
“แต่ว่า.!”
ทันใดนั้นเหอฟู่เฉิงก็พลันนึกถึงบางเรื่องได้และรีบกล่าวว่า: "อาการบาดเจ็บของคุณ ... "
"ฉันรักษามันแล้วแหละถึงจะแค่ชั่วคราวก็แต่ แล้วก็ขอบคุณสำหรับวัตถุหายากที่หามาให้ในหลายปีนี้"
เจียงเป่ยเฉิน ยิ้ม
เขาสามารถรักษาอาการบาดเจ็บของเขาได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ก็เป็นเพราะซวนฉิ่งฉือ อีกทั้งการสนับสนุกของ ตระกูลเหอ ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน
"ดีดี!"
เหอฟู่เฉิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วกล่าวอีกครั้ง: "เมื่อเร็ว ๆ นี้ร้านขายยาเหอของเราได้ซื้อ ยาทิเบต หายากจำนวนหนึ่งหากคุณต้องการอะไรโปรดโปรดบอกผม ผมจะจัดการส่งไปให้คุณทันที! "
"อ๋อ?"
"ยาทิเบต? "
เจียงเป่ยเฉิน ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและถามอย่างรวดเร็ว: "ร้านอยู่ที่ไหนเดียวฉันจะไปดูเอง!"
เหอฟู่เฉิงรีบบอกที่อยู่แก่เขียงเป่ยเฉินจากนั้นก็เขาว่าจะแวะไปเยี่ยมเจียงเป่ยเฉินที่ร้านขายยาด้วย
หลังจากนั้นโทรศัพท์ก็ถูกส่งคืนกลับไปอยู่ในมือของ เล่ยหง
เล่ยหง รู้สึกงุนงกอย่างมากในตอนนี้
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า เหอฟูเฉิง จะพูดคุยกับเจียงเป่ยเฉินนานขนาดนี้แล้วจากที่ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะรู้จักกันมานานแล้ว
เมื่อเขารับโทรศัพท์เขาก็ถูกต่อว่าอย่างรุนแรง: "แก ไอ้บ้านี้แกทำอะไรลงไปเนี้ย! คนที่อยู่ตรงหน้าแกคือผู้ช่วยชีวิตของฉันเหอฟู่เฉิงเป็นผู้มีพระคุณกับตระกูลเหอของฉัน! รีบขอโทษเขาเดียวนี้เลยมิฉะนั้นแกเตรียมตัวเก็บข้าวของออกจากหยุนไห่ไปเลย! "
มือที่ถือโทรศัพท์ของเขาแทบจะอ่อนแรงและเกือบจะทำโทรศัพท์ตกพื้น เขามองไปที่ เจียงเป่ยเฉิน ด้วยความประหลาดใจ
"คุณชายผม ผมไม่ทราบว่าเป็นคุณ... " เล่ยหงถึงกับแทบจะพูดไม่ออก
เขาสามารถมีตำแหน่งอย่างในวันนี้ได้ในหยุนไห่เพราะเขามีคนหนุนหลังเขาอยู่ ตระกูลเหอมีอิทธิพลอย่างมากทั่งในแวดวงการเมืองและธุรกิจและคลองคลุมแม้กระทั้งในจิงโจวด้วย มิฉะนั้นแล้วด้วยลำพังเขาคนเดียวจะมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร พูดก็พูดเขาก็คล้ายกับสนุกที่ตระกูลเหอเลี้ยงไว้มากกว่า
จู่ๆ เจียงเป่ยเฉินก็พูดขึ้นมาด้วยท่าทีสบายๆว่า "นายเป็นอะไรไป ไม่ต้องการฉันเป็นลูกน้องแล้วหรอ?"
"หรือต้องการให้ฉันออกจากเมืองไป?"
"ไม่ ไม่ ไม่ผมไม่กล้าแล้วจากนี้ไปถือสะว่าผมเป็นลูกน้องของคุณ ทุกครั้งที่เห็นคุณผมก็จะทำความเคารพคุณเสมอ!"
เล่ยหง ตอนนี้คล้ายกับว่าเขากำลังจะร้องไห้ออกมา
"เอาเถอะเนื่องจากนายเป็นคนรู้จักของ เหอฟูเฉิง ฉันจะไม่ทำไรแล้วกัน!"
เจียงเป่ยเฉินขมวดคิ้วหันไปมองหวังเต็งที่อยู่ไกลออกและพูดว่า "ยังไงก็ตามลูกทูลหัวของนาย ต้องการข่มแหงภรรยาของฉันนายจะอธิบายเื่องนี้ยังไงดี!"
เล่ยหง รีบเดินไปกระชากคอของหวังเต็ง
หวังเต็งก็รีบทิ้งตัวลงบนพื้น ตอนนี้เขารู้สึกกลัวจนฉีราดกางเกง แม้แต่หัวหน้าของเขายังเคารพชายหนุ่มคนนี้อย่างมาก เขารู้ตัวทันทีว่าคราวนี้เขาได้เจอตอเข้าอย่างจังแล้ว
"เจ้าลูกชายหมาบ้าของผมทำให้ภรรยาของคุณชายขุ่นเคือง ผมซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมพร้อมที่จะรับผิดชอบหากคุณชายต้องการจะทำอะไรขอให้สั่งมาได้เลย แต่ขอให้คุณชายโปรละเว้นชีวิตของเขาด้วย!"
เล่ยหงกล่าวด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
เจียงเป่ยเฉิน พยักหน้ากับยอมรับให้กับความเด็ดเดี่ยวและความเอาใจใส่ของเขา
"แค่เขาไปขอโทษภรรยามของฉันด้วยตัวเอง ฉันจะถือว่าเรื่องนี้มันไม่เคยเกิดขึ้น แล้วก็อย่าเปิดเผยตัวตนของฉันด้วย!"
เจียงเป่ยเฉิน กล่าว
"แค่นี้หรอครับ"
เล่ยหง ถามด้วยความตกใจ
“อะไรกัน หรือนายยังต้องการอะไรอีก”
เจียงเป่ยเฉิน หัวเราะเยาะ "หรือต้องให้ฉันฆ่านายหรอ?"
"ไม่ไม่! ขอบคุณสำหรับความเมตา!"
เล่ยหงเตะหวังเต็งอย่างรุนแรง พ่อและลูกคู่นี้ขอบคุณเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
จากนั้นรีบนำคนทั้งหมดออกไปจากห้องโถงทันที