บทที่ 11 ทำให้คนอย่างจั่วเชียนหลงเสน่ห์จนหัวหมุน
บทที่ 11 ทำให้คนอย่างจั่วเชียนหลงเสน่ห์จนหัวหมุน
ฉางฉิงกัดฟัน “บางความรักพออยู่ต่อหน้าเงินทองก็ไร้ค่า”
ซ่งฉู่อี๋เลิกคิ้ว ไม่ได้พูดอะไร แค่มองเธอด้วยสายตาที่สามารถมองทะลุทะลวงถึงภายในได้
ฉางฉิงชักรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ “ก็ไม่ผิด ฉันทำงานที่สถานีโทรทัศน์ เจอผู้คนกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย ซึ่งยากที่จะรับได้ แต่ฉันก็ยังเชื่อว่ามีความรักที่มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ค่ะ”
ซ่งฉู่อี๋นิ่งเงียบอยู่สามสี่วินาที แล้วก้มหน้าดื่มกาแฟ “ถ้าแต่งงาน ผมอยากให้แต่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้”
ฉางฉิงกำหมัด “ฉันอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงเลือกฉัน ถูกต้อง บริษัทเราย่ำแย่จริงๆ แต่ด้วยฐานะตระกูลซ่งของพวกคุณ น่าจะหาผู้หญิงที่ดีกว่าฉันได้อยู่แล้ว”
“ตระกูลเยี่ยนเป็นที่รู้จักกันดีมานาน เราต้องการอาศัยชื่อเสียงของตระกูลเยี่ยนในการเจาะตลาดจีน ถ้าตระกูลเยี่ยนไม่ได้มีประโยชน์อะไรต่อตระกูลซ่งเราเลยแม้แต่น้อย พวกเราสองครอบครัวคงไม่ได้มานั่งทานข้าวดื่มกาแฟด้วยกันที่นี่หรอก” ซ่งฉู่อี๋พูดเสียงเรียบ “อีกอย่างผมก็ไม่อยากสิ้นเปลืองเวลาไปกับเรื่องความรัก สำหรับคนอย่างผมแล้ว การแต่งงานด้วยเหตุผลทางธุรกิจเป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยง บังเอิญบ้านคุณต้องการความช่วยเหลือจากตระกูลซ่งเราพอดี ส่วนผมเองก็ต้องการทำหน้าที่ของผมให้สำเร็จ เราแต่งงานกัน แล้วพวกเราก็ได้รับผลประโยชน์กันทั้งคู่ ไม่ใช่ว่าดีเหรอ”
ฉางฉิงนิ่งเงียบ
เธอจินตนาการวาดฝันเรื่องความรักและการแต่งงานอย่างใหญ่โตมาโดยตลอด แต่คิดไม่ถึงว่าจะต้องเจอกับการแต่งงานแบบนี้ เธอสะเทือนใจจนหน้าซีดเผือด ไม่มีแรงจะโต้เถียง
เวลาสามทุ่ม ซ่งฉู่อี๋มาส่งเธอที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลเยี่ยน “หลังจากแต่งงานแล้ว ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลเยี่ยนของพวกคุณจะได้รับการช่วยเหลือ ส่วนคุณก็ยังทำงานที่สถานีโทรทัศน์ต่อไปได้ ผมจะไม่ก้าวก่ายเรื่องของคุณ พี่สาวคุณก็จะได้เลื่อนตำแหน่งที่โรงพยาบาลโดยไม่ต้องเปลืองแรง คุณลองคิดดูดีๆ ก็แล้วกัน ถ้าคิดได้แล้วก็โทรมาบอกผม จะได้ไปจดทะเบียนสมรสด้วยกัน”
เขายื่นนามบัตรให้เธอ ขณะที่พูด สายตาเขาไม่มีแววอบอุ่นเลยสักนิด “ผมคิดว่าตระกูลเยี่ยนคงรอได้อีกไม่นานนัก”
ฉางฉิงรับนามบัตรมา แล้วลงจากรถเดินเข้าบ้านไปอย่างเงียบๆ
_ _ _ _ _ _ _ _
