บทที่ 69 หญิงสาวอัปลักษณ์
บทที่ 69 หญิงสาวอัปลักษณ์
การรวมตัวกันของเจ็ดผู้พิทักษ์ครองฟ้าอีกครั้งถือเป็นเรื่องที่สามารถสั่นสะเทือนทั่วทั้งทวีปอรุณเบิกฟ้าได้เลยทีเดียว หากผู้ใดกล้าเผชิญหน้ากับเจ็ดผู้พิทักษ์ครองฟ้าไม่คงพ้นความตายอย่างแน่นอน!
กุนคุนเผยสีหน้าน่าหวาดหวั่นชวนขนลุก นัยน์ตาสีดำอันมืดมิดไร้แสงเต็มไปด้วยความเย็นชาที่เย็นยะเยือกจนน่ากลัวก่อนจะกล่าวด้วยเสียงเข้มขึ้น
“พวกเจ้าคงรู้แล้วว่าบ้านเกิดของพวกเจ้าเกิดสิ่งใดขึ้น ยามนี้พวกเจ้าจะต้องรวมพลังกันอีกครั้งเพื่อปกป้องสิ่งที่เรียกว่าบ้านของพวกเจ้าให้จงได้ ข้าฝึกฝนพวกเจ้ามาตั้งแต่ยังเยาว์ แม้เราจะไม่ใช่ศิษย์อาจารย์กันแต่สายสัมพันธ์ของพวกเราอยู่เหนือกว่านั้น มันถูกเรียกว่าครอบครัว! มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องปกป้องบ้านของครอบครัว!”
กุนคุนเริ่มเล่าแผนการของตนออกไป การวางแผนซ้อนแผนจะทำให้ศัตรูคาดเดาได้ยากและการมีแผนสำรองจะช่วยให้สถานการณ์ในสนามรบไม่เปลี่ยนแปลง
หลังจากที่กุนคุนเล่าแผนจบลงแล้ว ทุกคนต่างพยักหน้าก่อนจะรีบไปดำเนินการตามแผนที่ได้รับมอบหมายมาอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้กุนไท่กำลังเหาะอยู่บนท้องฟ้า แรงลมที่ปะทะกับใบหูทำให้เกิดเสียงลมดังตลอดทาง ชายหนุ่มรู้สึกดีที่สามารถเหาะเหินกลางอากาศได้แล้ว มันเป็นความรู้สึกของนกที่อยู่บนฟ้า
ผู้บ่มเพาะที่สามารถเหาะเหินได้นั้นมีเพียงระดับผู้เชี่ยวชาญขึ้นไปเท่านั้น มีคนจำนวนมากมองกุนไท่ที่อยู่บนฟ้าด้วยความอิจฉา ผู้คนส่วนมากล้วนถอนหายใจอย่างโศกเศร้าที่มิอาจสามารถไปถึงระดับผู้เชี่ยวชาญได้ เพราะพวกมันไม่ได้มีพรสวรรค์มากเพียงพอ การมาถึงระดับหลอมรวมพลังถือเป็นความสำเร็จสูงสุดของพวกมันแล้ว!
กุนไท่แผ่จิตสัมผัสเพื่อหาตำแหน่งที่มีการสู้รบกัน ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้สามารถไปไหนมาไหนในทวีปนี้ได้อย่างอิสระเลยก็ว่าได้!
กรี๊ด!
เสียงร้องของหญิงสาวดังขึ้นภายในป่า ชายชุดดำปกปิดตัวตนมีจำนวนราวสิบกว่าคนเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็ว พวกมันต่างมีการบ่มเพาะในระดับสร้างรากฐาน แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มนั้นกลับอยู่ในระดับหลอมรวมพลัง!
“จะไปไหน? กล้านักนะที่กล้าเดินป่าคนเดียว ข้าจะให้เจ้ามีคนรักพร้อมกันถึงสิบกว่าคน!”
ชายร่างใหญ่กล่าวขณะแววตาของมันเต็มไปด้วยหื่นกระหาย
“โอ้ แม่สาวน้อย! เจ้าช่างงดงามนัก จะไปไหน?” ชายอีกคนกล่าวเสริมขึ้น
หญิงสาววิ่งหนีอย่างสุดกำลังแม้จะรู้สึกเหนื่อยล้ามากแค่ไหนก็ตาม ทว่านางเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้บ่มเพาะ หญิงสาวดูมีอายุราวยี่สิบห้าปีมีใบหน้างดงามกว่าหญิงสาวทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่ได้มีความงามมากนัก
นางนอนลงกับพื้นอย่างหมดแรง พวกชายชุดดำพุ่งตามมาอย่างไม่รีบร้อนเห็นได้ชัดว่าพวกมันกำลังเล่นสนุกกับเหยื่อ!
เพราะคงไม่มีคนธรรมดาที่ใดจะสามารถวิ่งหนีผู้บ่มเพาะระดับสร้างรากฐานได้นานเช่นนี้ และเมื่อนางหมดแรงแล้วนางจะไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะขัดขืน นี่ถือเป็นแผนการชั่วร้ายที่ได้จากรปะสบการณ์ของพวกมัน
“จงสำนึกผิดในนรกซะ!”
ขณะที่เหล่าชายชุดดำกำลังจะกระโจนหาหญิงสาว พลันมีเสียงของชายหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมแปลกประหลาดที่เมื่อพวกมันสูดดมเข้าไปแล้ว พลันรู้สึกสบายปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนพร้อมกับปิดตานอนลงบนพื้นอย่างมิอาจควบคุมได้
กุนไท่ไม่ใช่แค่ใช้กลิ่นอายปกติ หากเป็นปกติพวกมันจะแค่นอนหลับ แต่กลิ่นอายนี้เป็นกลิ่นอายที่ทำให้คนสัมผัสตายได้อย่างไม่รู้ตัว พวกมันจะไม่ได้ตื่นอีกตลอดชีวิตและยังไม่ใช่การตายที่สบาย เพราะก่อนตายพวกมันจะต้องเผชิญกับภาพมายาที่กุนไท่สร้างไว้เพื่อทรมานพวกมันไปหลายสิบปี จากนั้นพวกมันจะตายอย่างแท้จริง!
