ตอนที่ 139 สายฝนยังคงโหมกระหน่ำ
เจียงวู่เฉิงเกิดและอาศัยอยู่ที่ตำหนักขุนพลดาบที่เป็นขุมอำนาจของเมืองปาชุย เจียงวู่เฉิงจึงคุ้นเคยกับกองกำลังขนาดใหญ่ภายในเมืองเป็นอย่างดี
ตระกูลซือถูเป็นหนึ่งในตระกูลที่ยิ่งใหญ่ในเมืองปาชุย และซือถูฉิงเยวี่ยก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในขั้นอาณาแก่นทองคำ
ท้ายที่สุด ภายในเมืองเล็กๆอย่างเมืองปาชุย ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้นอาณาแก่นทองคำนั้นถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
เจียงวู่เฉิงเคยเจอเขามาก่อนที่งานประลองของตำหนักขุนพลดาบเมื่อสามปีก่อน เมื่อผู้เชี่ยวชาญที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายของเมืองถูกรับเชิญมา
"ซือถูฉิงเยวี่ยเป็นคนของหอคอยขนนกโลหิต?"เจียงวู่เฉิงถามและมองไปที่อันหยิงอย่างเย็นชา
"ใช่ เขาเป็นหนึ่งในพวกเรา และเขายังมีตำแหน่งที่พิเศษมากในหอคอยขนนกโลหิต แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะอยู่เพียงขั้นอาณาแก่นทองคำ เขานั้นได้รับคำสั่งจากประมุขโดยตรง"อันหยิงกล่าวเสียงต่ำ
"คำสั่งโดยตรงจากประมุขหอคอย?"เจียงวู่เฉิงตกใจ แต่เขาก็เชื่อคำพูดของอันหยิงไม่มากก็น้อย
ยังไงก็ตาม หอคอยขนนกโลหิตนั้นหวังที่จะฆ่าเขาเพราะว่าเขาได้ปลุกจิตวิญญาณดาบขึ้นมา
คนทั่วไปนั้นไม่รู้อะไรและไม่เคยได้ยินอะไรแม้แต่น้อยเกี่ยวกับจิตวิญญาณดาบ แม้กระทั่งนักฆ่าจากหอคอยขนนกโลหิตก็ตาม
กระนั้นตราบใดที่ซือถูฉิงเยวี่ยได้รับคำสั่งจากประมุขโดยตรง เขาอาจจะรู้บางสิ่งเกี่ยวกับจิตวิญญาณดาบ
ทันทีที่เขาปลุกจิตวิญญาณดาบในการต่อสู้ครั้งนั้น ซือถูฉิงเยวี่ยต้องสัมผัสมันได้ในทันที จากนั้นเขาก็แจ้งให้หอคอยขนนกโลหิตไล่ล่าและฆ่าเขา
"ข้าได้พูดทุกอย่างที่ข้าควรจะพูดแล้ว ฆ่าข้า ฆ่าข้าเร็วๆ!"อันหยิงคำรามอย่างบ้าคลั่ง
"เจ้าอยากจะตาย?มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก"
ด้วยความหยิ่ง เจียงวู่เฉิงสะบัดดาบของเขาทำลายเข้าที่เอ็นขาของอันหยิง
"ทำตัวดีดีและรอข้าอยู่ที่นี่! ไม่ต้องห่วง ข้าจะให้ยาครอบจักรวาลก่อนที่จะปลิงเหล่านั้นจะฆ่าเจ้า เจ้าจะต้องไม่ตาย"
หลังจากพูด เจียงวู่เฉิงก็เดินออกไป เขาทิ้งอันหยิงที่คำรามอย่างบ้าคลั่งไว้ภายในถ้้ำ อย่างไรก็ตามถ้ำนั้นลึกมากจนไม่มีใครได้ยินเสียงคำรามของเขา
เจียงวู่เฉิงขี่กริฟฟินและบินตรงไปที่เมืองปาชุย มันเป็นเวลามืดแล้วกว่าที่เขาจะถึงเมืองปาชุย
เปรี้ยง~~~ บนท้องฟ้ายังปรากฏเสียงฟ้าร้อง
สายฝนยังคงโหมกระหน่ำ
"ฝนยังไม่หยุด งั้นก็สังหารต่อเถอะ..."