ภายในบ้านเปิดไฟสว่างไสว เยี่ยนเหล่ยกับเยี่ยนฉางซินคุยกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มสดใส ท่าทางจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
“ฉางฉิง พี่ได้ยินคุณพ่อบอกว่าคู่ดูตัวของเธอคือคุณหมอซ่งนี่นา บุพเพอาละวาดจริงๆ” ฉางซินโอบบ่าน้องสาวพลางหัวเราะแหะๆ แล้วกระซิบว่า “ทีนี้ก็ให้เขารับผิดชอบน้องสาวเธอได้แล้วน่ะสิ”
“พี่...” ฉางฉิงถลึงตาใส่เธอ เรื่องที่ไม่ควรพูดก็เอามาพูดซะนี่
“ฉางฉิง พ่อถามพี่เขาแล้วนะ คุณหมอซ่งคนนี้ไม่ใช่แค่ชาติตระกูลดี แม้แต่ฝีมือการรักษาก็เยี่ยมที่สุดในโรงพยาบาลด้วย แล้วที่สำคัญได้ยินมาว่าเขานิสัยใช้ได้ทีเดียว ไม่เคยทำเจ้าชู้ในโรงพยาบาลเลย” เยี่ยนเหล่ยพูดชมไม่ขาดปาก “คู่ควรเหมาะสมกับลูกแล้วล่ะ”
“ตอนนี้พี่รู้สึกเสียดายแล้วล่ะสิที่แต่งงานเร็วไป อิจฉาเธอจริงๆ เลย” ฉางซินยิ้มตาหยี “คุณหมอซ่งเป็นเพชรน้ำงามจริงๆ ทั้งหน้าตาทั้งรูปร่าง ถึงแม้พี่จะเคยพูดคุยกับเขาแค่ไม่กี่ครั้งก็เถอะ เธออย่ามองแค่ว่าเขาชอบทำสีหน้าเย็นชาและพูดน้อยนะ เขาน่ะปฏิบัติต่อคนไข้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะรวยหรือจน คราวก่อนมีหญิงชราคนหนึ่งเป็นลมล้มพับที่โรงพยาบาล ไม่มีเงินจะรักษา คุณหมอซ่งไม่พูดพร่ำทำเพลงออกค่ารักษาให้หญิงชราคนนั้นไปเลย ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือไม่อวดร่ำอวดรวย ถ้าคุณพ่อไม่บอก พี่ก็ไม่รู้นะว่าเขาเป็นลูกชายของซ่งไฮว๋เซิง ตอนนี้โรงพยาบาลที่พี่ทำงานอยู่ก็เป็นกิจการของพวกเขา ที่แท้เขาก็เป็นคุณชายนี่เอง”
น้อยมากที่ฉางซินจะพูดชมคนอื่นแบบนี้ ถ้าเธอพูดชม นั่นก็แสดงว่าเป็นเรื่องจริง ฉางฉิงจินตนาการไม่ออกเลยว่าซ่งฉู่อี๋ก็มีมุมอย่างนี้ด้วย
เยี่ยนเหล่ยพูดชมว่า “ลูกหลานเศรษฐีที่เป็นแบบนี้มีไม่มากแล้วด้วย”
ฉางฉิงพึมพำในใจ ลูกหลานเศรษฐีที่เรื่องอย่างว่าไม่ปกติก็มีไม่มากจริงๆ
แต่เยี่ยนเหล่ยดูดีอกดีใจขนาดนั้น เธอจึงไม่อยากหาเรื่องปวดหัวให้พ่อเธอ
ตอนดึกฉางฉิงรู้สึกอัดอั้นตันใจนอนไม่ค่อยหลับ วันรุ่งขึ้นระหว่างทางที่จะไปสถานี ฉางฉิงได้รับโทรศัพท์จากเลขานุการของผู้อำนวยการเฝิง “ฉางฉิง ผู้อำนวยการแจ้งว่าตำแหน่งของเธอไม่มีการโยกย้ายแล้วนะ เธอยังคงอยู่ในรายการ ‘ท้าทายสุดขั้ว’ ต่อไป”
ความโชคดีนี้ทำให้ฉางฉิงนึกว่าตัวเองยังไม่ตื่น “ทำไมล่ะ”
เลขานุการหัวเราะอย่างเย็นชาสองที “เธอนี่ร้ายกาจจริงๆ มีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนกันนี่ ทำให้คนอย่างจั่วเชียนหลงเสน่ห์จนหัวหมุน เมื่อวานจั่วเชียนไปคุยกับผู้อำนวยการด้วยตัวเองว่าถ้ารายการเปลี่ยนตัวเธอออก ปีหน้าพอเขาหมดสัญญา เขาก็จะย้ายไปสถานีอื่น”
.....................................................