ชายหนุ่มไม่เคยใช้กลิ่นอายนี้มาก่อนแต่ในสถานการณ์นี้เขาจำเป็นต้องใช้ กุนไท่รู้สึกรังเกียจพวกคนเหล่านี้เป็นอย่างมากช่วงนี้เป็นช่วงของสงคราม แทนที่จะร่วมแรงร่วมใจกันแต่กลับทำเรื่องชั่ว!
“แม่นาง เจ้าเป็นอะไรไหม?” กุนไท่เอ่ยถามหญิงสาวพลางพยุงร่างของนางให้ลุกขึ้น
“ขะ...ข้าไม่เป็นอะไร ขอบพระคุณ...คุณชายมาก! ไม่ทราบว่าท่านคือ?”
หญิงสาวตอบกลับไปด้วยความกลัวที่ยังไม่จางหายไป
“ข้าคือกุนไท่ บุตรของท่านกุนจวิน!”
กุนไท่ตอบกลับไปตามตรงเขาต้องการสร้างความไว้วางใจให้ผู้คนในทวีป มันจะทำให้คนที่อยู่ภายใต้การปกครองรู้สึกไว้วางใจและให้การสนับสนุนเขาเมื่อเขามาแทนที่บิดาของตน
“ท่านคือบุตรชายของท่านกุนจวินนี่เอง ยังเยาว์นักแต่กลับแข็งแกร่งขนาดนี้ ท่านเป็นผู้มีพระคุณของข้าขอให้ข้าได้กราบท่าน!”
หญิงสาวพยายามจะก้มกราบลง แต่กุนไท่ใช้พลังประคองนางเอาไว้ทำให้ไม่สามารถทำได้!
“ท่านไม่ต้องทำเช่นนั้น ข้าขอตัวไปช่วยผู้อื่นก่อน ยังมีอีกหลายคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากข้า หวังว่าเราจะได้พบกันอีก!”
กุนไท่กล่าวด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นก่อนจะอันตรธานหายไป หญิงสาวรู้สึกตกอยู่ในภวังค์ห้วงความคิด ภาพที่กุนไท่ยืนอยู่บนน่านฟ้าอย่างสง่างามและองอาจนั้นมันได้ตราตรึงอยู่ในใจของนางตลอดไป นางรู้สึกหลงรักอีกฝ่ายเข้าให้แล้ว!
ทันใดนั้นนางก็ยิ้มออกมาจากนั้นก็ใช้มือจับหน้าของตนเอาไว้พร้อมกับหน้าของนางเปลี่ยนไป ใบหน้านั้นน่าเกลียดน่ากลัวหรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอัปลักษณ์ นางคือคนที่ถูกกุนไท่ช่วยเหลือในคราวนั้น เมื่อยามนั้นนางถูกศิษย์สายในหัวล้านพาพวกมารุมรังแก และกุนไท่ได้เข้ามาช่วยเหลือไว้โดยการใช้วิชามารฝันสังหารชายคนนั้นไป!
หญิงสาวผู้นั้นกับหญิงสาวเมื่อครู่นี้นางคือคนๆเดียวกัน นางมองไปที่กุนไท่ที่หายไปจากสายตาผ่านเส้นขอบฟ้าไป ด้านหลังของนางพลันปรากฏร่างของหญิงชราขึ้น มันสวมใส่อาภรณ์สีแดงโลหิต พลังปราณดุดันแข็งกร้าวแผ่ออกมาอย่างปิดไม่มิด!
“องค์หญิง ท่านจะกลับเมื่อใด? ท่านออกมาเที่ยวเล่นที่นี่มันจะทำให้พระบิดาของท่านทรงกังวลได้ แถมทวีปนี้อยู่ในช่วงของสงครามเสียด้วย!”
หญิงชรากล่าวขึ้นด้วยความเคารพและเป็นห่วงเป็นใย
“เข้าใจแล้ว ข้าแค่ออกมาเดินเล่น ข้าจะกลับตอนนี้แหละ!”
หญิงสาวหน้าตาอัปลักษณ์ตอบกลับพร้อมกับหายตัวไป รวมถึงหญิงชราด้วยเช่นเดียวกัน
กุนไท่ยังคงเหาะไปอย่างต่อเนื่องก่อนจะพบกับเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง มันมีเสียงคนร้องโหยหวนดังขึ้น เขาใช้จิตสัมผัสตรวจสอบก็พบว่าคนในเมืองถูกจับไว้อยู่กลางเมือง และมีทหารของทวีปทรายทมิฬกำลังทรมานพวกเขาด้วยความสนุกสนานสะใจ เสียงหัวเราะของพวกมันดังขึ้นอย่างชั่วร้าย
ชายหนุ่มที่ได้เห็นเช่นนั้นก็รีบพุ่งไปข้างล่างพร้อมกับกลิ่นอายพิเศษที่ระเบิดออกมา ทำให้พวกมันตายไปทันที เขาเข้าไปช่วยเหลือชาวเมืองพวกนั้นพร้อมกับยารักษาที่มีราคาแพง แต่สำหรับกุนไท่นั้นมันเป็นได้แค่อาหารปลาเท่านั้น เขานำไปแจกจ่ายรักษาทุกคนอย่างไม่ห่วงแหน