ตอนที่ 41 แก่นแท้แห่งดาบ
"ชิ้ง"
เงาดาบที่เย็นเยียบพุ่งตรงไปที่ลิงสีทองซึ่งมีความสูงมากกว่าสองเมตร เกล็ดของมันปกคลุมไปด้วยสีดำและเขียวมันพุ่งเข้าหาเงาดาบโดยแขนที่มีพละกำลังมหาศาล
ในขณะที่เงาดาบปะทะเข้ากับแขนยักษ์ของลิงยักษ์ก็เกิดการกระพริบขึ้นพร้อมกับแสงของเงาดาบที่กระจัดกระจาย..
หกวันแล้วนับตั้งแต่วันแรกที่เจียงวู่เฉิงเข้าสู่ป่าแห่งความมืด ในระหว่างที่อยู่ในป่าหลายวันที่ผ่านมาเขาได้ผ่านการต่อสู้มาหลายสิบครั้ง บางครั้งอันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะกับการต่อสู้กับสัตว์ร้ายในจุดสูงสุดของอาณาทะเลลมปราณ
เมื่อเปรียบเทียบกับห้าวันที่ผ่านมาดาบของเขานั้นดูดีขึ้นกว่าเดิมมาก เขาได้รับประสบการณ์จากการต่อสู้มากขึ้น
ยกเว้นการต่อสู้ในลานนักสู้ เจียงวู่เฉิงได้เติบโตขึ้นมาในตำหนักขุนพลดาบ เขาไม่เคยมีประสบการณ์ในการต่อสู้มาก่อน แต่ตอนนี้จุดอ่อนด้านนี้ของเขาได้ประสบการณ์จากการต่อสู้ในป่าเติมเต็มขึ้นมาแล้ว
"เคร้ง!"
คมดาบที่ว่องไวทำให้ดวงตาของลิงทองพร่ามัว พริบตาเดียวคอของมันก็ถูกเจาะทะลุ
เลือดของมันยังคงไหลออกมา ขณะที่ร่างกายของมันค่อยๆตกลงมาสู่พื้น
"เยี่ยมมาก นั่นคือสัตว์ร้ายตัวที่เจ็ดที่อยู่ในขั้นอาณาทะลมปราณอันลึกซึ่งที่เจ้าฆ่าไปในสองสามวันที่ผ่านมา" ซื่อหม่าปู้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม "พลังลมปราณของเจ้ายังคงต้องขัดเกลาอีกมากเพื่อให้เกิดความเสถียรก่อนที่จะไปถึงจุดสูงสุดของอาณาทะเลลมปราณ แต่ดาบของเจ้านั้นได้รับความก้าวหน้าอย่างมากหลังจากการต่อสู้หลายวันที่ผ่านมา"
"เส้นทางของข้ามันยังอีกยาวไกล"เจียงวู่เฉิงกล่าวและส่ายหัวโดยไม่รู้สึกดีใจ"ข้ายังห่างไกลจากการมีประสบการณ์ยิ่งนัก ด้วยการอาศัยพลังลมปราณข้าสามารถเอาชนะสัตว์ป่าที่อ่อนแอได้ แต่อย่างไรก็ตามข้าต้องหนีเมื่อพบกับสัตว์ลมปราณที่แข็งแกร่ง เพราะข้ายังไม่สามารถใช้พลังออกมาได้อย่างเต็มที่ในตอนนี้"
"ถ้าเพียงข้ามีประสบการณ์ในการต่อสู้ยิ่งขึ้น..."เจียงวู่เฉิงกล่าว
"อย่าตั้งเป้าสูงเกินไป ไม่ว่าจะยังไง เจ้าก็ยังไม่ใช่อาณาทะเลลมปราณขั้นสูงสุด แต่เจ้าก็นับว่ามีพลังสูงเลยทีเดียว"ซือหม่า ปู้กล่าว จากนั้นเขาก็กล่าวเสริม"ช่วงนี้ ข้าสังเกตเห็นว่าเจ้ามีพรสวรรค์ในด้านดาบสูงมาก และข้าก็มีบางสิ่งที่อาจเป็นประโยชน์ต่อเจ้า ข้าจะมอบมันให้เจ้าเพราะเห็นแก่จื่อ อู่เยวี่ย"
ซื่อหม่าปู้แบมือขวาปรากฏหนังสือหนึ่งเล่มที่ผูกไว้ด้วยเชือกสีเหลือง
