บทที่ 40: การซื้อขายที่เต็มไปด้วยความถูกต้องและความเมตตา
วันถัดมา
วิลเลียมถูกปลุกให้ตื่นโดยการเลียของเจ้าหมีสามตัวบนเตียงนอนของเขา…
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงโบกมือไปมาและโยนพวกมันออกไปแบบมัลติคิล!
“ปัง ปัง ปัง!”
ลูกหมีสามตัวถูกโยนกลับไปที่เตียงของพวกมันโดยวิลเลียมอย่างคล่องแคล่ว อย่างไรก็ตาม ลูกหมีทั้งสามนั้นยังต้องพึ่งพาคนดูแลอยู่มาก ดังนั้นเจ้าลูกหมีทั้งสามจึงโกรธอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่มันจะปีนกลับขึ้นมาบนเตียงของเขา แล้วส่งเสียงคำรามเบาๆ
“ใครก็ได้เข้ามาแล้วให้อาหารพวกมันที” วิลเลียมกรอกตาขึ้นก่อนจะลุกออกจากเตียง พระอาทิตย์เพิ่งจะโพล่พ้นขอบฟ้ามา ทำให้เขายิ่งรู้สึกขุ่นเคืองจากการถูกปลุกให้ตื่นบนเตียงของเขา
ในตอนที่เขากำลังสวมเสื้อผ้า ประตูก็ถูกเปิดออก สาวใช้สามคนรอเขาอยู่ด้านนอก
“ท่านลอร์ด ลูกหมีโตเร็วมากเลยค่ะ พวกมันจะพร้อมกินเนื้อในอีกสองอาทิตย์” หนึ่งในสาวใช้พูด
“จงบอกให้เรารู้ถ้ามีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ตอนนี้ให้อาหารพวกมันได้แล้ว” วิลเลียมพยักหน้าและเดินออกจากห้องไป
เขามองไปยังเหล่าคนงานที่ตื่นตั้งแต่เช้าและกำลังง่วนอยู่กับการก่อสร้าง ริมฝีปากของเขาเผยยิ้มกว้างราวกับแวมไพร์ด้วยความรู้สึกดี
“ท่านลอร์ด!”
“อรุณสวัสดิ์ท่านลอร์ด!”
“ขอพระเจ้าจงอวยพรแด่ท่านผู้ยิ่งใหญ่!” วิลเลียมเผอิญเจอเข้ากับคนที่เพิ่งมาใหม่ที่ทักทายเข้าอย่างสุภาพ ทั้งหมดที่มาเป็นคนจากอาณาจักรเหล็กและอาณาจักรลาวาดำ
พวกเขามาทำงานที่นี่และต้องการที่จะตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่อย่างถาวร ด้วยเหตุนี้แน่นอนอยู่แล้วว่าพวกเขาจะต้องประจบสอพลอวิลเลียมเมื่อเจอหน้ากัน แม้ว่าพวกเขาไม่อาจทำให้ท่านลอร์ดจำได้ว่าพวกเขาหน้าตาอย่างไร แต่ตราบใดที่พวกเขาได้ทักทายหรือสนทนากับวิลเลียม เท่านั้นก็ใช้ได้แล้ว
เมื่อเห็นแบบนี้ วิลเลียมพยักหน้าเบาๆ ให้ด้วยความเป็นมิตร
อย่างไรก็ตาม เพียงแค่เขาพยักหน้าก็ทำให้หลายๆคนรู้สึกปลื้มใจแล้ว เหล่าชนชั้นสูงทั้งหมดในดินแดนของมนุษย์หยิ่งผยองอย่างมาก ทั้งหัวที่เชิดขึ้นท้องฟ้าและมองเหล่าชาวไร่ชาวนาและทาสราวกับว่าพวกเขาเป็นมด ดังนั้นทำไมพวกเขาจะต้องตอบรับการทักทายของเหล่าคนงานกัน?
