GE33 บรรลุโอสถผันแปร เทพกษัตริย์เนี่ยมาเยือน
หนิงฝานกลับออกจากคุกน้ำแข็งอย่างผ่อนคลาย ติดตามมาด้วยสตรีผู้งดงามในชุดขาว
เมื่อเหล่าผู้คุ้มกันคุกน้ำแข็งเห็นนายน้อยนำพาสตรีที่งดงามออกจากคุกน้ำแข็ง พวกมันทั้งหมดต่างจ้องมองด้วยความตกตะลึง สตรีผู้นั้นเป็นหนิงฝานที่ปล่อยออกมาจากคุกเอง ซึ่งพวกมันไม่กล้ากล่าวถาม พวกมันแปลกใจที่เหตุใดในคุกน้ำแข็งถึงได้มีสตรีที่งดงามปานเทพธิดาอยู่?
เมื่อหนิงฝานเดินผ่าน เหล่าผู้คุ้มกันที่จ้องมองซื่อหวูเสียต่างกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าคิดมิดีมิร้ายกับนาง
การที่นางเดินติดตามหนิงฝาน แสดงว่านางเป็นสตรีของเขา หากพวกมันกล้ายั่วยุ นั่นหมายความว่าพวกมันเบื่อชีวิตแล้ว!
หนิงฝานมุ่งหน้าไปตลาดทางใต้เพื่อซื้อหาสมุนไพรที่จำเป็นต่อโอสถจักรพรรดิหยก
ทุกครั้งที่เดินผ่านร้านเครื่องประดับ ดวงตาคู่งามของซื่อหวูเสียจะทอประกายแวววาวและดึงแขนเสื้อของหนิงฝาน
“ซือซืออยากได้ปิ่นปักผม...”
“ซือซืออยากได้สร้อยข้อมือหยก...”
“ซือซืออยากได้...”
“ไม่ได้...” ไม่ว่านางจะอ้อนวอนยังไง หนิงฝานยังคงเย็นชากับนาง
หนิงฝานเกลียดนางมาก นางเป็นได้เพียงกระถางขัดเกลา ไม่มีวันได้รับความรักจากหนิงฝาน
หนิงฝานแวะซื้อเครื่องประดับที่งดงาม แต่ช่างน่าเศร้าที่หนิงฝานซื้อให้จื่อเฮ่อ...
เมื่อครั้งที่หนิงฝานกำลังจะหมดลมหายใจ จื่อเฮ่อเป็นผู้ฉุดเขาขึ้นมาจากขุมนรก
“นายท่านไม่รักซือซือ... ซือซือไม่มีความสุข...” ซื่อหวูเสียขดปากน้อยๆของนาง ผู้ที่เดินผ่านไปมาล้วนเห็น แต่หนิงฝานไม่ใส่ใจ
นางบำเรอเช่นนางไม่รู้จักความรัก หนิงฝานไม่มีวันรักคนแบบนั้น
หากคนที่ผ่านไปมารู้ว่าสตรีที่งดงามนางนี้คือ ผู้นำนิกายเทียนหลีโม่ที่ถูกลบความทรงจำ พวกเขาจะคิดอย่างไร
แต่น่าเศร้าที่ไม่มีผู้ใดรู้ถึงสถานะที่แท้จริงของซื่อหวูเสีย ไม่มีผู้ใดรู้ว่านางเป็นสตรี
“หญ้าไท่ชุย... ดอกหว่างเชิง และสมุนไพรหงเฉว... อืม... ซื้อสมุนไพรของโอสถจักรพรรดิหยกเสร็จแล้ว”
หนิงฝานเดินออกนอกร้านและเตรียมตัวกลับตำหนักซื่อฟาน แต่เมื่อหนิงฝานเงยหน้ามองไปยังตำหนักซื่อฟาน กลับพบสิ่งที่ไม่เชื่อสายตา
ในทิศทางของตำหนักซื่อฟาน เหนือตำหนักซื่อฟานขึ้นไป ปรากฏเมฆน้ำแข็ง 7 ก้อน และเมฆเพลิง 7 ก้อนขึ้น
เมฆเพลิงและเมฆน้ำแข็งทั้ง 7 ล่องลอยหมุนวน เกิดเป็นวังวนที่อัดแน่นด้วยพลังวิญญาณ และเปล่งแสงหลากสีงดงาม
นอกจากหนิงฝานแล้ว ผู้ฝึกตนคนอื่นๆก็แหงนมองไปในทิศทางนั้นด้วยความตกตะลึง
“เมฆแดงฉานปรากฏยามกลางวัน หมุนวนสอดคล้องเมฆสีขาวจนเกิดเป็นวังวนพลังวิญญาณ... นั่นคือปรากฏการณ์ยามที่โอสถผันแปรที่ 4 ปรากฏ!”