ตระกูลซือถูมีแสงสว่างเล็กน้อย
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองปาชุย คฤหาน์ของตระกูลยังคงคึกคักแม้จะเป็นช่วงเวลากลางคืน
ทันใดนั้น...ตูม!
ประตูคฤหาสน์ถูกเปิดออก เสียงของมันดังพร้อมกับเสียงฟ้าร้องและนักรบจำนวนมากของตระกูลซือถูก็ออกมา
"มันเป็นใคร?"
"กล้าดียังไง! เจ้ากล้าที่จะบุกรุกตระกูลซือถูของพวกเรา!"
มีร่างมากมายวิ่งออกไปและปรากฏตัวต่อหน้าเจียงวู่เฉิงอย่างรวดเร็ว ผู้นำของพวกเขาคือซือถูฉิงเยวี่ย
"ประมุขซือถู ไม่ได้เจอกันหลายปี ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?"เจียงวู่เฉิงก้าวช้าๆเข้าหาซือถูฉิงเยวี่ยขณะที่เขาพูด ในขณะเดียวกับที่เขาเงยหน้าขึ้น แสดงให้เห็นถึงใบหน้าที่หล่อเหลา
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าใบหน้าของเจียงวู่เฉิงทำให้ซือถูฉิงเยวี่ยเบิกตากว้างและตะโกน"เจียงวู่เฉิง เป็นเจ้า!"
"เจียงวู่เฉิง?"ความปั่นปวดเกินขึ้นทั่วบริเวณ เห็นได้ชัดว่านักรบทุกคนในตระกูลซือถูเคยได้ยินเกี่ยวกับอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมจากตำหนักขุนพลดาบ เด็กหนุ่มที่ทำให้ทั้งเมืองปาชุยตกตะลึง
"ฮี่ฮี่ ตราบใดที่เจ้ายังจำข้าได้ ทุกอย่างมันจะง่าายขึ้น ตอบข้ามา!ป้าของข้าอยู่ไหน?"เจียงวู่เฉิงถามอย่างเย็นชา
ซือถูฉิงเยวี่ยตกตะลึง เขานั้นรู้ว่าป้าของเจียงวู่เฉิงคือใคร แต่เขาแกล้งทำเป็นสับสนและถามว่า"ป้าของเจ้า คือใครน่ะ?"
"ยังเสแสร้งงั้นหรือ?"เจียงวู่เฉิงเย้ยหยันและทันใดนั้นเขาก็ปรากฏตัวต่อหน้าซือถูฉิงเยวี่ยเหมือนเงา ในวินาที่ต่อซือถูฉิงเยวี่ยถูกปะทะอย่างรุนแรง เลือดพุ่งออกมาจากร่างของเขาขณะที่เขากระเด็นไปข้างหลัง
ปัง!
ซือถูฉิงเยวี่ยตกลงที่เก้าอี้ในห้องโถงอย่างรวดเร็ว
"ท่านประมุข!"
นักรบของตระกูลซือถูทั้งโกรธและหวาดกลัว แต่ไม่มีใครกล้าที่จะขยับ
แม้แต่ซือถูฉิงเยวี่ยที่อยู่ในขั้นอาณาแก่นทองคำยังได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยไม่สามารถจะเห็นท่าร่างของเจียงวู่เฉิงอย่างชัดเจน หากพวกเขาทำตัวโดดเด่นมันก็เหมือนกับการแสวงหาความตาย
"ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง!ป้าของข้าอยู่ที่ไหน?ถ้าเจ้ายังเลือกที่จะไม่ตอบ วันนี้ข้าจะฆ่าล้าตระกูลซือถู ไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว!"เสียงของเจียงวู่เฉิงนั้นเย็นยะเยอะ จิตสังหารจำนวนมากไหลทะลักออกมาจากร่างของเขา
ลำคอของซือถูฉิงเยวี่ยเหมือนถูกบีบขณะที่เขาพูด"ข้าจะพาเจ้าไปที่แห่งนั้น"
"ฮึ่ม เสแสร้งซะจริง"เจียงวู่เฉิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา
จากนั้นซือถูฉิงเยวี่ยพยายามดันตัวขึ้นและนำเจียงวู่เฉิงไปสู่ห้องลับภายในคฤหาสน์
ปัง!ประตูห้องลับใต้ดินของตระกูลเปิดทันที
มันเป็นห้องที่มืดมาก ทันที่เจียงวู่เฉิงเข้ามา เขาก็เห็นสตรีนางหนึ่งอยู่ภายในกรง
ผมของนางยุ่งเหยิง ใบหน้าของนางเหลือแค่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยเนื้องอกและรอยแผลเป็นที่น่ากลัว กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกมาจากร่างกายของนาง
"ท่านป้า!"