พวกเขายังได้ยินมาว่าลอร์ดของเมืองนี้เป็นเอลฟ์ที่ทั้งเป็นมิตรและใจดี นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงกล้าที่จะทักทายเขา เหล่าผู้มาใหม่รู้สึกว่าเมืองชายแดนนั้นดียิ่งกว่าทั้งสองอาณาจักรแล้วด้วยซ้ำไป
ภารกิจขยายเมืองดำเนินต่อไป
วิลเลียมไม่จำเป็นต้องทำอะไรสักอย่าง เขาไม่ได้นำคนของเขามายังภารกิจของอาณาเขตเช่นกัน
ในขณะที่เวลาผันผ่านไปซึ่งทำให้พระอาทิตย์ยามเช้าสาดแสงสว่างสดใส วิลเลียมยืนอยู่บนหน้าผาและในที่สุดก็เห็นกองทัพขนาดใหญ่บนที่ราบ
“ทำไมถึงมีคนมากมายขนาดนี้?” ลอทเนอร์สับสนเล็กน้อย พวกเขาตกลงกันว่าจะมีทาสปกติ 3,000 คนและทาสที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ 500 คน อย่างไรก็ตาม จำนวนคนที่เห็นในตอนนี้นั้นไม่ต่ำกว่าห้าพันคน เขายังเห็นว่ามีทหารอีกห้าร้อยคนคุ้มกันคนกลุ่มใหญ่นี้อยู่อีกด้วย!
หรืออาจจะเป็นเพราะพวกเขามาเพื่อกันไม่ให้เหล่าทาสหลบหนี…
“เคอรี่นี่ค่อยข้างมีความสามารถเลยทีเดียว” วิลเลียมยกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น การซื้อขายทาสนั้นถูกกฎหมายในอาณาจักรมนุษย์หลายแห่ง!
อย่างไรก็ตาม ในดินแดนแห่งนี้ มีเพียงการซื้อขายทาสภายในดินแดนเท่านั้นที่ถูกกฎหมาย และมันเป็นเรื่องผิดกฎหมายสำหรับการหลบหนีออกจากดินแดน
ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครที่ไม่ชอบเหรียญทอง แม้ว่าหลายๆดินแดนจะไม่ชอบให้ทาสถูกซื้อออกจากดินแดน แต่นโยบายการปกครองก็ไม่เพียงพอที่จะหยุดทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดขึ้นได้
เหล่าชนชั้นสูงในหลายๆอาณาจักร มักจะมีวิธีการที่แตกต่างในการที่จะกระทำการอะไรหลายๆอย่างเสมอ
ในตอนนี้ วิลเลียมเองก็เชื่อว่าเคอรี่ไม่ใช่คนจัดหาเหล่าทาส เขาเป็นเพียงพ่อค้าคนกลางและทาสเหล่านี้ก็คงถูกจัดหามาโดยขุนนางใหญ่สักคน
เส้นทางในภูเขาไม่ง่ายต่อการปีน แต่มันก็เป็นเพียงเส้นทางเดียว ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงไม่มีทางเลือกนอกจากการปีนขึ้นเขาที่สูงชันแห่งนี้ด้วยสีหน้าที่ห่อเหี่ยว
วิลเลียมยังไม่มีแผนการที่จะปรับปรุงถนนเหล่านี้ อันที่จริง เขาคิดว่ายิ่งทางเข้าปีนขึ้นมายากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดีต่อความปลอดภัยของอาณาเขตเท่านั้น
เมื่อเคอรี่มาถึงที่เมืองชายแดนกับคนกลุ่มใหญ่ด้านหลังเขา เขาก็โบกมือให้เหล่าทหารห้าร้อยคนกลับลงไปด้านล่าง ในขณะที่ทหารของเมืองเดินมาข้างหน้าและรับตัวทาสไปอย่างธรรมชาติ
เคอรี่เหล่มองที่วิลเลียมซึ่งดูสับสนอยู่เล็กน้อย เขาไม่ได้เริ่มด้วยการอธิบาย แต่กลับหัวเราะเสียงดังอย่างเบิกบาน “ท่านลอร์ดที่เคารพของข้า ข้านำคนที่ท่านต้องการมาให้กับท่านแล้ว ท่านว่าคุณภาพของพวกเขาดูเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ค่อนข้างดีเลยทีเดียว พวกเขาทุกคนเป็นชายหญิงที่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม นี่มันไม่มากไปงั้นหรือ?” วิลเลียมไม่ได้พอใจมากนักและขมวดคิ้วของเขาเล็กน้อย นี่เคอรี่วางแผนที่จะบังคับการซื้อขายที่ไม่พึงประสงค์กับเขางั้นหรอ?
อย่างไรก็ตาม กับแค่ทหารห้าร้อยคนที่เขาลงทุนจ้างมาด้วย เขาไม่มั่นใจเกินไปหน่อยหรอ?
