ตอนที่ 52 ออกเดินทาง
ประตูลิฟต์เปิด หลายคนยืนอยู่ภายในลิฟต์กว้าง 30 ตารางเมตร และทั้งสามก็เดินเข้าไป หลังลิฟต์เลื่อนลงไปชั้นสอง ทั้งสามก็เดินออกลิฟต์
โถงกว้าง 2 พันตารางเมตรเป็นสีเทา ด้วยแสงไฟที่สะท้อนกับพื้นหินแกรนิตสีเทา ไม่เหมือนกับกลุ่มคนหนาแน่นบนชั้นซื้อขาย มีทหารรับจ้างไม่ถึง 30 คนบนชั้นนี้ นี่คือชั้นปล่อยงานและส่งงาน ทางฝั่งซ้ายของโถงกว้างสองพันตารางเมตรคือส่วนรับงาน ทุกๆ สิบเมตรจะมีเจ้าหน้าที่ในชุดองค์กรซีเรียสยืนอยู่ด้านหลังโต๊ะ
“คนน้อยจัง เออ ใช่ เกาหยวน ทำไมเมื่อกี้นายถึงทำท่าให้เราเงียบ” เพราะการส่งสัญญาณนั้น หวังเซิ่งจึงหยุดตะโกน แต่ก็ยังอดแปลกใจกับท่าทางแปลกๆ ของเกาหยวนไม่ได้
เกา หยวนไม่ตอบ ตอนเกาหลานรับรู้ถึงเกาหยวน เกาหยวนเองก็รับรู้ถึงเกาหลานเช่นกัน แต่นั่นไม่ได้เกิดจากความสามารถใดๆ มันเกิดจากสัญชาตญาณล้วนๆ เพราะเขารู้จักพี่สาวเขาดี เมื่อเกาหยวนใช้ความสามารถเหนือธรรมชาติใกล้เขา เขาจึงรับรู้ได้
ความสามารถที่แข็งแกร่งสุดของเกาหลานคือ’ สายลมบันดาล’ มันคือความสามารถประเภทควบคุมธรรมชาติระดับสอง ซึ่งสามารถขยายประสาทสัมผัสทั้งห้าไปได้กว้างถึง 800 ตารางเมตร ในป่าหนาทึบ เธอจะรับรู้ได้ถึงกระแสลมและวิเคราะห์ลักษณะภูมิประเทศที่อยู่ห่างออกไป 50 เมตรได้คล้ายคลึงถึง 70% แถมเธอยังสามารถควบคุมทิศทางลม ความเร็วลม อุณหภูมิลมและความชื้นภายในรัศมี 400 เมตรรอบตัวเธอได้ มันคือพรสวรรค์เทพประทานสำหรับพลซุ่มยิง
เพราะ’ สายลมบันดาล’ เทคนิคการซุ่มยิงของเกาหลานจึงยอดเยี่ยม เกาหลานไม่เคยแพ้ใครภายในรัศมี 800 เมตร
เกาหยวนเองก็เข้าใจพรสวรรค์ของเขาดี เธอคือผู้บุกเบิกและเป็นพลซุ่มยิงโดยธรรมชาติ แต่กับเขา ผู้เป็นมนุษย์เลือดบริสุทธิ์ เขาฉีดยาเสริมพันธุกรรมไปมาก ใช้เวลาสิบปีเต็มเพื่อเรียนและฝึกทักษะที่เกี่ยวกับการซุ่มยิง แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังเป็นได้แค่พลซุ่มยิงระดับสอง
เขาไม่มีหน้าไปบอกหวังเซิ่งกับอู่ฉีถึงเรื่องของพี่สาวเขา และเขาก็ไม่กล้าบอกหวังเซิ่งกับอู่ฉีว่าพี่สาวเขาได้ควานหาตัวเขามาหลายปีแล้วเพื่อทำให้เขาล้มเลิกความคิดที่จะออกไปเสี่ยงชีวิต
เกาหยวนกำหมัดเล็กน้อย สงบอารมณ์ลง แต่ทว่า ในสายตาอู่ฉี ผู้เป็นปรมาจารย์ด้านความเงียบกลับคิดว่า ท่าทางก่อนหน้าของเกาหยวนเหมือนเสียงของก้อนหินหนักที่โยนลงลำธารตื้น
เมื่อหวังเซิ่งเห็นว่าเกาหยวนไม่พูดอะไร เขาก็ไม่ถามเพิ่ม เขากลับตบไหล่เกาหยวนและกล่าว“หากนายมีปัญหาอะไร นายต้องบอกฉัน ฉันจะพยายามช่วยนายเอง”
เกาหยวนพยักหน้าเงียบๆ
จากนั้น หวังเซิ่งก็พาอู่ฉีไปตรงหน้าจอภาพสีเทายาว 2 เมตร กว้าง 1.2 เมตร
“นายกำลังตามหาพี่สาวไม่ใช่หรอ? นำภาพวาดออกมาสิ” หวังเซิ่งกล่าว
อู่ฉีรีบหยิบกระดาษแผ่นเก่าออกจากเป้ทหารเขาและส่งมันให้หวังเซิ่ง หวังเซิ่งรับกระดาษแผ่นเหลืองมา สอดกระดาษเข้าไปในส่วนสแกน กรอกรหัสทหารรับจ้างเขา เลือกฟังก์ชันค้นหา
สองนาทีต่อมา หวังเซิ่งก็ส่งภาพของรั่วหรงคืนให้อู่ฉี“ฐานข้อมูลขององค์กรซีเรียสได้รวบรวมข้อมูลส่วนใหญ่ของฐานG011ไว้ และต้องได้รับอนุมัติเพื่อดูระบบเฝ้าระวังของฐาน หากพี่สาวนายเคยอยู่ในฐานนี้หรือถูกบันทึกในฐานข้อมูลขององค์กรซีเรียส งั้นระบบค้นหาก็จะให้คำตอบที่นายคาดหวังได้”
อู่ฉีโล่งใจ มันดูเหมือนอันยี่จะไม่ได้โกหกเขา การตามหวังเซิ่งมานั้นเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง ตอนนี้เขากำลังตั้งตารอคอยให้ระบบแสดงผลลัพธ์ของการค้นหา
หลังหวังเซิ่งเห็นหน้าจอกะพริบสัญลักษณ์ที่อู่ฉีไม่สามารถเข้าใจ เขาก็กล่าว“มันดูเหมือนพี่สาวนายจะไม่อยู่ในฐานข้อมูลขององค์กรซีเรียส มันต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนถึงจะได้ผลการค้นหา เราควรได้คำตอบหลังภารกิจนี้เสร็จพอดี”
อีกครึ่งเดือน...
