มังกร1000ปี : ตอนที่13 ทุกอย่างนั้นดูเชื่อมโยงกัน
ตอนที่13 ทุกอย่างนั้นดูเชื่อมโยงกัน
“คุณคือใคร? คุณอยู่ที่ไหน?” หลิงฉวนพยายามหาที่มาของเสียงลึกลับนี้
“พ่อหนุ่ม ฉันอยู่ในหอคอยที่สูงที่สุดแห่งนี้ มาเลย” หลิงฉวนหลับตาลงและใช้พลังหลิงเหว่ย เขาสัมผัสถึงงานพลังหลิงเว่ยแล้วเพ่งเล็งพลังหลิงเว่ยไปที่เท้าของเขาแล้ววิ่งตรงไปข้างหน้าไปที่หอคอยสูงใจกลางเมือง
“พ่อหนุ่มมาถึงไวดีหนิ” ไม่นานนักหลิงฉวนก็มาถึงที่หอคอย “ประตูอยู่ไหน? ผมจะเข้าไปได้อย่างไร?”
“อืม? ไม่จำเป็นต้องเข้ามาหรอก พ่อหนุ่มยังเข้ามาที่นี่ไม่ได้ พ่อหนุ่มมาที่ด้านหน้าหอคอย แล้วฉันจะให้ของบางอย่างกับพ่อหนุ่ม สิ่งนี้สามารถเป็นโอกาสสำหรับพ่อหนุ่มได้ในอนาคต!”
“อะไร? ถ้าผมเข้าไม่ได้ คุณออกมาได้ไหม? แล้วที่นี่คือที่ไหน? ผมจะกลับไปได้อย่างไง?” หลิงฉวนตะโกนถามเข้าไปในหอคอย พร้อมกับเดินไปที่ด้านหน้าของหอคอยด้วยความเชื่อว่าบุคคลลึกลับนี้จะช่วยเหลือเขาได้
เสียงดังขึ้นอีกครั้ง “เรายังไม่ถึงเวลาที่จะพบกัน เมื่อโอกาสมาถึงแล้ว... หลังจากนั้นเราจะได้พบกันเอง เอาล่ะ.. พ่อหนุ่มยื่นมือขวาออกมาสิ”
“เอ่อ ได้ครับ” หลิงฉวนยื่นมือขวาออกตามคำพูดของบุคคลนั้น
แสงสีทองพุ่งออกมาจากหอคอยยักษ์และพุ่งตกลงบนมือขวาของหลิงฉวน
หลิงฉวนเห็นว่ามันเป็นเงาดาบเล็กๆ มันปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา
“พ่อหนุ่ม เมื่อถึงเวลาแล้ว จะรู้และเข้าใจเอง ตอนนี้หมดเวลาแล้ว กลับไปเถอะนะ พ่อหนุ่ม! จำไว้ว่า... อนาคตของมังกรและมนุษย์อยู่ในมือของพ่อหนุ่ม….” ทันทีที่เสียงนั้นค่อยๆแผ่วเบาลง หลิงฉวนก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะและทิวทัศน์ด้านหน้าที่เขาเห็นก็เปลี่ยนไป แสงที่ส่องสว่างพุ่งเข้ามา
หลิงฉวนทำได้แค่เพียงหลับตาลงและทันทีที่เเขาเปิดอีกครั้งฉากนั้นที่เขาเห็นก็หายไป
ในตอนนี้ภาพที่เขาเห็นก็กลับกลายมาเป็นห้องของเขาแล้ว เมื่อหันไปมองนาฬิกา ในตอนนี้เพิ่งหกโมงกว่า ซึ่โรงเรียนมัธยมไห่เทียนเริ่มเรียนตอนแปดโมง
“มังกร? เมืองมังกร? นั่นคือเมืองมังกร?” หลิงฉวนคิดแล้วก็ตกใจ และนึกถึงสิ่งที่อาจารย์พูดเมื่อวานนี้ นอกโลก กำแพงเมืองสี่เหลี่ยม ทุกสิ่งที่เป็นสีดำเป็นไปตามที่พูดถึงทุกอย่าง
“แล้วผมไปที่เมืองมังกรได้อย่างไร หรือว่าฟังเรื่องเล่าจนหลอนเอาไปฝัน?” หลิงฉวนจึงยกมือขวาขึ้นมาดูแต่ก็ไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่ในมือขวา
“ดูเหมือนว่าจะเป็นความฝันจริงๆ ผมคิดว่าจะมีเรื่องอะไรดีสะอีก ถ้าเป็นสมบัติอะไรก็คงดี ...เสียดายที่เป็นแค่ความฝัน !” หลิงฉวนหยุดคิดสิ่งที่ฝันเมื่อสักครู่หลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวไปเรียน
...