ที่ตำหนักซื่อฟานมีเพียงหานหยวนจี๋กำลังปรุงโอสถอยู่เพียงลำพัง เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมหมายความว่า ชายชราปรุงโอสถผันแปรที่ 4 ได้สำเร็จ
ใบหน้าของผู้ฝึกตนฝ่ายอธรรมมากมายเผยรอยยิ้มที่มีความสุข หานหยวนจี๋...นายท่านของพวกมันสามารถปรุงโอสถผันแปรที่ 4 ได้ นั่นหมายความว่าชายชราจะเลื่อนระดับเป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4!
ในแคว้นเยว่แห่งนี้ นักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 มีไม่มากนัก! ด้วยนักปรุงโอสถระดับนี้ แม้เป็นผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มก็ไม่กล้ายั่วยุ
การที่ชายชราได้เป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 จะทำให้เมืองฉีเหม่ยมีชื่อเสียง ราคาโอสถที่ปรุงได้จะมีราคาสูง แม้เป็นนิกายที่ทรงพลังหรือดินแดนที่ทรงพลังย่อมไม่กล้ายั่วยุ
“ยินดีด้วยท่านเจ้าเมือง ท่านสามารถทะลวงระดับไปยังโอสถผันแปรที่ 4 ได้!”
ผู้ฝึกตนฝ่ายอธรรมจำนวนมากกล่าวและก้มหัวไปยังทิศทางของตำหนักซื่อฟาน คาดไม่ถึงว่าชายชราจะมีความสามารถมากขนาดนี้
บนท้องนภา ผู้นำองค์รักษ์หนานกง ซื่อถู ยุ่ยฉี ผู้นำตระกูลใหญ่ทั้ง 4 อย่างหวู่หลาน เย่ฮวน ฟางโน๋ว และโม่หรูฉุ่ย เร่งเหยียบย่างนภามุ่งตรงไปยังตำหนักซื่อฟาน แต่ละคนล้วนเผยสีหน้าตื่นเต้น
ด้วยสถานะนักปรุงโอสถผันแปรที่ 3 หานหยวนจี๋สามารถเหยียบย่างไปได้ทั่วทุกพื้นที่ในแคว้นเยว่ แต่นักปรุงยาผันแปรที่ 4... ในที่สุดเมืองฉีเหม่ยก็จะได้มีชื่อเสียงอีกครั้ง
หนิงฝานที่สังเกตุเห็นปรากฏการณ์ก็นำพาซื่อหวูเสีย มุ่งหน้าไปตำหนักซื่อฟานอย่างรวดเร็ว
“โอสถเจ็ดหยินหยาง... คาดไม่ถึงว่าอาจารย์จะปรุงมันได้สำเร็จ! การปรุงโอสถผันแปรที่ 4 ตามความทรงจำของจักรพรรดิสวรรค์ ข้าไม่ได้อธิบายให้ท่านมากนัก แต่สุดท้ายท่านก็ทำได้ด้วยทักษะของตน กระทั่งสามารถก้าวจากโอสถผันแปรที่ 3 เป็น 4 ได้ พรสวรรค์ของอาจารย์ช่างเหนือล้ำยิ่งกว่าข้า...”
หนิงฝานยิ้มเล็กน้อย การที่ชายชราสามารถปรุงโอสถผันแปรที่ 4 ได้ตามความสามารถของตนถือเป็นเรื่องดี
ด้วยโอสถเจ็ดหยินหยาง ชายชราจะขับพิษหยินออกจากร่าง และฟื้นฟูระดับพลังดั้งเดิมได้!
“ไม่รู้ว่าอาจารย์จะฟื้นฟูพลังได้จริงหรือเปล่า?”