อู่ฉีจ้องหน้าจอระบบ มันราวกับเขาเห็นแผ่นหลังที่หายไปสามปีก่อน แผ่นหลังที่เขาพึ่งพาและสอนวิธีเอาตัวรอดให้กับเขา
เขาคิดเงียบๆ“พี่สาว โปรดยอมให้ผมหาตัวคุณเจอด้วยเถอะ”
....
เช้าวันต่อมา หวังเซิ่ง อู่ฉี เกาหยวน จางไป่ หยางตงเฉิน กั๋วไป่ไป่ รวมถึงฉีเยวี่ยได้มารวมตัวกันที่ชั้นล่างของบ้านหวังเซิ่ง
อู่ฉี กั๋วไป่ไป่และหวังเซิ่งสวมชุดรบใหม่เอี่ยม และทุกคนก็สวมเสื้อกันกระสุนแบบทหารไว้ด้านนอก เป้าหมายของพวกเขาคือซากฐานG032 ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฐานG011ไป 237 กิโลเมตร มันต้องใช้เวลาขับรถประมาณสองชั่วโมง และก็ยังมีโอกาสพบเจอกลุ่มสัตว์กลายพันธุ์ระหว่างทาง
ดังนั้น รถพวกเขาจึงไม่ใช่รถกระบะสีเหลืองซีดอีก แต่เป็นรถออฟโรดหุ้มเกราะขนาดครึ่งหนึ่งของรถถัง รถหุ้มเกราะสีทะเลทรายนี้พัฒนามาจากรถจิ๊ปทหารของยุคอารยธรรม เกราะเสริมเหล็กชั้นนอกหนาถึง 20 มิลลิเมตร และยางรถก็ยังเป็นยางกันกระสุน ไม่ว่าจะเป็นด้านการป้องกันหรือความเร็ว มันล้วนเหนือกว่ารถบรรทุกหุ้มเกราะคันเก่า รถใหม่นี้มี 8 ที่นั่ง ส่วนหลังคาสามารถเปิดได้ตลอดเวลาเพื่อยกปืนกลต่อต้านอากาศยานขึ้นไปติดตั้ง พลปืนหนักจะนั่งอยู่เบาะหลัง เตรียมพร้อมยกตัวขึ้นไปประจำการตลอดเวลา
หวังเซิ่งกวาดตามองสมาชิกทุกคน มีทั้งสมาชิกเก่าและใหม่ แต่พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่เป็นกลุ่มทหารรับจ้างปืนดำ!
“พี่น้อง ไม่ว่าจะมีอะไรรอเราอยู่ในเส้นทางข้างหน้า เราก็ต้องฟันฝ่าไปให้หมด และเราทุกคนจะกลับมาเฉลิมฉลองด้วยกัน!”
“เฮ!” ทุกคนชูแขนขวาขึ้น
“ออกเดินทางได้!”
ทหารรับจ้างปืนดำทั้งหกขึ้นรถ เครื่องยนต์ส่งเสียงคำรามลั่นและขับผ่านถนนของฐานไป ตรงไปประตูฐาน
กำแพงฐานสีเทาเข้มสูง 40 เมตรปรากฏตรงหน้าอู่ฉีอีกครั้ง เมฆบนท้องฟ้าบางเป็นพิเศษ ดวงอาทิตย์สาดแสงร้อนแรงลงมาโดยไม่มีอะไรขวางกั้น ประตูกลไกหนาและหนักยกตัวขึ้น อู่ฉีเห็นทหารที่หวังเซิ่งเจรจาด้วยตอนเข้าฐานมา อีกฝ่ายกำลังหาวและเมื่อประตูยกขึ้น แสงจากด้านนอกจึงส่องบนหน้าเขา ปลุกเขาจากสภาพกึ่งหลับ
รถหุ้มเกราะขับผ่านกำแพงฐานG011ออกไปเหมือนปลาที่กระโดดออกจากกระแสน้ำนิ่งลงสู่แม่น้ำใหญ่ที่ไหลไปทางตะวันออก
ถิ่นทุรกันดารคือแม่น้ำอันกว้างใหญ่