"อะไร?"เจียงวู่เฉิงพูดด้วยความประหลาดใจ หลังจากนั้นเขาจ้องมองไปที่แหวนทองคำที่อยู่บนนิ้วนางของซื่อหม่าปู้"นั่นคือแหวนมิติ?"เขาถามอย่างสงสัย ในตอนแรกในมือของเขาไม่มีอะไรอยู่ แต่หนังสือกลับมาปรากฏอยู่บนมือของเขาตอนที่เขาพลิกฝ่ามือ มันจะเป็นไปได้อย่างไรถ้านั่นไม่ใช่แหวนมิติ
"เจ้าพูดถูก นี่คือแหวนมิติ"ซื่อหม่าปู้พร้อมกับรอยยิ้ม"สิ่งนี้ถูกสร้างโดยวังมังกรทอง มันถูกเรียกว่าแหวนมังกรทอง มันเป็นสัญลักษณ์ขององครักษ์มังกรทอง หากเจ้าไปที่นั่นได้เจ้าจะมีโอกาสได้รับแหวนมังกรทองหลังจากที่เจ้าเข้าทำงานเป็นองครักษ์มังกรทอง"
"จริงหรือ?"เจียงวู่เฉิงรู้สึกตื่นเต้น
"อย่างไรก็ตามข้าได้รับหนังสือเล่มนี้มาโดยบังเอิญ ก่อนอื่นเจ้าควรอ่านมันอย่างระมัดระวัง เนื่องจากในหนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญทางเชิงดาบทิ้งไว้อย่างไรก็ตามเขาคือผู้ที่อยู่ในขั้นระเบิดหยินหยาง เจ้าจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการอ่านมัน"ซื่อหม่าปู้กล่าว
"ความเข้าใจในเชิงดาบจากผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเหลือทิ้งไว้?"เจียงวู่เฉิงถามด้วยท่าทางที่จริงจัง
วิถีลมปราณทั้ง7ขึ้น,อาณาทะเลลมปราณ,อาณาแก่นทองคำและระเบิดหยินหยาง ในบรรดาระดับเหล่านี้อาณาแก่นทองคำนั้นเชื่อมโยงกับขั้นระเบิดหยินหยางมากที่สุด และผู้เชี่ยวชาญคนนี้อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์เทียนซ่ง
มันเป็นสมบัติที่ผู้เชี่ยวชาญคนนั้นเหลือเอาไว้ให้?
เจียงวู่เฉิงหยิบหนังสือขึ้นมาและลงมืออ่านมันอย่างระมัดระวังในทันที
มันไม่มีการพูดถึงชื่อของผู้เชี่ยวชาญท่านนั้น แต่มันพูดถึงความเข้าใจและมุมมองเกี่ยวกับดาบ
หลักการดาบสามารถแยกได้ออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกของหนังสือคือเพลงดาบซึ่งเป็นเพียงรูปแบบของวิชาดาบ ส่วนที่สองคือแก่นแท้ของดาบ ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญของดาบ ถ้าสามารถผสมผสานระหว่างสองส่วนนี้ได้จะทำให้เข้าใจถึงหลักการของดาบ
ในความเป็นจริงหนังสือเล่มนี้ได้แนะนำวิชาดาบส่วนเริ่มต้น หลังจากนั้นจะเข้าสู่ส่วนที่สองคือแก่นแท้แห่งดาบ
เจียงวู่เฉิงได้ดูดซับความรู้จากส่วนแรกของหนังสือ
"ถ้านักดาบคนหนึ่งมีความสามารถอย่างมาก มันจะไม่มีความแตกต่างสำหรับเขาระหว่างเพลงดาบธรรมดาและเพลงดาบทั่วไป เขาสามารถที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดายแม้ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งกว่าเขาเป็นพันเท่า ตราบใดที่พวกเขามีความชำนาญในการใช้วิชาดาบของเขาและแม้ว่าเพลงดาบของเขาจะมีระดับต่ำกว่าก็ตามที"