หนิงฝานคาดเดาว่าชายชราคือผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังของโลกทั้ง 9 หากวันนี้ชายชราฟื้นคืนพลังดังเดิม ชายชราต้องมุ่งไปแก้ปัญหามากมายที่ยังค้างคา
เมื่อหนิงฝานที่เหยียบย่างนภามาพร้อมกับซื่อหวูเสีย ผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณทั้ง 7 ได้ป้องมือคารวะและกล่าวทักทาย
ผู้นำทั้ง 4 ไม่ได้คารวะซื่อหวูเสียที่อยู่ทางด้านหลังของหนิงฝาน เพราะไม่รู้สถานะของอีกฝ่าย
นายน้องรับทาสเป็นของตนตั้งแต่เมื่อใด? ช่างไม่ธรรมดายิ่งนัก
ซื่อถูและยุ่ยฉีไม่ทราบว่าซื่อหวูเสียเป็นสตรี
มีเพียงหนานกงที่ได้รับรายงานจากผู้คุ้มกันคุกน้ำแข็งว่าหนิงฝานได้นำพาสตรีนางหนึ่งออกมา เมื่อหนานกงเริ่มคาดเดาได้ถึงสถานะที่แท้จริงของสตรีนางนั้น เขาก็เริ่มหวาดกลัว
“นายน้อย... นี่คือ...” หนานกงชี้ไปยังซื่อหวูเสียด้วยแววตาตกตะลึง เพราะสตรีนางนี้มีหน้าตาที่คล้ายกับซื่อหวูเสียมาก ที่สำคัญ พลังของสตรีนางนี้ยังลึกล้ำเกินหยั่งถึง อย่างน้อย นางต้องอยู่ในขอบเขตแก่นทองคำ... ด้วยที่หนานกงเป็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นกลาง จึงไม่สามารถเห็นระดับพลังที่แท้จริง... หรือสตรีนางนี้คือผู้นำนิกายเทียนหลีโม่ที่หนิงฝานจับตัวมา?
หนานกงคิดไม่ออกว่าหนิงฝานใช้วิธีใดถึงได้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังอย่างซื่อหวูเสียกลายเป็นทาส... ที่สำคัญ ซื่อหวูเสียยังเป็นสตรี?
“ข้าจะเล่าให้ฟังทีหลัง ยามนี้การคุ้มกันอาจารย์คือเรื่องที่สำคัญที่สุด การทะลวงระดับของโอสถผันแปร นอกจากจะนำพาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ยังนำพา ‘ทัณฑ์สวรรค์’ มาด้วย พวกเจ้าคอยคุ้มกันอาจารย์ ส่วนข้าจะไปเอาของแล้วรีบกลับมา... ซือซือ เจ้าอยู่ช่วยที่นี่ด้วย”
“รับทราบนายท่าน” ซื่อหวูเสียพยักหน้า
อำนาจของทัณฑ์สวรรค์น่าสะพรึงกลัว หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มย่อมไม่สามารถต้านทานได้ และหากต้านทานทัณฑ์สวรรค์ในครั้งนี้ไม่ได้ ตำหนักซื่อฟานจะพินาศย่อยยับ
หนิงฝานกลายเป็นลำแสงพุ่งกลับไปยังห้อง เมื่อเข้าไปภายใน เขาเห็นจื่อเฮ่อกำลังเปลี่ยนอาภรณ์ นางตกใจจนร้องอุทาน ใบหน้าแดงระเรื่อ
หนิงฝานไม่กล่าวคำ เขาเร่งเข้าข้างกายของนางอย่างรวดเร็ว
จากนั้นนำปิ่นปักผมที่ซื้อมา ปักไว้ที่ผมของนาง
“พี่ฝาน ท่านจะทำอะไร...” จื่อเฮ่อไม่ทันได้กล่าวจบ ทัณฑ์สายฟ้า 4 สีก็ฟาดผ่าลงมาจากท้องนภาเสียงดังสนั่น ทำให้จื่อเฮ่อหวาดกลัวจนรีบปิดหู
ทัณฑ์สวรรค์ที่ปรากฏขึ้นในฉับพลัน ทำให้ผู้คนในเมืองฉีเหม่ยหวาดกลัว
ทัณฑ์สายฟ้า 4 เส้น 4 สี แต่ละเส้นสามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตแก่นทองคำได้อย่างง่ายดาย ด้วยอำนาจของมัน หนานกงและผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณทั้ง 7 ไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่น้อย