ในอวกาศอันมืดมิด
“ความเคลื่อนไหวเมื่อกี้มาจากเมืองมังกร วันที่พวกเขาจะตื่นขึ้นมานั้นเหลืออีกไม่นานแล้ว เราต้องเร่งมือให้เร็วที่สุด!”
“อืม มังกรไฟ เด็กคนนั้นให้นายรับผิดชอบล้ะกัน โดยจะต้องทำให้เสร็จอย่างเร็วที่สุด”
“โอเคเลย”
ดวงตาขนาดใหญ่คู่หนึ่งบนหอคอยสูงของเมืองมังกรค่อยๆเปิดออกและมีความรู้สึกแปรปรวนอยู่ในนั้น
“ซวนหยวน ต้องช่วยเด็กคนนี้ให้เติบโตให้ไวที่สุด ผมได้เห็นแล้วว่าพลังของหลงเว่ยที่มีในตอนนี้ไม่เพียงพอที่จะกดดันยับยั้งเมืองมังกรได้แล้ว พวกเราทำได้เพียงพึ่งพาเขาเท่านั้น... มิฉะนั้น มังกรและมนุษย์จะประสบกับหายนะการสูญพันธุ์อย่างแน่นอน”
...
หลิงฉวนได้ลุกขึ้นพร้อมล้างหน้าและพร้อมไปโรงเรียนแล้ว
หลิงฉวนเป็นคนมีความคิดที่ดี จิตใจเข้มแข็ง หลังจากผ่านไปไม่นาน เขาก็ออกจากความคิดพวกนั้นได้ ถ้าหากเป็นคนธรรมดา หากได้พบเจอกับประสบการณ์แปลกๆเหล่านี้พวกเขาจะไม่สามารถทนมันได้แน่นอน อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา วันสองวันแน่นอน
หลิงฉวนเดินออกจากห้องก็พบเจอกับคุณแม่ที่พึ่งทำอาหารเสร็จ “เสี่ยวฉวน ทำไมวันนี้ตื่นเช้าจัง แม่กำลังจะเข้าไปปลุกเลย”
ในเวลานี้แม่ของเขาได้เตรียมอาหารเช้าไว้ให้พร้อมแล้ว
“กลัวจะสายเลยตื่นเร็วครับ” หลิงฉวนไม่อยากบอกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เขารู้สึกเหมือนจริงมาก ถ้าหากเขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับมีของบางอย่างอยู่ในมือขวา เขาจะไม่คิดว่านี่เป็นแค่ความฝันแน่ๆ เขาจึงต้องตอบแม่อย่างคลุมเครือ
หลังจากนั้นไม่นาน “แม่ผมกินเสร็จแล้ว ผมไปโรงเรียนแล้วนะครับ ลาก่อน!” หลิงฉวนกินเสร็จอย่างรวดเร็ว แล้วก็ออกไปโรงเรียนทันที
…
เดินไปบนท้องถนน หลิงฉวนไม่ได้ใช้พลังของหลิงเว่ยในวันนี้ แต่เขาค่อยๆเดินไปที่โรงเรียน
พลางเดินไปก็คิดถึงบางสิ่งบางอย่างที่เริ่มเกิดขึ้นในสองสามวันที่ผ่านมา ตั้งแต่ตอนที่เขาสัมผัสถึงหลิงเว่ยได้ ก็มีผู้ชายแปลกๆผมสีม่วงและผมสีแดงปรากฎตัวขึ้นมา แถมยังฝันถึงเมืองมังกรอีก เรื่องราวพวกนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน.. แล้วเสียงลึกลับในหอคอยใหญ่นั้นคือใคร? ระหว่างนี้มีส่วนเชื่อมโยงอะไรกัน?
ระหว่างที่เดินไปคิดไปอยู่ก็มีเสียงนึงเข้ามาแทรกแซงถึงในรูหูของหลิงฉวน
“อาฉวน ไปกันเถอะ! ผมขับรถไปส่ง” หลิงฉวนหันหน้าไปมอง เขาก็เห็นหยางเจิ้นขับรถของเขาผ่านมา
เมื่อวานนี้หลิงฉวนไม่ได้สังเกตอะไรทั้งนั้น แต่ในวันนี้หลิงฉวนสังเกตุเห็นว่าหยางเจิ้นขับ Audi A4 ซึ่งไม่ใช่รถหรูอะไรมาก (ในจีนภาษีรถมันถูกอะเนอะ ไม่เหมือนไทย 5555 อันนี้เติมเอง) แต่ก็ยังดีมากแล้วที่สามารถขับได้ตั้งแต่วัยมัธยม
“โอเค” เมื่อเห็นหยางเจิ้นหยุดรถ หลิงฉวนยังคงค้างคาสิ่งที่คิดอยู่ในใจ มีบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ แต่ก็เลิกคิดไป แล้วรีบขึ้นรถไปโรงเรียนด้วยกัน