เจียงวู่เฉิงรู้จักสตรีนางนี้ เมื่อเขาเห็นางเขารีบพุ่งเข้าหานางทันที
ในตอนที่เจียงวู่เฉิงเคลื่อนไหว ซือถูฉิงเยวี่ยที่ยืนอยู่ถัดจากเขามีร่องรอยประกายไฟปรากฏในดวงตา
"โจมตี!"ประมุขซือถูตะโกน
เสาเหล็กสีดำอันหนึ่งก็พุ่งขึ้นจากพื้นดินและก่อตัวเป็นกรงขนาดยักษ์ ในไม่ช้าห้องลับทั้งหมดก็ถูกปกคลุมและเจียงวู่เฉิงก็ถูกขังอยู่ในกรง
"ฮ่าฮ่า"เมื่อเห็นภายตรงหน้า ประมุขซือถูหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
เจียงวู่เฉิงหยุดการเคลื่อนไหวของเขาและช่วยไม่ได้ที่จะเปลี่ยนสีหน้าขณะที่มองไปรอบๆและพบว่าเขาถูกขังอยู่
"เจียงวู่เฉิงเจ้าต้องไม่คิดถึงเรื่องนี้แน่ๆ"ประมุขซือถูจ้องไปที่เจียงวู่เฉิงพร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นชา"เมื่อตอนที่สร้างห้องลับนี้ ข้าได้คาดไว้แล้วว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในสักวัน ดังนั้นข้าจึงติดตั้งกับดักนี้ไว้แต่แรก"
"ผนังรอยข้างห้องลับนี้ทำจากเหล็กดำที่มีความหนามากกว่าสามเมตร ไม่มีใครสามารถฝ่ามันออกไปได้ สำหรับเสาเหล็กที่อยู่ตรงหน้าเจ้า มันถูกหลอมขึ้นด้วยทอง นอกจากผู้เชี่ยวชาญสุดยอดของขั้นระเบิดหยินหยางนั้น ไม่มีใครที่จะสามารถ...."
ก่อนที่เขาจะพูดจบ ประมุขซือถูก็ตกตะลึง
ในขณะที่เจียงวู่เฉิงโบกมืออย่างกระทันหันแสงดาบที่คมชัดและเปล่งประกายก็ดังขึ้น แม้ว่าเสาเหล็กจะทำขึ้นมาจากทองคำและแข็งแกร่งอย่างมากแต่พวกมันก็แตกเป็นชิ้นๆทันทีที่กระทบแสงดาบ
หวืด!
ภาพที่ปรากฏนั้นประมุขซือถูไม่เคยคาดคิด
"เจ้า!"ซือถูฉิงเยวี่ยเบิกตากว้างและจ้องมองเจียงวู่เฉิงที่อยู่ตรงหน้าเขา
"ข้าคิดไว้ว่าจะให้เจ้ามีชีวิตที่ยืนยาว แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะไม่จำเป็น"เสียงเย็นชาของเจียงวู่เฉิงดังขึ้นภายในหูของเขา จากนั้นแสงดาบก็พุุ่งออกมา
ชึบ!
หัวของซือถูฉิงเยวี่ยถูกแยกออกจากร่างอย่างสมบูรณ์
...