ยามนี้หานหยวนจี๋กำลังอยู่ในขั้นตอนสำคัญของการปรุงโอสถ จึงไม่สามารถแบ่งแยกสมาธิได้ ดังนั้น คนอื่นๆจึงต้องช่วยต้านทัณฑ์สวรรค์
“ซือซือ... ไปทำลายสายฟ้านั่น” หนิงฝานออกคำสั่ง
“รับทราบนายท่าน” เรือนร่างที่งดงามของนางหายไป นางมุ่งไปยังสายฟ้าอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผู้นำตระกูลทั้ง 4 สงสัย ในสายตาของพวกตนแล้ว หนิงฝานเป็นผู้ที่ไม่ทำอะไรโดยไร้เหตุผล แต่เหตุใดถึงได้ให้สตรีนางนั้นไปรนหาที่ตาย เพราะต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำก็ไม่สามารถต้านทานทัณฑ์สวรรค์ได้
แต่ฉากถัดมา ผู้นำตระกูลทั้ง 4 กลับตกตะลึง นิ้วชี้ของซื่อหวูเสียสัมผัสกับนิ้วโป้ง หมอกม่วงเจ็ดสีปรากฏ แปรเปลี่ยนเป็นแขนเสื้อหลากสีเริงระบำราวกับเทพธิดา
สตรีผู้งดงามขยับท่วงท่าเคลื่อนไหวขับส่งให้นางงดงาม แขนเสื้อยาวหลากสีเริงระบำ ถักทอเข้าต้านทัณฑ์สายฟ้าที่กระหน่ำลงมา
ในอดีตมีสถานที่แห่งหนึ่งขับกล่อมบทเพลงยามราตรี ที่นั่นมีสตรีผู้งดงามเริงระบำ
ผู้นำตระกูลทั้ง 4 ตกตะลึงจนกล่าวไม่ออก เหล่าหัวหน้าองครักษ์ทั้ง 3 ที่ทราบว่าสตรีนางนี้คือซื่อหวูเสียยังตกตะลึง แขนเสื้อเริงระบำของนางคือ ‘ทักษะแขนเสื้อเริงระบำ’ แขนเสื้อจำนวนมากจะแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงจู่โจม ที่สามารถต่อกรได้แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่ม
ผู้คนในเมืองฉีเหม่ยตกตะลึง ลำแสงถักทอเริงระบำของซื่อหวูเสียสามารถต้านรับทัณฑ์สวรรค์ได้
ในขณะที่ทัณฑ์สวรรค์ถูกต้าน ความผันผวนของปราณที่รุนแรงปรากฏขึ้นภายในห้องปรุงโอสถของหานหยวนจี๋
กลิ่นหอมกระจายฟุ้ง พลังวิญญาณที่รุนแรงพัดพาราวกับสายลม เสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งดังออกมาจากห้องปรุงโอสถ ก้องไปทั่วท้องนภาเมืองฉีเหม่ย
“มาแล้ว! ฮ่าฮ่าฮ่า! บิดาปรุงโอสถผันแปรที่ 4 สำเร็จ! บิดาถอนพิษได้! พลังของบิดาฟื้นคืนดังเก่า! เหม่ยน้อย...ข้าแก้แค้นให้เจ้าได้แล้ว ข้าหานหยวนจี๋กลับมาแล้ว!”
ลำแสงสีดำพุ่งทะลวงห้องปรุงโอสถขึ้นไปนภา
ในมือของชายชราถือไว้ด้วยโอสถเจ็ดสีที่มีกลิ่นหอม และนั่นคือโอสถเจ็ดหยินหยาง
“หนิงน้อย... ขอบคุณเจ้ามาก! หากไม่มีเจ้าก็ไม่มีข้าในวันนี้! ในเมื่อบิดาฟื้นคืนพลัง ไม่ว่าใครหน้าไหนในโลกทั้ง 9 ก็ไม่กล้าข่มเหงเจ้า!”
ชายชราจ้องมองหนิงฝานอยู่ซาบซึ้ง จากนั้นกลืนโอสถเจ็ดหยินหยางในมือเข้าไป
พลังงานหยินหยางที่อยู่ภายในเม็ดยากระจายไปทั่วร่าง ขับพิษหยินที่รุนแรงภายในร่างของชายชราออก
เมื่อพิษสลาย พลังที่รุนแรงของชายชราก็ปะทุ
ขอบเขตประสานวิญญาณขั้นสุดท้าย...ขอบเขตแก่นทองคำ!