จำนวนหน้าในหนังสือของส่วนแรกนั้นสามารถนับได้ด้วยนิ้วมือ และสิ่งที่กล่าวถึงก็คือสำนึกดาบ แต่สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากเล่มอื่น คือผู้ที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาจะดูถูกวิชาดาบทั้งหมดในจักรวาล เขาเชื่อว่าวิชาดาบนั้นไม่มีความสำคัญต่อหลักการของดาบ
"ผู้อาวุโสคนนี้ดูเหมือนจะมีอคติต่อวิชาดาบ แต่ข้าก็ยอมรับ ข้าเห็นด้วยกับมุมมองเขาเกี่ยวกับวิชาดาบต่างๆ แต่ไม่ใช่กับความคิดของเขาที่ว่าวิชาดาบไม่ได้มีความหมายอะไรต่อนักรบและจะละเลยการฝึกฝนจากมันได้"เจียงวู่เฉิงกล่าว
การฝึกฝนของเขาเริ่มต้นด้วยการฝึกวิชาดาบตั้งแต่อายุยังน้อยและเขาเชื่อว่ามันมีประโยชน์มากต่อนักรบ
หลังจากนั้นก็เป็นวิชาดาบที่ทำให้เขาสามารถเอาชนะเจียงเมิ่งเอ๋อและเย่โม่มาได้ในการประลอง
และมันก็เป็นวิชาดาบที่ช่วยให้เขาต่อสู้กับสัตว์ร้ายที่อยู่ในขั้นจุดสูงสุดของอาณาทะเลลมปราณได้และสามารถฆ่าสัตว์เหล่านั้นได้ในที่สุด
ท้ายที่สุดหากไม่มีวิชาดาบ เขาจะต้องต่อสู้กับสัตว์ร้ายเหล่านั้นโดยอาศัยเคล็ดบัญญัติสวรรค์ แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะชนะพวกมันได้
เจียงวู่เฉิงแอบส่ายหัว พลางหันไปมองส่วนของแก่นแท้แห่งดาบแทนที่จะเป็นส่วนของวิชาดาบ
"แก่นแท้แห่งดาบถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนเช่นกัน ส่วนแรกหลักการของดาบนั้นถูกใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางดาบ ความสามารถทางดาบที่แข็งแกร่งขึ้นหมายถึงแก่นแท้แข็งแกร่งขึ้น"
"ในส่วนที่สองของแก่นแท้แห่งดาบ คือแก่นแท้แห่งดาบของสวรรค์และโลก"
"มีแก่นแท้มากมายในจักรวาลแห่นนี้ รวมถึงแก่นแท้แห่งโลก,เปลวเพลิงและลม สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลและธรรมชาติ แก่นแท้เหล่านี้สามารถสร้างขึ้นได้โดยการใช้แก่นแท้ของตนเอง และสามารถเพิ่มความคมของดาบได้ด้วยเมื่อความเข้าใจไปถึงระดับสูงพอ การเคลื่อนไหวของดาบของพวกเขาเหล่านั้นจะเหนือไปกว่าเพลงดาบชั้นหนึ่งหรือแม้แต่เพลงดาบในตำนาน"
"แก่นแท้แห่งดาบนั้นมีหลายประเภทเช่น พายุ,ไฟ,ดิน,น้ำ.."
เนื้อหาในส่วนของแก่นแท้แห่งดาบนั้นมีความซับซ้อนและละเอียดกว่าส่วนของวิชาดาบ และเจียงวู่เฉิงก็สนใจในเนื้อหาของมันอย่างมาก
...
ปล.กลับมาแล้วครับ อ่านให้สนุกนะครับตอนหน้าคืนวันจันทร์นะครับ