เคอรี่ดูเหมือนจะเดาความคิดที่สับสนของวิลเลียมได้ ที่สุดแล้วมันไม่ใช่เรื่องน่าตกใจสำหรับการซื้อขายที่จะมาพร้อมของกำนัลเล็กๆ แต่นี่มันก็ค่อนข้างมากเกินไป
นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเชิญวิลเลียมไปมุมที่สงบเงียบและเป็นส่วนตัว ก่อนจะพูดออกไปอย่างซื่อๆ “ท่านลอร์ดผู้ทรงเกียรติ ทาสปกติ 2,000 คนและมืออาชีพอีก 200 คนนั้นเป็นของขวัญสำหรับท่าน!”
วิลเลียมเผยรอยยิ้มกว้างอันสดใสออกมาพร้อมตบไหล่ของเคอรี่ “น้องชาย!”
“โปรดอย่าลังเลที่จะบอกเราหากเจ้าต้องการสิ่งใด! ในฐานะพี่ชายคนหนึ่ง เราจะพยายามทำเท่าที่ที่สุดของความสามารถของเราจะทำได้!”
มุมปากของเคอรี่กระตุก นี่มันเป็นเรื่องจริงสินะ?
อีกอย่าง วิลเลียมนั้นอายุมากกว่าเขางั้นหรอ?
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเลเวลของเคอรี่จะสูง เขาก็ไม่อาจกล้าที่จะเรียกวิลเลียมว่าพี่ชาย เขาเหล่มองรอบๆ ก่อนจะพูดอย่างระมัดระวัง “ท่านลอร์ดผู้ทรงเกียรติ ข้ามีบางสิ่งที่อยากจะขอร้องท่าน!”
วิลเลียมพยักหน้าอย่างทันที พร้อมทำท่าทางให้เขาพูดต่อ
“ข้าเป็นไวเคาท์ในอาณาจักรลาวาดำ พ่อของข้าเป็นดยุค แต่ตัวข้าเป็นลูกชายคนที่สอง…”
“ท่านพ่อของข้าต่อสู้ในสงครามมาเป็นเวลาอย่างน้อยสิบปีตั้งแต่ท่านยังอายุน้อย แต่เมื่อท่านพ่อแก่ตัวลง อาการบาดเจ็บต่างๆ และความเจ็บป่วยทางร่างกายก็ย้อนเข้าตัว ในตอนนี้ อายุขัยของท่านพ่อคงใกล้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ข้าต้องการที่จะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งดยุคของท่านพ่อ!”
คำพูดของเคอรี่ตรงไปตรงมาอย่างมาก
ที่สุดแล้ว เขาก็ดูออกว่าลอร์ดวิลเลียมคนนี้เป็นเอลฟ์ที่ชอบความตรงไปตรงมา
แม้ว่านี่จะต่างไปจากเอลฟ์ตนอื่นที่เขาเคยเจอ แต่เอลฟ์ประเภทนี้ก็สื่อสารด้วยง่ายกว่า
“เจ้าต้องการให้ข้าฆ่าพี่ชายของเจ้า?” วิลเลียมเลิกคิ้วขึ้น
“ครับ พี่ชายของข้าจะมาออกล่าที่ป่าแบล็คลีฟในอีกสามวัน นี่เป็นโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายของข้า”
“ถ้าข้าไม่สามารถคว้าโอกาสนี้มาใช้ได้อย่างเหมาะสม เมื่อพ่อของข้าจากไปแล้ว ท่านลอร์ดก็อาจจะไม่ได้เจอข้าอีกแล้ว…” เป็นเพราะทีมวาณิชของเขา เคอรี่จึงรู้เกี่ยวกับเรื่องของชนชั้นสูงเยอะ
อย่างไรก็ตาม เล่ห์อุบายและความโลภอย่างแวมไพร์ในเหล่าชนชั้นสูงนั้นยากที่จะอธิบาย เขาจึงไม่กล้าที่จะไปขอความช่วยเหลือจากชนชั้นสูงคนอื่นๆ