ขอบเขตแก่นทองคำขั้นต้น...ขั้นกลาง...ขั้นสุดท้าย...ขอบเขตดวงจิตแรกเริ่ม
ขอบเขตดวงจิตแรกเริ่มขั้นต้น...ขั้นกลาง...ขั้นสุดท้าย...ขอบเขตตัดวิญญาณ!
ระดับพลังของชายชราทะลวงถึงขอบเขตตัดวิญญาณ แต่แรงกดดันที่ชายชราแผ่ออกมายังไม่หมดแค่นั้น
ขอบเขตตัดวิญญาณขั้นต้น...ขั้นกลาง...ขั้นสุดท้าย...ขอบเขตไร้ดัดแปลง!
ขอบเขตไร้ดัดแปลงขั้นต้น...ขั้นกลาง...ขั้นสุดท้าย...ขอบเขตไร้แบ่งแยก!
แรงกดดันที่น่าตกตะลึงแผ่ออกมาจากร่างกายของชายชรา เมื่อพลังของชายชราคืนสู่ขอบเขตไร้แบ่งแยกอีกครั้ง วงแหวนสีดำที่กินวงกว้างกว่า 100 ลี้ได้ปรากฏขึ้นเหนือท้องนภา
วงแหวนเต๋าแห่งสวรรค์! ผู้ฝึกตนที่บรรลุขอบเขตที่เจ็ดจะสามารถอัญเชิญมันได้ หากสามารถฝึกตนจนทำลายวงแหวนเต๋าแห่งสวรรค์ได้ คนผู้นั้นจะบรรลุสู่ 4 ขอบเขตแห่งเซียน!
รอยยิ้มบนใบหน้าของชายชรายังไม่จางหาย แรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขอบเขตไร้แบ่งแยกแบ่งออกเป็น 9 ระดับ แต่ละระดับแตกต่างกันราวกับสวรรค์และพิภพ
ขอบเขตไร้แบ่งแยกที่ 1.. 2 เคลื่อนไปถึง 9 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด!
หากชายชราสามารถทำลายวงแหวนเต๋าแห่งสวรรค์ได้ ชายชราจะก้าวข้ามขอบเขตที่ 7 ไปและกลายเป็น ‘เซียน’ ที่แท้จริง!
หนิงฝานตกตะลึงอย่างที่สุด... หนานกงและคนอื่นๆไม่ทราบที่มาของชายชรา ไม่รู้รายละเอียดของขอบเขตไร้แบ่งแยก จึงไม่รู้ว่าระดับพลังของชายชรายามนี้ บรรลุถึงระดับใด
สายตาทุกคู่จับจ้องชายชราด้วยความเคารพ แต่สายตาที่หวาดหวั่นของหนิงฝานกำลังจับจ้องที่วงแหวนเต๋าแห่งสวรรค์
“วงแหวนเต๋าแห่งสวรรค์...หากทำลายมันได้ คนผู้นั้นจะกลายเป็นเซียนที่แท้จริง!”
หนิงฝานตกตะลึง แท้จริงแล้วอาจารย์ตนคือเซียน! มิน่า เทพกษัตริย์แห่งโลกพิรุณยังต้องเคารพเมื่อพบชายชรา
การที่ชายชราฟื้นคืนระดับพลังดั้งเดิมเป็นประโยชน์กับหนิงฝาน แต่หนิงฝานหวังเพียงให้ชายชราแก้ไขและเยียวยาบาดแผลเก่าในอดีตได้
ชายชราสูดลมหายใจลึก ใบหน้าเหม่อมองท้องนภา รอยยิ้มปรากฏไม่คลาย
ระดับพลังของชายชราฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ เหลือเพียงก้าวเดียวคือทำลายวงแหวนเต๋าแห่งสวรรค์ ชายชราก็จะกลายเป็นเซียน
แต่ทันใดนั้น เหนือท้องนภากินวงกว้างกว่า 100 ลี้ กลิ่นอายปีศาจที่ทรงพลังปรากฏปกคลุม
ไกลออกไปปรากฏประตูกระดูกขาวขนาดยักษ์
ประตูขนาดยักษ์ไม่ทราบที่มาเปิดกว้าง กรงเล็บขนาดยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าพันจ้างโผล่พ้นประตู เอื้อมคว้าไปยังวงแหวนเต๋าแห่งสวรรค์ แล้วบดขยี้มันจนแตกเป็นเสี่ยงๆ
หานหยวนจี๋ที่เตรียมจะทะลวงไปยังขอบเขตเซียน กระอักโลหิตออกมาอย่างรุนแรง แรงกดดันลดฮวบ ระดับพลังลดลง ร่างกายร่วงหล่นลงจากท้องนภา
ขอบเขตไร้ดัดแปลง...ของเขตตัดวิญญาณ...ขอบเขตดวงจิตแรกเริ่ม...ขอบเขตแก่นทองคำ...ขอบเขตประสานวิญญาณ และขอบเขตเปิดเส้นชีพจร
ยามนี้เส้นชีพจรของชายชราถูกลาย
เจ้าของกรงเล็บกระดูกนั่นคือปีศาจที่มีระดับอยู่ในขอบเขตไร้แบ่งแยกขั้นสูงสุด!