แม้ว่าขุนนางชั้นสูงสักคนจะช่วยเหลือเขา เขาก็จะกลายเป็นหุ่นเชิดของคนนั้นในที่สุดอยู่ดี
“นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ดี…” วิลเลียมไม่ได้ยอมรับคำขอในทันที เขารู้สึกว่าแผนนี้มันอาจจะเป็นไปได้ แต่ที่สุดแล้วเขาก็เป็นเอลฟ์ตนหนึ่งและภาพลักษณ์ของเขาในตอนนี้ก็ไม่อาจเสื่อมเสียได้ เขาไม่อาจแสดงท่าทางละโมบโลภมากออกไป
หัวใจของเคอรี่รัดแน่นและเขาพูดออกไปอย่างทันทีทันใด “ทาสธรรมดา 5,000 คนและทาสมืออาชีพอีก 600 คน นี่จะเป็นของกำนัลจากข้าแด่ท่านลอร์ดผู้ทรงเกียรติ หลังจากที่ข้าได้รับสืบทอดตำแหน่งแล้ว”
“นั่นมันไม่ถูกต้อง…” วิลเลียมสูดหายใจเข้าลึก รู้สึกราวกับข้อตกลงนี้มันช่างง่ายดายเหลือเกิน
“ทาสธรรมดา 6,000 คนและทาสมืออาชีพ 700 คน นี่เป็นจำนวนสูงสุดที่ข้าสามารถให้สัญญาได้ในตอนนี้ ท่านลอร์ดไม่ต้องกลัวว่าท่านจะตกเป็นเป้าหมายของอาณาจักรลาวาดำหากท่านตอบตกลง ข้าจะจัดการเรื่องนั้นเอง”
“สิ่งสำคัญที่สุดคือ แม้ข้าจะได้สืบทอดตำแหน่งแล้ว ทีมวาณิชนี้จะยังคงอยู่และพวกเราจะให้ส่วนลดที่ดีที่สุดแก่ท่านลอร์ดเมื่อทำการซื้อขายกับพวกเรา” เขาเลือกที่จะเชื่อใจเอลฟ์มากกว่าจ้างนักฆ่าสักคน
ที่สุดแล้ว ความซื่อสัตย์และความสามารถในการรักษาสัญญาก็เป็นข้อเท็จจริงของเอลฟ์ที่ถูกกล่าวถึงไปทั่วโลก
สีหน้าของวิลเลียมเคร่งเครียดในขณะที่เขาลูบคางของตัวเองพร้อมกล่าวด้วยความสับสน “แล้วถ้าเราฆ่าเขา แล้วเจ้าไม่นำทาสมาให้เราล่ะ?”
“ท่านลอร์ดของข้าช่างเป็นคนที่มีอารมณ์ขันจริงๆ ข้าพร้อมที่จะสาบานต่อพระเจ้าและทำสัญญาพระเจ้า!” เคอรี่ยิ้มอย่างจริงใจ แต่รอยยิ้มนั่นก็เจือด้วยความโหดเหี้ยม
“พระเจ้าคนไหน?” วิลเลียมโพล่งถามออกมา
“…”
รอยยิ้มของเคอรี่ค่อยๆ จางหายในขณะที่มุมปากของเขากระตุก “พระเจ้าแห่งแสง”
วิลเลียมจึงหัวเราะออกมาทันที “ฮ่าฮ่า อย่ากังวลไปเลย ให้เราจัดการที่เหลือเอง”
“เคอรี่น้องชาย เจ้าเพียงบอกเวลาและสถานที่ที่พี่ชายของเจ้าออกล่ามา ไม่มีอะไรที่จะเป็นปัญหาอีก”
“ที่สุดแล้ว ในฐานะเอลฟ์ที่รักความถูกต้องและมีเมตตาคนหนึ่งแล้ว เราก็ไม่ชอบขี้หน้าพี่ชายคนที่กำลังจะสืบทอดตำแหน่งดยุคจริงๆ เขาช่างเป็นคนที่ไร้หัวใจและไม่มีมารยาทเอาซะเลย”
“ถ้าอย่างนั้นข้าต้องขอฝากท่านลอร์ดด้วย” หัวใจของเคอรี่ปวดตื้อๆ ขึ้นมาเล็กน้อยแม้เขาจะยังคงพยักหน้า แต่ท้ายที่สุดแล้วในสายตาของเขา ทาสก็มีราคาถูกกว่าเหรียญทองเป็นไหนๆ
ประโยชน์ของการขายทาสนั้นยากที่จะจินตนาการ
แหล่งที่มาของทาสนั้นธรรมดาเกินกว่าจะเชื่อถือได้…