อาศัยชิงลงมือในช่วงที่ชายชราเพิ่งฟื้นพลัง ทำลายระดับพลังของชายชรา ทำลายความหวังของชายชรา หมายความว่าคนผู้นี้ต้องเกลียดชังชายชรามาก!
ชายชราที่ร่วงหล่นลงจากท้องนภากระอักโลหิตอย่างต่อเนื่อง ชายชราพยายามหันมองยังทิศทางของประตูกระดูกยักษ์ ก่อนที่สีหน้าจะปรากฏความโกรธแค้น
“เหตุใด... เหตุใดเจ้าถึงหักหลังอาจารย์...”
“ฮึ่ม! เพราะอะไรนั้น...เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ หานหยวนจี๋ หากเจ้าใช้ชีวิตในแบบเดิม ข้าก็ไม่คิดจะใส่ใจชีวิตไร้ค่าของเจ้า แต่ในเมื่อวันนี้เจ้าคิดฟื้นคืนพลัง เทพกษัตริย์อย่างข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอีกต่อไป!”
นิ้วของกรงเล็บขนาดยักษ์ชี้มายังชายชรา อำนาจที่ทรงพลังควบรวมที่ปลายนิ้ว หากมันยิงออกมา ชายชราไม่รอดแน่!
ความดีใจแปรเปลี่ยนเศร้าโศก ผู้คนในเมืองฉีเหม่ยไม่อาจตั้งตัวได้ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าชายชราเป็นผู้มีจิตใจโหดเหี้ยม ไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าชายชรามีศัตรูมากมาย ดังนั้นผู้ที่เป็นศัตรูย่อมหมายสังหารชายชรา
ท่ามกลางความตกตะลึงจนไม่อาจตั้งตัวได้ทัน ดวงตาของหนิงฝานแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับโลหิต มือกำกระบี่แยกสวรรค์แน่นและพุ่งทะยานเข้าใส่กรงเล็บยักษ์
ความทรงจำที่ได้อยู่ร่วมกับชายชราในครึ่งปีที่ผ่านมายังคงวนเวียนอยู่ในใจ หนิงฝานไม่อาจทนมองชายชราตายอย่างไร้ความหวัง...ไม่มีทาง!
‘ปีศาจเฒ่าไร้แบ่งแยกนั่นทำร้ายอาจารย์’!
“สารเลว!” จิตสังหารที่รุนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อนของหนิงฝานปรากฏ ฝักกระบี่ถูกลืมอยู่ภายในกระเป๋าเก็บของส่งเสียงสะท้อนดังกังวาล
ในขณะที่ประตูกระดูกยักษ์ปรากฏและทำลายพลังของหานหยวนจี๋ เทพกษัตริย์แห่งโลกพิรุณที่อยู่ภายในวิหารลับลุกยืนจากบัลลังด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“‘เทพกษัตริย์แห่งโลกปีศาจ’...’เทพกษัตริย์เนี่ย’ เหตุใดมันถึงแหกกฎของโลกทั้ง 9... ที่มันมา หรือเพราะมันต้องการประกาศสงครามกับโลกพิรุณ!”
เทพกษัตริย์แห่งโลกพิรุณ จดจำเทพกษัตริย์เนี่ยได้ มันผู้นี้คือผู้ที่เทพกษัตริย์แห่งโลกพิรุณกังวล
“โลกพิรุณกำลังจะเกิดเรื่องใหญ่...” เทพกษัตริย์แห่งโลกพิรุณขมวดคิ้วแน่น...